คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5263/2545 ฉบับเต็ม

#108733
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5263/2545 นางสุกัญญา อารุตกานนท์ โจทก์ นายสมยศ ศรีสุวรรณ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญากู้ยืมแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า สัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยตกเป็นโมฆะ เนื่องจากจำเลยทำสัญญากู้ยืมกับโจทก์โดยสำคัญผิดว่าโจทก์เป็นผู้แทนเจ้าหนี้รายหนึ่งของบริษัท ส. ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลย แท้จริงแล้วโจทก์ไม่ใช้ผู้แทนเจ้าหนี้ดังกล่าว และฟ้องแย้งขอให้โจทก์คืนเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายให้โจทก์ตามสัญญากู้ยืมดังกล่าวแก่จำเลย อันเป็นการกล่าวอ้างว่าสัญญากู้ยืมไม่มีผลผูกพันเพราะจำเลยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม หากเป็นความจริงดังที่จำเลยต่อสู้ โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์มิได้และต้องคืนเช็คให้แก่จำเลย ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน ๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท หลังจากกู้ยืมเงินไปแล้วจำเลยไม่ชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๓,๐๒๒,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ เหตุที่จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินเนื่องจากโจทก์ปกปิดความจริงโดยแอบอ้างว่า โจทก์เป็นผู้แทนเจ้าหนี้รายหนึ่งของบริษัทสตาร์เล็ตพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งจำเลยเคยทำสัญญากู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้ดังกล่าวแทนบริษัทสตาร์เล็ตพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเหตุให้จำเลยหลงเชื่อยอมทำสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตามฟ้อง โดยยกเลิกสัญญากู้ยืมเงินจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเสีย และสั่งจ่ายเช็คให้แก่โจทก์ ๔ ฉบับ ฉบับละ ๖๕๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่โจทก์มิได้เป็นผู้แทนของเจ้าหนี้ดังกล่าว อันเป็นการแสดงเจตนาด้วยความสำคัญผิดในตัวบุคคล ซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมสัญญากู้ยืมเงินตกเป็นโมฆะ ไม่มีลูกหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินและเช็คทั้งสี่ฉบับ ขอให้พิพากษาว่าสัญญากู้ยืมเงิน ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ ให้โจทก์ส่งมอบเช็คทั้ง ๔ ฉบับ คืนแก่จำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งไม่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมจึงไม่รับฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้นั้น เห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้ว่า สัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยตกเป็นโมฆะ เนื่องจากจำเลยสำคัญผิดว่าโจทก์เป็นผู้แทนเจ้าหนี้รายหนึ่งของบริษัทสตาร์เล็ตพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยแต่แท้จริงแล้วโจทก์ไม่ใช่ผู้แทนเจ้าหนี้ดังกล่าว อันเป็นการกล่าวอ้างว่าสัญญากู้ยืมไม่มีผลผูกพันคู่ความ เพราะจำเลยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม หากความจริงเป็นดังที่จำเลยต่อสู้โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์มิได้ และต้องคืนเช็คทั้ง ๔ ฉบับ ให้แก่จำเลยด้วย ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ เห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้นที่ไม่รับฟ้องแย้ง ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้รับฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) ศาลจังหวัดชลบุรี - นายณัฐดนัย ศกุนตนาค ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายชัชลิต ละเอียด แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
108733
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดชลบุรี",
        "judge": "นายณัฐดนัย ศกุนตนาค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายชัชลิต ละเอียด"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082050286"
    }
}
date
2545
deka_no
5263/2545
deka_running_no
5263
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสุกัญญา อารุตกานนท์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมยศ ศรีสุวรรณ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน ๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท หลังจากกู้ยืมเงินไปแล้วจำเลยไม่ชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน ๓,๐๒๒,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ เหตุที่จำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินเนื่องจากโจทก์ปกปิดความจริงโดยแอบอ้างว่า โจทก์เป็นผู้แทนเจ้าหนี้รายหนึ่งของบริษัทสตาร์เล็ตพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งจำเลยเคยทำสัญญากู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้ดังกล่าวแทนบริษัทสตาร์เล็ตพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเหตุให้จำเลยหลงเชื่อยอมทำสัญญากู้ยืมเงินใหม่ตามฟ้อง โดยยกเลิกสัญญากู้ยืมเงินจำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทเสีย และสั่งจ่ายเช็คให้แก่โจทก์ ๔ ฉบับ ฉบับละ ๖๕๐,๐๐๐ บาท ทั้งที่โจทก์มิได้เป็นผู้แทนของเจ้าหนี้ดังกล่าว อันเป็นการแสดงเจตนาด้วยความสำคัญผิดในตัวบุคคล ซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรมสัญญากู้ยืมเงินตกเป็นโมฆะ ไม่มีลูกหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงินและเช็คทั้งสี่ฉบับ ขอให้พิพากษาว่าสัญญากู้ยืมเงิน ระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ ให้โจทก์ส่งมอบเช็คทั้ง ๔ ฉบับ คืนแก่จำเลย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การ ส่วนฟ้องแย้งไม่เกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมจึงไม่รับฟ้องแย้ง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฟ้องแย้ง

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้นั้น เห็นว่า จำเลยให้การต่อสู้ว่า สัญญากู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยตกเป็นโมฆะ เนื่องจากจำเลยสำคัญผิดว่าโจทก์เป็นผู้แทนเจ้าหนี้รายหนึ่งของบริษัทสตาร์เล็ตพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยแต่แท้จริงแล้วโจทก์ไม่ใช่ผู้แทนเจ้าหนี้ดังกล่าว อันเป็นการกล่าวอ้างว่าสัญญากู้ยืมไม่มีผลผูกพันคู่ความ เพราะจำเลยสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม หากความจริงเป็นดังที่จำเลยต่อสู้โจทก์จะฟ้องบังคับให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์มิได้ และต้องคืนเช็คทั้ง ๔ ฉบับ ให้แก่จำเลยด้วย ฟ้องแย้งของจำเลยจึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาพิพากษารวมกันได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๗ วรรคสาม ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ เห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้นที่ไม่รับฟ้องแย้ง ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้รับฟ้องแย้ง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000987.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545