คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2992/2545 ฉบับเต็ม

#108737
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2992/2545 นายอนุชิต หลิมอมรรัตน์ โจทก์ บริษัทพีซี - มอนทีเนย์ จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 223 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31, มาตรา 49, มาตรา 54 ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยย้อนสำนวนให้ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษากำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและศาลแรงงานกลางได้มีคำพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายโดยใช้ดุลพินิจตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 แล้ว ดังนั้น การที่โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแรงงานกลางดังกล่าวต่อ ศาลฎีกาเกี่ยวกับค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมอีก อ้างว่าเมื่อจำเลยแพ้คดีตามคำท้าจำเลยต้องชำระค่าเสียหายเต็มตามคำฟ้อง ดังนี้ ข้ออุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในประเด็นที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 223 ประกอบ พ.ร.บ. จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ฯ มาตรา 31 ___________________________ คดีนี้สืบเนื่องจากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะที่ให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเต็มตามฟ้องแก่โจทก์ โดยให้ศาลแรงงานกลางพิเคราะห์กำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๑๑,๙๙๙ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้อง (๑๘ มกราคม ๒๕๔๓) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระครบถ้วน โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยแล้ว ที่โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยใช้แก่โจทก์ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ นั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์โดยคำนึงถึงระยะเวลาการทำงานของโจทก์ประกอบมูลเหตุแห่งการเลิกจ้างแล้วกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น อุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยที่อ้างว่าในการกำหนด ค่าเสียหายศาลแรงงานกลางจะต้องคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้างและเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับประกอบในการพิจารณา จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ล้วนแต่เป็นการยกข้อเท็จจริงต่าง ๆ ขึ้นแสดงเพื่อให้ศาลฎีการับฟังว่าศาลแรงงานกลางใช้ดุลพินิจไม่เหมาะสมในการกำหนดค่าเสียหายนั่นเอง เป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลแรงงานกลางในการกำหนดค่า เสียหาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อโจทก์และจำเลยแถลงท้ากันให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาดเพียงประเด็นเดียวเป็นข้อแพ้ชนะ หากโจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดี โจทก์ก็จะไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายเลย ดังนั้น เมื่อจำเลยต้องแพ้ตามคำท้า จำเลยก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายเต็มตามฟ้องนั้น เห็นว่า ศาลฎีกาได้วินิจฉัยในประเด็นนี้แล้วว่าคดีนี้คู่ความตกลงท้ากันว่าหากจำเลยแพ้คดีตามคำท้า ถือว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ หมายความว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงต่าง ๆ ว่าจำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเมื่อใด ค่าจ้างอัตราสุดท้ายจำนวนเท่าใด กำหนดการชำระค่าจ้างเมื่อใด จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ได้กระทำผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเท่านั้น ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจะมีมากน้อยเพียงใด ศาลแรงงานกลางจะต้องใช้ดุลพินิจกำหนดให้โดยคำนึงถึงอายุของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้างและเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเต็มตามฟ้องให้แก่โจทก์ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติข้างต้น และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว ดังนี้ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในประเด็นที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา ๓๑ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เช่นกัน พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลย. (วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-วีรพจน์ เพียรพิทักษ์-พูนศักดิ์ จงกลนี) ศาลแรงงานกลาง - นายชวลิต ลีฬหาวงศ์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
108737
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายชวลิต ลีฬหาวงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053965"
    }
}
date
2545
deka_no
2992/2545
deka_running_no
2992
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "วีรพจน์ เพียรพิทักษ์",
    "พูนศักดิ์ จงกลนี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 223"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31",
            "ม. 49",
            "ม. 54"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอนุชิต หลิมอมรรัตน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทพีซี - มอนทีเนย์ จำกัด"
    }
]
long_text
คดีนี้สืบเนื่องจากศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลแรงงานกลางเฉพาะที่ให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเต็มตามฟ้องแก่โจทก์ โดยให้ศาลแรงงานกลางพิเคราะห์กำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๑๑,๙๙๙ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้อง (๑๘ มกราคม ๒๕๔๓) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระครบถ้วน

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยแล้ว ที่โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ว่าศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายให้จำเลยใช้แก่โจทก์ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ นั้น เห็นว่า ศาลแรงงานกลางกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์โดยคำนึงถึงระยะเวลาการทำงานของโจทก์ประกอบมูลเหตุแห่งการเลิกจ้างแล้วกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น อุทธรณ์ของโจทก์และจำเลยที่อ้างว่าในการกำหนด ค่าเสียหายศาลแรงงานกลางจะต้องคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้างและเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับประกอบในการพิจารณา จะขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ล้วนแต่เป็นการยกข้อเท็จจริงต่าง ๆ ขึ้นแสดงเพื่อให้ศาลฎีการับฟังว่าศาลแรงงานกลางใช้ดุลพินิจไม่เหมาะสมในการกำหนดค่าเสียหายนั่นเอง เป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลแรงงานกลางในการกำหนดค่า เสียหาย ถือว่าเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ส่วนที่โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อโจทก์และจำเลยแถลงท้ากันให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาดเพียงประเด็นเดียวเป็นข้อแพ้ชนะ หากโจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดี โจทก์ก็จะไม่ได้รับการชดใช้ค่าเสียหายเลย ดังนั้น เมื่อจำเลยต้องแพ้ตามคำท้า จำเลยก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายเต็มตามฟ้องนั้น เห็นว่า ศาลฎีกาได้วินิจฉัยในประเด็นนี้แล้วว่าคดีนี้คู่ความตกลงท้ากันว่าหากจำเลยแพ้คดีตามคำท้า ถือว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ หมายความว่าจำเลยยอมรับข้อเท็จจริงต่าง ๆ ว่าจำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเมื่อใด ค่าจ้างอัตราสุดท้ายจำนวนเท่าใด กำหนดการชำระค่าจ้างเมื่อใด จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ได้กระทำผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเท่านั้น ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมจะมีมากน้อยเพียงใด ศาลแรงงานกลางจะต้องใช้ดุลพินิจกำหนดให้โดยคำนึงถึงอายุของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง มูลเหตุแห่งการเลิกจ้างและเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๙ การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเต็มตามฟ้องให้แก่โจทก์ไม่ชอบด้วยบทบัญญัติข้างต้น และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยปัญหาดังกล่าว ดังนี้ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นอุทธรณ์ในประเด็นที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้ว จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน มาตรา ๓๑ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย เช่นกัน

พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์และจำเลย.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001018.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545