คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5333/2545 ฉบับเต็ม

#109379
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5333/2545 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก โจทก์ นายวัชรินทร์ เสมอใจ ที่ 1 พลทหารสวาท ศรีสุนทร ที่ 2 จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, มาตรา 66 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2521 มาตรา 4, มาตรา 10 พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 มาตรา 4 (3) (8) การที่บุคคลใดจะเป็นข้าราชการหรือไม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย หาใช่ว่าบุคคลใดที่ต้องไปปฏิบัติราชการแล้วจะมีฐานะเป็นข้าราชการเสมอไป ซึ่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 มาตรา 4 บัญญัติว่า "ข้าราชการทหาร" หมายความว่า ทหารประจำการและข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่บรรจุในตำแหน่งอัตราทหาร ส่วนคำว่า "ทหารกองประจำการ" หมายความว่า ทหารกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2479 มาตรา 4 (3) บัญญัติว่า "ทหารกองประจำการ" หมายความว่า ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกองประจำการและได้เข้ารับราชการในกองประจำการจนกว่าจะได้ปลด และมาตรา 4 (8) บัญญัติว่า "ทหารประจำการ" หมายความว่า ทหารซึ่งรับราชการตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดซึ่งไม่ใช่ทหารกองประจำการ จึงเห็นได้ว่าตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหารฯ และพระราชบัญญัติรับราชการทหารฯ ได้แยกทหารประจำการ และ ทหารกองประจำการไว้ต่างหากจากกัน เฉพาะทหารประจำการเท่านั้นที่ถือว่าเป็นข้าราชการ จะแปลความให้หมายความรวมถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทหารกองประจำการว่าเป็นข้าราชการ อันจะต้องรับโทษหนักขึ้นเป็นสามเท่า ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดฯ มาตรา 10 ด้วย หาได้ไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 5, 66, 102 ป.อ.มาตรา 83 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาว่า?คดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 เพียงข้อเดียวว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทหารกองประจำการถือเป็นข้าราชการอันจะต้องรับโทษหนักขึ้นเป็นสามเท่าตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 มีสถานะเป็นข้าราชการโดยเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 แม้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหารจะแยกทหารประจำการกับทหารกองประจำการไว้ต่างหากจากกัน แต่สิทธิและหน้าที่ส่วนใหญ่เหมือนกัน ทั้งตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานคำว่า "ข้าราชการ" หมายถึงผู้ปฏิบัติราชการในส่วนราชการเท่านั้น ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 ถูกคัดเลือกให้เข้ารับราชการทหารเป็นทหารกองประจำการในสังกัดกองทัพบกซึ่งเป็นส่วนราชการจึงมีสถานะเป็นข้าราชการนั้น เห็นว่า การที่บุคคลใดจะเป็นข้าราชการหรือไม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย หาใช่ว่าบุคคลใดที่ต้องไปปฏิบัติราชการแล้วจะต้องมีฐานะเป็นข้าราชการเสมอไป พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ว่า "ข้าราชการทหาร" หมายความว่า ทหารประจำการและข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่บรรจุในตำแหน่งอัตราทหาร ส่วนคำว่า "ทหารกองประจำการ" หมายความว่า ทหารกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 4 (3) บัญญัติว่า "ทหารกองประจำการ" หมายความว่า ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกองประจำการและได้เข้ารับราชการในกองประจำการจนกว่าจะได้ปลด และมาตรา 4 (8) บัญญัติว่า "ทหารประจำการ" หมายความว่า ทหารซึ่งรับราชการตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดซึ่งไม่ใช่ทหารกองประจำการ จึงเห็นได้ว่า เฉพาะทหารประจำการเท่านั้นที่ถือว่าเป็นข้าราชการ นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 มาตรา 10 บัญญัติว่า "การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารจะให้ได้รับเงินในชั้นใด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง" และมาตรา 11 บัญญัติว่า "การแต่งตั้ง การเลื่อนหรือลดตำแหน่ง การย้าย การโอน การเลื่อนขั้นเงินเดือนและการออกจากราชการของราชการของข้าราชการทหารให้เป็นไปตามกฎหมายข้อบังคับและระเบียบแบบแผนของกระทรวงกลาโหม ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่นักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหมด้วยโดยอนุโลม การเลื่อนขั้นเงินเดือนของทหารกองประจำการ ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด" จึงเห็นได้ว่าข้าราชการทหารย่อมจะมีสิทธิต่าง ๆ ดีกว่าทหารกองประจำการไม่ใช่ข้าราชการทหาร เพียงแต่กฎเกณฑ์หรือระเบียบบางอย่างอาจนำมาใช้ทหารกองประจำการด้วยเท่านั้น เมื่อข้าราชการทหารมีความหมายเฉพาะทหารประจำการเท่านั้นจะแปลความให้หมายความรวมถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเพียงทหารกองประจำการและเป็นผู้ต้องเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในกองทัพตามเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 เท่านั้นหาได้ไม่ จำเลยที่ 2 จึงมิได้เป็นข้าราชการตามความในพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าไม่ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 ตาม พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าวนั้นชอบแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2. (ประพันธ์ ทรัพย์แสง-พันธาวุธ ปาณิกบุตร-พันธาวุธ ปาณิกบุตร) ศาลจังหวัดหล่มสัก - นายอุดม แก้วต่าย ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายธนัท วิรบุตร์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
109379
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดหล่มสัก",
        "judge": "นายอุดม แก้วต่าย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายธนัท วิรบุตร์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082050188"
    }
}
date
2545
deka_no
5333/2545
deka_running_no
5333
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง",
    "พันธาวุธ ปาณิกบุตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 66"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 10"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2521",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการตำรวจ พ.ศ.2521",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 10"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497",
        "sections": [
            "ม. 4 (3) (8)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสัก"
    },
    {
        "role": "1",
        "name": "นายวัชรินทร์ เสมอใจ ที่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พลทหารสวาท ศรีสุนทร ที่ 2"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 5, 66, 102 ป.อ.มาตรา 83 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 และริบของกลาง

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ให้จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุก 3 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาว่า?คดีนี้มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 เพียงข้อเดียวว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทหารกองประจำการถือเป็นข้าราชการอันจะต้องรับโทษหนักขึ้นเป็นสามเท่าตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 มีสถานะเป็นข้าราชการโดยเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 แม้พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหารจะแยกทหารประจำการกับทหารกองประจำการไว้ต่างหากจากกัน แต่สิทธิและหน้าที่ส่วนใหญ่เหมือนกัน ทั้งตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานคำว่า "ข้าราชการ" หมายถึงผู้ปฏิบัติราชการในส่วนราชการเท่านั้น ดังนั้น การที่จำเลยที่ 2 ถูกคัดเลือกให้เข้ารับราชการทหารเป็นทหารกองประจำการในสังกัดกองทัพบกซึ่งเป็นส่วนราชการจึงมีสถานะเป็นข้าราชการนั้น เห็นว่า การที่บุคคลใดจะเป็นข้าราชการหรือไม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย หาใช่ว่าบุคคลใดที่ต้องไปปฏิบัติราชการแล้วจะต้องมีฐานะเป็นข้าราชการเสมอไป พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 บัญญัติไว้ในมาตรา 4 ว่า "ข้าราชการทหาร" หมายความว่า ทหารประจำการและข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่บรรจุในตำแหน่งอัตราทหาร ส่วนคำว่า "ทหารกองประจำการ" หมายความว่า ทหารกองประจำการตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร และพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 4 (3) บัญญัติว่า "ทหารกองประจำการ" หมายความว่า ผู้ซึ่งขึ้นทะเบียนกองประจำการและได้เข้ารับราชการในกองประจำการจนกว่าจะได้ปลด และมาตรา 4 (8) บัญญัติว่า "ทหารประจำการ" หมายความว่า ทหารซึ่งรับราชการตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดซึ่งไม่ใช่ทหารกองประจำการ จึงเห็นได้ว่า เฉพาะทหารประจำการเท่านั้นที่ถือว่าเป็นข้าราชการ นอกจากนี้ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการทหาร พ.ศ. 2521 มาตรา 10 บัญญัติว่า "การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการทหารจะให้ได้รับเงินในชั้นใด ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง" และมาตรา 11 บัญญัติว่า "การแต่งตั้ง การเลื่อนหรือลดตำแหน่ง การย้าย การโอน การเลื่อนขั้นเงินเดือนและการออกจากราชการของราชการของข้าราชการทหารให้เป็นไปตามกฎหมายข้อบังคับและระเบียบแบบแผนของกระทรวงกลาโหม

ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแก่นักเรียนในสังกัดกระทรวงกลาโหมด้วยโดยอนุโลม

การเลื่อนขั้นเงินเดือนของทหารกองประจำการ ให้เป็นไปตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนด"

จึงเห็นได้ว่าข้าราชการทหารย่อมจะมีสิทธิต่าง ๆ ดีกว่าทหารกองประจำการไม่ใช่ข้าราชการทหาร เพียงแต่กฎเกณฑ์หรือระเบียบบางอย่างอาจนำมาใช้ทหารกองประจำการด้วยเท่านั้น เมื่อข้าราชการทหารมีความหมายเฉพาะทหารประจำการเท่านั้นจะแปลความให้หมายความรวมถึงจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นเพียงทหารกองประจำการและเป็นผู้ต้องเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งในกองทัพตามเวลาที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 เท่านั้นหาได้ไม่ จำเลยที่ 2 จึงมิได้เป็นข้าราชการตามความในพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าไม่ปรับบทลงโทษจำเลยที่ 2 ตาม พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าวนั้นชอบแล้ว

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 มีความผิดตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000986.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545