คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2188/2545 ฉบับเต็ม

#109407
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2188/2545 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายชูชัย สุพิมพ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 295 จำเลยเอาทรัพย์ไปจากผู้เสียหายก็เนื่องจากจำเลยไม่ต้องการให้ผู้เสียหายนำไปขายเล่นการพนัน แสดงว่าจำเลยหาได้มีเจตนาที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับจำเลยหรือผู้อื่นแต่อย่างใด จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ คงมีความผิดเฉพาะฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กายตาม ป.อ. มาตรา 295 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสอง , วรรคสาม ประกอบมาตรา ๓๓๕ (๗) , ๒๙๕ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสอง , วรรคสาม , ๒๙๕ อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย จำคุก ๑๐ ปี ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยกับผู้เสียหายอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก่อนวันเกิดเหตุผู้เสียหายกับจำเลยทะเลาะโต้เถียงกันแล้วจำเลยหนีออกจากบ้าน ครั้นวันเกิดเหตุจำเลยไปพบผู้เสียหายที่บ้านที่เกิดเหตุและขอคืนดีกับผู้เสียหาย ผู้เสียหายขอค่าทำขวัญเป็นเงิน แต่ตกลงจำนวนเงินกันไม่ได้ จำเลยโกรธทำร้ายผู้เสียหายและเอาสร้อยคอทองคำ ๒ เส้น แหวนทองคำ ๓ วง กับตุ้มหูทองคำ ๑ คู่ ไปจากผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายจากการที่ถูกจำเลยทำร้าย ตามรายงานการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์เอกสารหมาย จ. ๓ ต่อมาหลังเกิดเหตุจำเลยนำสร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ และตุ้มหูทองคำดังกล่าวทั้งหมดคืนให้แก่ผู้เสียหาย โดยจำเลยกับผู้เสียหายกลับมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาจนถึงปัจจุบัน มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองหรือไม่ ในข้อนี้ผู้เสียหายและนางบาง ผาใต้ ป้าผู้เสียหายเบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยตรงกันว่า เหตุที่จำเลยกับผู้เสียหายทะเลาะกัน เนื่องจากผู้เสียหายชอบเล่นการพนัน จำเลยห้ามปราม แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อ ผู้เสียหายจะนำสร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ และตุ้มหูทองคำไปขายเพื่อเล่นการพนัน จำเลยเอาทรัพย์ดังกล่าวไปจากผู้เสียหายก็เนื่องจากจำเลยไม่ต้องการให้ผู้เสียหายนำไปขายเล่นการพนัน ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อนำสืบของจำเลยข้างต้น ข้อเท็จจริงจึงน่าเชื่อว่า เจตนาของจำเลยที่เอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปก็เพื่อจะรักษาทรัพย์นั้นไว้ การกระทำของจำเลยเป็นไปโดยเปิดเผยต่อหน้าผู้อื่น แสดงให้เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจของการเป็นสามีปกป้องทรัพย์สินของครอบครัวด้วยความโกรธโดยเข้าใจว่ามีสิทธิกระทำได้ และการที่จำเลยได้นำทรัพย์ทั้งหมดคืนแก่ผู้เสียหายในเวลาต่อมา ก็แสดงว่าจำเลยหาได้มีเจตนาที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับจำเลยหรือผู้อื่น มิฉะนั้นคงไม่อาจนำทรัพย์ทุกชิ้นของผู้เสียหายมาคืนแก่ผู้เสียหายได้ทั้งหมด การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยไม่มีเจตนาทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ จำเลยคงมีความผิดเฉพาะฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ซึ่งศาลล่างทั้งสองยังมิได้กำหนดโทษสำหรับความผิดฐานนี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษแก่จำเลยไปพร้อมนี้โดยไม่ต้องย้อนสำนวน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ จำคุก ๑ ปี และปรับ ๒,๐๐๐ บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ส่วนโทษปรับนั้น จำเลยต้องขังมาพอแก่โทษแล้วจึงงดปรับ ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานชิงทรัพย์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔. (โนรี จันทร์ทร-พินิจ เพชรรุ่ง-ทวีวัฒน์ แดงทองดี) ศาลจังหวัดสกลนคร - นายทวีป บุตตะโยธี ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวิจิตร วิสุชาติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
109407
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสกลนคร",
        "judge": "นายทวีป บุตตะโยธี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายวิจิตร วิสุชาติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055078"
    }
}
date
2545
deka_no
2188/2545
deka_running_no
2188
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "โนรี จันทร์ทร",
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "ทวีวัฒน์ แดงทองดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 295"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชูชัย สุพิมพ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสอง , วรรคสาม ประกอบมาตรา ๓๓๕ (๗) , ๒๙๕

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสอง , วรรคสาม , ๒๙๕ อันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ฐานชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย จำคุก ๑๐ ปี ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยกับผู้เสียหายอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ก่อนวันเกิดเหตุผู้เสียหายกับจำเลยทะเลาะโต้เถียงกันแล้วจำเลยหนีออกจากบ้าน ครั้นวันเกิดเหตุจำเลยไปพบผู้เสียหายที่บ้านที่เกิดเหตุและขอคืนดีกับผู้เสียหาย ผู้เสียหายขอค่าทำขวัญเป็นเงิน แต่ตกลงจำนวนเงินกันไม่ได้ จำเลยโกรธทำร้ายผู้เสียหายและเอาสร้อยคอทองคำ ๒ เส้น แหวนทองคำ ๓ วง กับตุ้มหูทองคำ ๑ คู่ ไปจากผู้เสียหายแล้วหลบหนีไป ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายจากการที่ถูกจำเลยทำร้าย ตามรายงานการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์เอกสารหมาย จ. ๓ ต่อมาหลังเกิดเหตุจำเลยนำสร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ และตุ้มหูทองคำดังกล่าวทั้งหมดคืนให้แก่ผู้เสียหาย โดยจำเลยกับผู้เสียหายกลับมาอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยาจนถึงปัจจุบัน มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองหรือไม่ ในข้อนี้ผู้เสียหายและนางบาง ผาใต้ ป้าผู้เสียหายเบิกความตอบคำถามค้านทนายจำเลยตรงกันว่า เหตุที่จำเลยกับผู้เสียหายทะเลาะกัน เนื่องจากผู้เสียหายชอบเล่นการพนัน จำเลยห้ามปราม แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อ ผู้เสียหายจะนำสร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ และตุ้มหูทองคำไปขายเพื่อเล่นการพนัน จำเลยเอาทรัพย์ดังกล่าวไปจากผู้เสียหายก็เนื่องจากจำเลยไม่ต้องการให้ผู้เสียหายนำไปขายเล่นการพนัน ซึ่งก็สอดคล้องกับข้อนำสืบของจำเลยข้างต้น ข้อเท็จจริงจึงน่าเชื่อว่า เจตนาของจำเลยที่เอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปก็เพื่อจะรักษาทรัพย์นั้นไว้ การกระทำของจำเลยเป็นไปโดยเปิดเผยต่อหน้าผู้อื่น แสดงให้เห็นว่าเป็นการใช้อำนาจของการเป็นสามีปกป้องทรัพย์สินของครอบครัวด้วยความโกรธโดยเข้าใจว่ามีสิทธิกระทำได้ และการที่จำเลยได้นำทรัพย์ทั้งหมดคืนแก่ผู้เสียหายในเวลาต่อมา ก็แสดงว่าจำเลยหาได้มีเจตนาที่จะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับจำเลยหรือผู้อื่น มิฉะนั้นคงไม่อาจนำทรัพย์ทุกชิ้นของผู้เสียหายมาคืนแก่ผู้เสียหายได้ทั้งหมด การกระทำของจำเลยจึงเป็นการเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยไม่มีเจตนาทุจริต จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ จำเลยคงมีความผิดเฉพาะฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ซึ่งศาลล่างทั้งสองยังมิได้กำหนดโทษสำหรับความผิดฐานนี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดโทษแก่จำเลยไปพร้อมนี้โดยไม่ต้องย้อนสำนวน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ จำคุก ๑ ปี และปรับ ๒,๐๐๐ บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ ส่วนโทษปรับนั้น จำเลยต้องขังมาพอแก่โทษแล้วจึงงดปรับ ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานชิงทรัพย์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๔.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001028.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545