คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5917/2545 ฉบับเต็ม

#109411
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5917/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายดีอร กุลฉิม โจทก์ร่วม นางแก่นใจหรือกิ่ง เจริญศิลป์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) ผู้ร้องเป็นพี่ชายผู้ตาย มิใช่บุคคลที่มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามที่ ป.วิ.อ. มาตรา 5 (2) บัญญัติไว้ ไม่อาจร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกันและบันดาลโทสะ ระหว่างพิจารณา นายดีอร กุลฉิม พี่ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๘ ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนประกอบทางนำสืบในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๑๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๑๕ ปี เมื่อลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุก ๑๐ ปี ให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?ส่วนที่นายดีอร กุลฉิม ผู้ร้องฎีกาในทำนองขอเข้าร่วมเป็นโจทก์นั้น ได้ความว่าผู้ร้องเป็นพี่ชายผู้ตาย มิใช่บุคคลที่มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕ (๒) บัญญัติไว้ จึงไม่อาจร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้ร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ไม่ได้จึงชอบแล้ว ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน. (วิรัช ลิ้มวิชัย-ทองหล่อ โฉมงาม-จิระวรรณ ศิริบุตร) ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายสุรศักดิ์ วิมลรัตน์ ศาลอุทธรณ์ - นายวีระพล ตั้งสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
109411
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญากรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ วิมลรัตน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวีระพล ตั้งสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082049513"
    }
}
date
2545
deka_no
5917/2545
deka_running_no
5917
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "จิระวรรณ ศิริบุตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 5 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายดีอร กุลฉิม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางแก่นใจหรือกิ่ง เจริญศิลป์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘

จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกันและบันดาลโทสะ

ระหว่างพิจารณา นายดีอร กุลฉิม พี่ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๑๘ ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนประกอบทางนำสืบในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุก ๑๒ ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๑๕ ปี เมื่อลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสามแล้ว คงจำคุก ๑๐ ปี ให้ยกคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า?ส่วนที่นายดีอร กุลฉิม ผู้ร้องฎีกาในทำนองขอเข้าร่วมเป็นโจทก์นั้น ได้ความว่าผู้ร้องเป็นพี่ชายผู้ตาย มิใช่บุคคลที่มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕ (๒) บัญญัติไว้ จึงไม่อาจร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าผู้ร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ไม่ได้จึงชอบแล้ว ส่วนที่ผู้ร้องฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นนั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000980.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545