คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7046/2545 ฉบับเต็ม

#109416
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7046/2545 นายนพ กล่อมคอน โจทก์ สหกรณ์เดินรถพัทยา จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55, มาตรา 145, มาตรา 148 ฟ้องซ้ำเป็นเรื่องที่ห้ามมิให้โจทก์จำเลยซึ่งฟ้องร้องกัน และศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้วกลับมารื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน โจทก์จำเลยไม่เคยฟ้องร้องกันมาก่อน เป็นแต่เคยถูก ส ฟ้องเป็นจำเลยด้วยกันในคดีแพ่งหมายเลยแดงที่ 1880/2529 ของศาลจังหวัดชลบุรีเท่านั้น ดังนั้น การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยในคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ ข้ออ้างของโจทก์ในคดีนี้เป็นเรื่องเดียวกับที่โจทก์และจำเลยถูก ส. ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนหุ้นพิพาทและให้โอนหุ้นพิพาทคืนแก่ ส. คดีดังกล่าวโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 และจำเลยคดีนี้ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้ว่า จำเลยโอนหุ้นพิพาทให้โจทก์โดยสุจริต โจทก์จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทเช่นเดียวกับข้ออ้างในคดีนี้อันมีประเด็นโดยตรงว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทหรือไม่ แม้ว่าในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1880/2529 ของศาลจังหวัดชลบุรี โจทก์และจำเลยคดีนี้จะเป็นจำเลยด้วยกันก็ตาม ก็ต้องถือว่าโจทก์และจำเลยเป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลในคดีดังกล่าวด้วย ซึ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 คำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลทุกฝ่ายแม้จะเป็นฝ่ายเดียวกันก็ตาม เมื่อศาลจังหวัดชลบุรีได้มีคำพิพากษาว่ากรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทเป็นของ ส ให้โจทก์และจำเลยโอนหุ้นพิพาทคืนให้แก่ ส ไปแล้ว โจทก์และจำเลยจึงต้องถูกผูกพันตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดชลบุรีโดยผลของกฎหมาย ว่ากรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทเป็นของ ส จำเลยต้องโอนหุ้นพิพาทคืนให้แก่ ส. ตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดชลบุรี การที่จำเลยได้โอนหุ้นพิพาท ให้แก่ ส. ตามคำพิพากษาดังกล่าว จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิโจทก์ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 โจทก์จึงไม่มี อำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนให้โจทก์เข้าเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยและออกใบหุ้นให้แก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๘๐/๒๕๒๙ ของศาลจังหวัดชลบุรี พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์และจำเลยในคดีนี้เคยถูกนายเสงี่ยม เสือเถื่อน เป็นโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนหุ้นที่จำเลยโอนหุ้นตามใบหุ้นเลขที่ ๙๑๓ ให้แก่โจทก์ ตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๘๐/๒๕๓๙ ของศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว โดยศาลจังหวัดชลบุรี พิพากษาให้เพิกถอนการโอนหุ้นตามใบหุ้นเลขที่ ๙๑๓ ระหว่างโจทก์ที่ ๒ (นายเสงี่ยม เสือเถื่อน) กับจำเลยที่ ๔ (โจทก์ในคดีนี้) และให้จำเลยที่ ๑ (จำเลยในคดีนี้) และจำเลยที่ ๔ (โจทก์ในคดีนี้) ดำเนินการโอนหุ้นคืนให้แก่โจทก์ที่ ๒ (นายเสงี่ยม เสือเถื่อน) หากไม่ดำเนินการโอนหุ้นให้แก่โจทก์ที่ ๒ (นายเสงี่ยม เสือเถื่อน) ก็ให้ถือเอาตามคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยในการโอนหุ้นดังกล่าวคืน ต่อมาจำเลยที่ ๑ (จำเลยในคดีนี้) ได้ออกใบหุ้นใหม่เลขที่ ๑๕๕๐ และโอนหุ้นดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ ๒ (นายเสงี่ยม เสือเถื่อน) แล้ว คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๘๐/๒๕๒๙ ของศาลจังหวัดชลบุรีหรือไม่ เห็นว่า ฟ้องซ้ำเป็นเรื่องที่ห้ามมิให้โจทก์จำเลยซึ่งฟ้องร้องกันและศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้วกลับมารื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน สำหรับคดีนี้โจทก์จำเลยไม่เคยฟ้องร้องกันมาก่อน เป็นแต่เคยถูกนายเสงี่ยม เสือเถื่อน ฟ้องเป็นจำเลยด้วยกันในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๘๐/๒๕๒๙ ของศาลจังหวัดชลบุรีเท่านั้น ดังนั้น การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยในคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างของโจทก์ในคดีนี้เป็นเรื่องเดียวกับที่โจทก์และจำเลยถูกนายเสงี่ยม เสือเถื่อน ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนหุ้นพิพาทและให้โอนหุ้นพิพาทคืนแก่นายเสงี่ยม เสือเถื่อน ในคดีดังกล่าวโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยที่ ๔ และจำเลยคดีนี้เป็นจำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๑ (จำเลยคดีนี้) โอนหุ้นพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๔ (โจทก์คดีนี้) โดยสุจริต จำเลยที่ ๔ (โจทก์คดีนี้) จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทเช่นเดียวกับข้ออ้างในคดีนี้อันมีประเด็นโดยตรงว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทหรือไม่ แม้ว่าในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๘๐/๒๕๒๙ ของศาลจังหวัดชลบุรี โจทก์และจำเลยคดีนี้จะเป็นจำเลยด้วยกันก็ตาม ก็ต้องถือว่าโจทก์และจำเลยเป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลในคดีดังกล่าวด้วย ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ คำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลทุกฝ่ายแม้จะเป็นฝ่ายเดียวกันก็ตาม เมื่อศาลจังหวัดชลบุรีได้มีคำพิพากษาว่ากรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทเป็นของนายเสงี่ยม เสือเถื่อน ให้โจทก์และจำเลยคดีนี้โอนหุ้นพิพาทคืนให้แก่นายเสงี่ยม เสือเถื่อน ไปแล้ว โจทก์และจำเลยจึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดชลบุรีโดยผลของกฎหมายว่ากรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทเป็นของนายเสงี่ยม เสือเถื่อน และจำเลยต้องโอนหุ้นพิพาทคืนให้แก่นายเสงี่ยม เสือเถื่อน ตามคำพิพากษาดังกล่าว ดังนั้น การที่จำเลยต้องโอนหุ้นพิพาทคืนให้แก่นายเสงี่ยม เสือเถื่อน จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำเลยมิได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-ไพศาล เจริญวุฒิ-สุภิญโญ ชยารักษ์) ศาลจังหวัดพัทยา - นายธงชัย อัครเพิ่มพร ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
109416
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทยา",
        "judge": "นายธงชัย อัครเพิ่มพร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082048701"
    }
}
date
2545
deka_no
7046/2545
deka_running_no
7046
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55",
            "ม. 145",
            "ม. 148"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายนพ กล่อมคอน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สหกรณ์เดินรถพัทยา จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนให้โจทก์เข้าเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยและออกใบหุ้นให้แก่โจทก์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๘๐/๒๕๒๙ ของศาลจังหวัดชลบุรี พิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์และจำเลยในคดีนี้เคยถูกนายเสงี่ยม เสือเถื่อน เป็นโจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนหุ้นที่จำเลยโอนหุ้นตามใบหุ้นเลขที่ ๙๑๓ ให้แก่โจทก์ ตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๘๐/๒๕๓๙ ของศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว โดยศาลจังหวัดชลบุรี พิพากษาให้เพิกถอนการโอนหุ้นตามใบหุ้นเลขที่ ๙๑๓ ระหว่างโจทก์ที่ ๒ (นายเสงี่ยม เสือเถื่อน) กับจำเลยที่ ๔ (โจทก์ในคดีนี้) และให้จำเลยที่ ๑ (จำเลยในคดีนี้) และจำเลยที่ ๔ (โจทก์ในคดีนี้) ดำเนินการโอนหุ้นคืนให้แก่โจทก์ที่ ๒ (นายเสงี่ยม เสือเถื่อน) หากไม่ดำเนินการโอนหุ้นให้แก่โจทก์ที่ ๒ (นายเสงี่ยม เสือเถื่อน) ก็ให้ถือเอาตามคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยในการโอนหุ้นดังกล่าวคืน ต่อมาจำเลยที่ ๑ (จำเลยในคดีนี้) ได้ออกใบหุ้นใหม่เลขที่ ๑๕๕๐ และโอนหุ้นดังกล่าวให้แก่โจทก์ที่ ๒ (นายเสงี่ยม เสือเถื่อน) แล้ว คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๘๐/๒๕๒๙ ของศาลจังหวัดชลบุรีหรือไม่ เห็นว่า ฟ้องซ้ำเป็นเรื่องที่ห้ามมิให้โจทก์จำเลยซึ่งฟ้องร้องกันและศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดไปแล้วกลับมารื้อร้องฟ้องกันอีก ในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน สำหรับคดีนี้โจทก์จำเลยไม่เคยฟ้องร้องกันมาก่อน เป็นแต่เคยถูกนายเสงี่ยม เสือเถื่อน ฟ้องเป็นจำเลยด้วยกันในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๘๐/๒๕๒๙ ของศาลจังหวัดชลบุรีเท่านั้น ดังนั้น การที่โจทก์มาฟ้องจำเลยในคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ข้ออ้างของโจทก์ในคดีนี้เป็นเรื่องเดียวกับที่โจทก์และจำเลยถูกนายเสงี่ยม เสือเถื่อน ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนหุ้นพิพาทและให้โอนหุ้นพิพาทคืนแก่นายเสงี่ยม เสือเถื่อน ในคดีดังกล่าวโจทก์คดีนี้เป็นจำเลยที่ ๔ และจำเลยคดีนี้เป็นจำเลยที่ ๑ ให้การต่อสู้ว่า จำเลยที่ ๑ (จำเลยคดีนี้) โอนหุ้นพิพาทให้แก่จำเลยที่ ๔ (โจทก์คดีนี้) โดยสุจริต จำเลยที่ ๔ (โจทก์คดีนี้) จึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทเช่นเดียวกับข้ออ้างในคดีนี้อันมีประเด็นโดยตรงว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทหรือไม่ แม้ว่าในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๘๘๐/๒๕๒๙ ของศาลจังหวัดชลบุรี โจทก์และจำเลยคดีนี้จะเป็นจำเลยด้วยกันก็ตาม ก็ต้องถือว่าโจทก์และจำเลยเป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลในคดีดังกล่าวด้วย ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ คำพิพากษาย่อมผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลทุกฝ่ายแม้จะเป็นฝ่ายเดียวกันก็ตาม เมื่อศาลจังหวัดชลบุรีได้มีคำพิพากษาว่ากรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทเป็นของนายเสงี่ยม เสือเถื่อน ให้โจทก์และจำเลยคดีนี้โอนหุ้นพิพาทคืนให้แก่นายเสงี่ยม เสือเถื่อน ไปแล้ว โจทก์และจำเลยจึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดชลบุรีโดยผลของกฎหมายว่ากรรมสิทธิ์ในหุ้นพิพาทเป็นของนายเสงี่ยม เสือเถื่อน และจำเลยต้องโอนหุ้นพิพาทคืนให้แก่นายเสงี่ยม เสือเถื่อน ตามคำพิพากษาดังกล่าว ดังนั้น การที่จำเลยต้องโอนหุ้นพิพาทคืนให้แก่นายเสงี่ยม เสือเถื่อน จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ โต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ ที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน จำเลยมิได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000973.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545