คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3371/2545 ฉบับเต็ม

#109423
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3371/2545 นายวารี วงศ์อ่อน ที่ 1 กับพวก โจทก์ นายลำไย บุญพา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 87, มาตรา 248, มาตรา 249 ตาราง 1 และตาราง 6 ท้าย ป ป.พ.พ. มาตรา 653 แม้โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยรวมกันมา การอุทธรณ์ฎีกาก็ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะตน เมื่อรวมต้นเงินและดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องสำหรับโจทก์ที่ 2 แล้วไม่เกิน 200,000 บาท ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกา จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 ปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า หนังสือสัญญากู้เงินเป็นนิติกรรมอำพรางการเข้าเป็นหุ้นส่วนในกองทุนที่จำเลยจัดตั้งหรือไม่ ปัญหานี้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีเป็นประเด็นไว้ แม้จะได้นำสืบในชั้นพิจารณาก็เป็นการนำสืบนอกคำให้การ เป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามมิให้รับฟัง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87 และถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 โจทก์ทั้งสองต่างฟ้องจำเลยให้รับผิดใช้เงินจำนวนไม่เท่ากัน ค่าขึ้นศาลและค่าทนายความจึงต้องใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคน ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวน ๓๘๙,๓๗๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๓๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ทั้งสอง และสัญญากู้เงินระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ร้อยละ ๓ ต่อเดือน เป็นการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดตกเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท และชำระหนี้แก่โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๔๒ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ที่ ๒ ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดตามหนังสือสัญญากู้เงินจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท แม้โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยรวมกันมา การอุทธรณ์ฎีกาก็ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะตน เมื่อรวมต้นเงินและดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องสำหรับโจทก์ที่ ๒ แล้วไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาสำหรับโจทก์ที่ ๒ จึงไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักให้เชื่อว่าจำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ เป็นฎีกาโต้เถียงในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์ที่ ๒ จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย? ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยต่อไปมีว่า หนังสือสัญญากู้เงินเป็นนิติกรรมอำพรางการเข้าเป็นหุ้นส่วนในกองทุนที่จำเลยจัดตั้งหรือไม่ ปัญหานี้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีเป็นประเด็นไว้ แม้จะได้นำสืบในชั้นพิจารณา ก็เป็นการนำสืบนอกคำให้การ เป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๗ การที่จำเลยฎีกาว่าหนังสือสัญญากู้เงินเป็นนิติกรรมอำพรางการเข้าเป็นหุ้นส่วนในกองทุนที่จำเลยจัดตั้ง เท่ากับเป็นการฎีกาให้รับฟังพยานหลักฐานของจำเลยว่า จำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ทั้งสอง แต่ได้ทำสัญญากู้เงินเพื่ออำพรางการเข้าเป็นหุ้นส่วนของโจทก์ทั้งสองในกองทุนของจำเลยอันเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย อนึ่ง คดีนี้โจทก์ทั้งสองต่างฟ้องจำเลยให้รับผิดใช้เงินจำนวนไม่เท่ากัน ค่าขึ้นศาลและค่าทนายความจึงต้องใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จึงเป็นการกำหนดอัตราค่าทนายความต่ำกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในตาราง ๖ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง พิพากษายืน สำหรับฎีกาจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ ๑ และให้ยกฎีกาจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ ๒ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ ๒ ทั้งหมดแก่จำเลย ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีการวม ๒,๔๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสอง. (จิระวรรณ ศิริบุตร-วิรัช ลิ้มวิชัย-ทองหล่อ โฉมงาม) ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายชาติชาย เหลืองอ่อน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสิงห์พล ละอองมณี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
109423
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุดรธานี",
        "judge": "นายชาติชาย เหลืองอ่อน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสิงห์พล ละอองมณี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053233"
    }
}
date
2545
deka_no
3371/2545
deka_running_no
3371
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "จิระวรรณ ศิริบุตร",
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "ทองหล่อ โฉมงาม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 87",
            "ม. 248",
            "ม. 249 ตาราง 1 และตาราง 6 ท้าย ป"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 653"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวารี วงศ์อ่อน ที่ 1 กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายลำไย บุญพา"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้จำนวน ๓๘๙,๓๗๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๓๕๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ทั้งสอง และสัญญากู้เงินระบุอัตราดอกเบี้ยไว้ร้อยละ ๓ ต่อเดือน เป็นการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดตกเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ที่ ๑ จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท และชำระหนี้แก่โจทก์ที่ ๒ จำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๔๒ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ที่ ๒ ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับผิดตามหนังสือสัญญากู้เงินจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท แม้โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยรวมกันมา การอุทธรณ์ฎีกาก็ต้องถือทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะตน เมื่อรวมต้นเงินและดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องสำหรับโจทก์ที่ ๒ แล้วไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาสำหรับโจทก์ที่ ๒ จึงไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักให้เชื่อว่าจำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ เป็นฎีกาโต้เถียงในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของโจทก์ที่ ๒ จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย?

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยต่อไปมีว่า หนังสือสัญญากู้เงินเป็นนิติกรรมอำพรางการเข้าเป็นหุ้นส่วนในกองทุนที่จำเลยจัดตั้งหรือไม่ ปัญหานี้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดีเป็นประเด็นไว้ แม้จะได้นำสืบในชั้นพิจารณา ก็เป็นการนำสืบนอกคำให้การ เป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๗ การที่จำเลยฎีกาว่าหนังสือสัญญากู้เงินเป็นนิติกรรมอำพรางการเข้าเป็นหุ้นส่วนในกองทุนที่จำเลยจัดตั้ง เท่ากับเป็นการฎีกาให้รับฟังพยานหลักฐานของจำเลยว่า จำเลยไม่ได้กู้เงินโจทก์ทั้งสอง แต่ได้ทำสัญญากู้เงินเพื่ออำพรางการเข้าเป็นหุ้นส่วนของโจทก์ทั้งสองในกองทุนของจำเลยอันเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๔ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

อนึ่ง คดีนี้โจทก์ทั้งสองต่างฟ้องจำเลยให้รับผิดใช้เงินจำนวนไม่เท่ากัน ค่าขึ้นศาลและค่าทนายความจึงต้องใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๔ พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จึงเป็นการกำหนดอัตราค่าทนายความต่ำกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ในตาราง ๖ ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

พิพากษายืน สำหรับฎีกาจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ ๑ และให้ยกฎีกาจำเลยในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ ๒ ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ ๒ ทั้งหมดแก่จำเลย ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีการวม ๒,๔๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสอง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001012.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545