คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4329/2545 ฉบับเต็ม

#109429
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4329/2545 นายประวัฒน์ อุตตะโมต โจทก์ นางคมคาย พลบุตร กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 173 วรรคสอง (1) ป.วิ.อ. มาตรา 15 การพิจารณาว่าฟ้องคดีหลังเป็นฟ้องซ้อนกับคดีแรกหรือไม่ ต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ไม่ใช่พิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 173 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของศาลและโจทก์เมื่อศาลรับคำฟ้องแล้ว ดังนั้น การที่โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาข้อหาหมิ่นประมาทต่อศาลแขวงไว้แล้ว ระหว่างส่งหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องให้แก่จำเลย โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยข้อหาเดียวกันต่อศาลอาญา ฟ้องคดีหลังของโจทก์เป็นฟ้องซ้อน ต้องห้ามมิให้ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใส่ความโจทก์ต่อผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์บ้านเมือง หนังสือพิมพ์ข่าวสดและหนังสือพิมพ์อื่น ๆ อีกหลายฉบับซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 90, 326, 328, 332 กับขอให้โฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์บ้านเมือง มีกำหนดฉบับละ 7 วัน โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้อนกับคดีหมายเลขดำที่ 302/2542 ของศาลแขวงพระนครเหนือหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2542 โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยทั้งสองกรรมเดียวกันนี้ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ คือ คดีหมายเลขดำที่ 302/2542 คดีอยู่ระหว่างศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง และส่งหมายนัดให้แก่จำเลยทั้งสอง ต่อมาวันที่ 24 เดือนเดียวกัน โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ ดังนั้นโจทก์จึงฟ้องคดีนี้ในระหว่างที่คดีหมายเลขดำที่ 302/2545 อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลแขวงพระนครเหนือ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้อนกับคดีหมายเลขดำที่ 302/2542 ของศาลแขวงพระนครเหนือ ต้องห้ามมิให้ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่โจทก์ฎีกาว่า กรณีที่จะเป็นฟ้องซ้อนได้จะต้องเป็นการยื่นฟ้องหลังจากคำสั่งประทับฟ้องคดีแรกแล้ว เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้รับคำฟ้องแล้ว?" นั้น เห็นว่า กรณีจะเป็นฟ้องซ้อนหรือไม่ต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) หาใช่พิจารณาตามมาตรา 173 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของศาลและโจทก์เมื่อศาลรับคำฟ้องแล้วไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (ทองหล่อ โฉมงาม-วิรัช ลิ้มวิชัย-จิระวรรณ ศิริบุตร) ศาลอาญา - นายสุนพ กีรติยุติ ศาลอุทธรณ์ - นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
109429
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายสุนพ กีรติยุติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051607"
    }
}
date
2545
deka_no
4329/2545
deka_running_no
4329
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "จิระวรรณ ศิริบุตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 173 วรรคสอง (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายประวัฒน์ อุตตะโมต"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางคมคาย พลบุตร กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใส่ความโจทก์ต่อผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์บ้านเมือง หนังสือพิมพ์ข่าวสดและหนังสือพิมพ์อื่น ๆ อีกหลายฉบับซึ่งเป็นบุคคลที่สาม ทำให้โจทก์ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 84, 90, 326, 328, 332 กับขอให้โฆษณาคำพิพากษาทั้งหมดในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์บ้านเมือง มีกำหนดฉบับละ 7 วัน โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ชำระค่าโฆษณา

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้อนกับคดีหมายเลขดำที่ 302/2542 ของศาลแขวงพระนครเหนือหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังยุติว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2542 โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองเกี่ยวกับการกระทำของจำเลยทั้งสองกรรมเดียวกันนี้ต่อศาลแขวงพระนครเหนือ คือ คดีหมายเลขดำที่ 302/2542 คดีอยู่ระหว่างศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง และส่งหมายนัดให้แก่จำเลยทั้งสอง ต่อมาวันที่ 24 เดือนเดียวกัน โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ ดังนั้นโจทก์จึงฟ้องคดีนี้ในระหว่างที่คดีหมายเลขดำที่ 302/2545 อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลแขวงพระนครเหนือ ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้อนกับคดีหมายเลขดำที่ 302/2542 ของศาลแขวงพระนครเหนือ ต้องห้ามมิให้ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่โจทก์ฎีกาว่า กรณีที่จะเป็นฟ้องซ้อนได้จะต้องเป็นการยื่นฟ้องหลังจากคำสั่งประทับฟ้องคดีแรกแล้ว เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อศาลได้รับคำฟ้องแล้ว?" นั้น เห็นว่า กรณีจะเป็นฟ้องซ้อนหรือไม่ต้องพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) หาใช่พิจารณาตามมาตรา 173 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของศาลและโจทก์เมื่อศาลรับคำฟ้องแล้วไม่ ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000998.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545