คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6988/2545 ฉบับเต็ม

#110288
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6988/2545 พันตรีธัญญพรหม อัศวจินดา กับพวก โจทก์ นายบุญยิ้ม มงคลเอี่ยม จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 7, มาตรา 222, มาตรา 224, มาตรา 438 เมื่อกำหนดค่าเสียหายรายเดือนหลังจากวันฟ้อง อันเป็นค่าเสียหายในอนาคตให้แก่โจทก์ครบถ้วนตามจำนวนที่ควรจะได้รับแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าดอกเบี้ยในค่าเสียหายรายเดือนนับแต่วันฟ้องอีก เพราะเป็นการซ้ำซ้อนกัน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วและสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินโจทก์ทั้งห้าและทำให้ที่ดินอยู่ในสภาพเดิม หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ทั้งห้าทำแทนโดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย และให้ชำระค่าเสียหาย ๙๒,๖๒๕ บาท ค่าเสียหายนับถัดจากวันฟ้องเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโจทก์ทั้งห้า จำเลยให้การว่าที่ดินเป็นของจำเลย ค่าเสียหายที่โจทก์ทั้งห้าเรียกร้องเกินส่วน ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วและสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ที่รุกล้ำ กับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทและจัดทำให้ที่ดินอยู่ในสภาพเดิม ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งห้าเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท นับแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องชำระแต่ละเดือน กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งห้า โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๕,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๘,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งห้า จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยรับผิดในค่าเสียหายนับแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไป พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของจำนวนเงินที่ต้องชำระแต่ละเดือนนั้น เห็นว่า ค่าเสียหายนับแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๓๖ เมื่อคิดคำนวณถึงวันฟ้องวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๓๗ เป็นเวลา ๗ เดือนเศษ แต่โจทก์ขอค่าเสียหายก่อนฟ้องมาเพียง ๖ เดือน เท่านั้น เป็นการพิพากษาให้เกินกว่าที่ปรากฏในคำฟ้องจึงไม่ชอบ ส่วนค่าดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของจำนวนเงินที่ต้องชำระแต่ละเดือนนั้น เห็นว่า เมื่อกำหนดค่าเสียหายรายเดือนหลังจากวันฟ้อง อันเป็นค่าเสียหายในอนาคตให้แก่โจทก์ครบถ้วนตามจำนวนที่ควรจะได้รับแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าดอกเบี้ยในค่าเสียหายรายเดือนนับแต่วันฟ้องอีก เพราะเป็นการซ้ำซ้อนกันและเห็นสมควรกำหนดให้จำเลยรับผิดชำระดอกเบี้ยในเงินค่าเสียหายก่อนฟ้อง นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน ๒๔,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าเสียหายต่อไปเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนออกไป คำขออื่นให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งห้า. (ชัช ชลวร-อรพินท์ เศรษฐมานิต-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายนครินทร์ พรสี่ภาค ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายสุรภพ ปัทมะสุคนธ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110288
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายนครินทร์ พรสี่ภาค"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายสุรภพ ปัทมะสุคนธ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082048800"
    }
}
date
2545
deka_no
6988/2545
deka_running_no
6988
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ชัช ชลวร",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 7",
            "ม. 222",
            "ม. 224",
            "ม. 438"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พันตรีธัญญพรหม อัศวจินดา กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญยิ้ม มงคลเอี่ยม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนรั้วและสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินโจทก์ทั้งห้าและทำให้ที่ดินอยู่ในสภาพเดิม หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ทั้งห้าทำแทนโดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย และให้ชำระค่าเสียหาย ๙๒,๖๒๕ บาท ค่าเสียหายนับถัดจากวันฟ้องเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินโจทก์ทั้งห้า

จำเลยให้การว่าที่ดินเป็นของจำเลย ค่าเสียหายที่โจทก์ทั้งห้าเรียกร้องเกินส่วน ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนรั้วและสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ที่รุกล้ำ กับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทและจัดทำให้ที่ดินอยู่ในสภาพเดิม ให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งห้าเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท นับแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของจำนวนเงินที่จำเลยจะต้องชำระแต่ละเดือน กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งห้า โดยกำหนดค่าทนายความ ๑๕,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๘,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งห้า

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้จำเลยรับผิดในค่าเสียหายนับแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไป พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของจำนวนเงินที่ต้องชำระแต่ละเดือนนั้น เห็นว่า ค่าเสียหายนับแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๓๖ เมื่อคิดคำนวณถึงวันฟ้องวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๓๗ เป็นเวลา ๗ เดือนเศษ แต่โจทก์ขอค่าเสียหายก่อนฟ้องมาเพียง ๖ เดือน เท่านั้น เป็นการพิพากษาให้เกินกว่าที่ปรากฏในคำฟ้องจึงไม่ชอบ ส่วนค่าดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของจำนวนเงินที่ต้องชำระแต่ละเดือนนั้น เห็นว่า เมื่อกำหนดค่าเสียหายรายเดือนหลังจากวันฟ้อง อันเป็นค่าเสียหายในอนาคตให้แก่โจทก์ครบถ้วนตามจำนวนที่ควรจะได้รับแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าดอกเบี้ยในค่าเสียหายรายเดือนนับแต่วันฟ้องอีก เพราะเป็นการซ้ำซ้อนกันและเห็นสมควรกำหนดให้จำเลยรับผิดชำระดอกเบี้ยในเงินค่าเสียหายก่อนฟ้อง นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน ๒๔,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าเสียหายต่อไปเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนออกไป คำขออื่นให้ยก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๒ ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งห้า.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000974.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545