คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6752/2545 ฉบับเต็ม

#110289
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6752/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายพันศักดิ์ เลิศวิเศษ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 90, มาตรา 91 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 100 (1), มาตรา 108, มาตรา 109 จำเลยมีสินค้าของกลางประเภทกระเป๋าใส่เครื่องกีฬารวมจำนวน 285 ใบ ที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าของ ผู้เสียหายทั้งสองไว้เพื่อจำหน่ายและเสนอจำหน่ายในคราวเดียวกัน แม้สินค้าของกลางจะมีเครื่องหมายการค้าทั้งปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหายทั้งสอง แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาในผลของการกระทำเป็น อย่างเดียวกันคือ มุ่งแสวงหากำไรจากการจำหน่ายสินค้าของกลางดังกล่าว การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔, ๑๐๘, ๑๐๙, ๑๑๐, ๑๑๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๙๑ และริบของกลางทั้งหมด จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๖ เดือน และปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี และริบของกลาง คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกันมิใช่เป็นกรรมเดียวเป็น ความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้ากระเป๋าใส่เครื่องหมายการค้า " " (โอคลีย์) จำนวน ๑๘๐ ใบ และ " " (ไนกี้) จำนวน ๑๕ ใบ อันเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหายทั้งสองโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายทั้งสอง และจำเลยได้มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้ากระเป๋าใส่เครื่องกีฬา จำนวน ๙๐ ใบ ที่มีเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า " " เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีผู้ทำเลียนเครื่องหมายการค้า " " (ไนกี้) ที่แท้จริงของผู้เสียหายที่ ๒ เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ ๒ โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่มีการเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ ๒ แม้สินค้าของกลางจะมีเครื่องหมายการค้าทั้งปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหายที่ ๒ แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาในผลของการกระทำเป็นอย่างเดียวกันคือ มุ่งที่จะแสวงหากำไรจากการจำหน่ายสินค้าของกลางจำนวนนั้นเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวกัน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยตามฟ้องเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้พิจารณาถึงสภาพความผิดของจำเลยรวมทั้งจำนวนสินค้าของกลางที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายแล้ว เห็นว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปํญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยก่อนลดโทษจำคุก ๑ ปี และปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท มานั้นหนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่ความผิดของจำเลย และที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยมิได้แยกปรับบทมาตราเป็นฐานความผิดแต่ละฐานให้ชัดเจน รวมทั้งมิได้ปรับบทประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ มาด้วยนั้น ยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องเสียด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบด้วยมาตรา ๑๐๘ บทหนึ่ง และมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบด้วยมาตรา ๑๐๙ อีกบทหนึ่ง อันเป็นกรรมเดียวเป็น ความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบด้วยมาตรา ๑๐๘ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๓ เดือน และปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน และปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๑ ปี ตามเดิม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-พินิจ เพชรรุ่ง) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายนทดล กิติกัมรา ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110289
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ",
        "judge": "นายนทดล กิติกัมรา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082048813"
    }
}
date
2545
deka_no
6752/2545
deka_running_no
6752
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "พินิจ เพชรรุ่ง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 100 (1)",
            "ม. 108",
            "ม. 109"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพันศักดิ์ เลิศวิเศษ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔, ๑๐๘, ๑๐๙, ๑๑๐, ๑๑๕ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๙๑ และริบของกลางทั้งหมด

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๖ เดือน และปรับ ๓๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี และริบของกลาง คำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกันมิใช่เป็นกรรมเดียวเป็น ความผิดต่อกฎหมายหลายบทตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้ากระเป๋าใส่เครื่องหมายการค้า " " (โอคลีย์) จำนวน ๑๘๐ ใบ และ " " (ไนกี้) จำนวน ๑๕ ใบ อันเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีผู้ทำปลอมเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหายทั้งสองโดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่มีการปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายทั้งสอง และจำเลยได้มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้ากระเป๋าใส่เครื่องกีฬา จำนวน ๙๐ ใบ ที่มีเครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า " " เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีผู้ทำเลียนเครื่องหมายการค้า " " (ไนกี้) ที่แท้จริงของผู้เสียหายที่ ๒ เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่าเป็นเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ ๒ โดยจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นสินค้าที่มีการเลียนเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายที่ ๒ แม้สินค้าของกลางจะมีเครื่องหมายการค้าทั้งปลอมและเลียนเครื่องหมายการค้าที่แท้จริงของผู้เสียหายที่ ๒ แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาในผลของการกระทำเป็นอย่างเดียวกันคือ มุ่งที่จะแสวงหากำไรจากการจำหน่ายสินค้าของกลางจำนวนนั้นเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดกรรมเดียวกัน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยตามฟ้องเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้พิจารณาถึงสภาพความผิดของจำเลยรวมทั้งจำนวนสินค้าของกลางที่จำเลยมีไว้เพื่อจำหน่ายแล้ว เห็นว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปํญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยก่อนลดโทษจำคุก ๑ ปี และปรับ ๖๐,๐๐๐ บาท มานั้นหนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่ให้เหมาะสมแก่ความผิดของจำเลย และที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ โดยมิได้แยกปรับบทมาตราเป็นฐานความผิดแต่ละฐานให้ชัดเจน รวมทั้งมิได้ปรับบทประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ มาด้วยนั้น ยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้องเสียด้วย

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบด้วยมาตรา ๑๐๘ บทหนึ่ง และมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบด้วยมาตรา ๑๐๙ อีกบทหนึ่ง อันเป็นกรรมเดียวเป็น ความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๑๐ (๑) ประกอบด้วยมาตรา ๑๐๘ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๓ เดือน และปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๑ เดือน ๑๕ วัน และปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด ๑ ปี ตามเดิม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000974.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545