คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6980/2545 ฉบับเต็ม

#110294
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6980/2545 เด็กชายสุรเชษฐ์ แสงกาญจนวนิช ที่ 1 โจทก์ เด็กชายกานต์ แสงกาญจนวนิช ที่ 2 โดยนางกนกพร โพธิ์ประดิษฐ์ ผู้แทนโดยชอบธรรม นายวิบูลย์ แสงกาญจนวนิช จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1557 (3) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1557 (3) บัญญัติให้การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายมีผลนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด สิทธิหน้าที่บิดากับบุตรพึงมีต่อกันตามกฎหมายจึงเริ่มในวันดังกล่าว จำเลยจึงต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์ทั้งสองนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด มิใช่นับแต่วันฟ้องของโจทก์ทั้งสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ขอให้จำเลยรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองเป็นเงิน ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ เป็นบุตรของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองเดือนละ ๑๒,๐๐๐ บาท นับแต่วันมีคำพิพากษาจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองและจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของจำเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองและจำเลยว่า จำเลยจะต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองนับแต่วันใด เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๕๗ (๓) บัญญัติให้การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย มีผลนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด สิทธิหน้าที่บิดากับบุตรพึงมีต่อกันตามกฎหมายจึงเริ่มในวันดังกล่าว จำเลยจึงต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์ทั้งสองนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด มิใช่นับแต่วันฟ้องของโจทก์ทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์ทั้งสองนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน อนึ่ง แม้โจทก์ทั้งสองจะฟ้องรวมมาในคดีเดียวกัน แต่สิทธิในการได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นสิทธิเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลที่จะได้รับ การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์ทั้งสองรวมกันมาเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองคนละ ๕,๐๐๐ บาท ต่อเดือน นับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมชัย เกษชุมพล-อำนวย เต้พันธ์-วสันต์ ตรีสุวรรณ) ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นายวิทยา บุญชัยวัฒนา ศาลอุทธรณ์ - นายพีรพล พิชยวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110294
courts
[
    {
        "court": "ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง",
        "judge": "นายวิทยา บุญชัยวัฒนา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพีรพล พิชยวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082048803"
    }
}
date
2545
deka_no
6980/2545
deka_running_no
6980
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "อำนวย เต้พันธ์",
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1557 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "เด็กชายสุรเชษฐ์ แสงกาญจนวนิช ที่ 1"
    },
    {
        "role": "2",
        "name": "เด็กชายกานต์ แสงกาญจนวนิช ที่"
    },
    {
        "role": "ผู้แทนโดยชอบธรรม",
        "name": "โดยนางกนกพร โพธิ์ประดิษฐ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิบูลย์ แสงกาญจนวนิช"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ขอให้จำเลยรับโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองเป็นเงิน ๔,๘๐๐,๐๐๐ บาท

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ที่ ๑ และโจทก์ที่ ๒ เป็นบุตรของจำเลย ให้จำเลยชำระค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองเดือนละ ๑๒,๐๐๐ บาท นับแต่วันมีคำพิพากษาจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองและจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรของจำเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองและจำเลยว่า จำเลยจะต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองนับแต่วันใด เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๕๗ (๓) บัญญัติให้การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย มีผลนับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุด สิทธิหน้าที่บิดากับบุตรพึงมีต่อกันตามกฎหมายจึงเริ่มในวันดังกล่าว จำเลยจึงต้องจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์ทั้งสองนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด มิใช่นับแต่วันฟ้องของโจทก์ทั้งสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูให้แก่โจทก์ทั้งสองนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

อนึ่ง แม้โจทก์ทั้งสองจะฟ้องรวมมาในคดีเดียวกัน แต่สิทธิในการได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูเป็นสิทธิเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลที่จะได้รับ การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่โจทก์ทั้งสองรวมกันมาเป็นการไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูโจทก์ทั้งสองคนละ ๕,๐๐๐ บาท ต่อเดือน นับแต่วันมีคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000974.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545