คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6619/2545 ฉบับเต็ม

#110341
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6619/2545 นายปานจิตร์ เที่ยงธรรม กับพวก โจทก์ บริษัทไทยไทพิษณุ (1991) จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 254 (3), มาตรา 260 (1), มาตรา 274 โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกันให้ศาลชั้นต้นถอนคำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา โดยจำเลยเสนอหนังสือค้ำประกันของธนาคารซึ่งเป็นบุคคลภายนอกยอมผูกพันเพื่อการชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยเงื่อนไขว่าหากคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ธนาคารจึงต้องผูกพันตามข้อความในหนังสือค้ำประกันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 กรณีไม่อาจถือว่าการเข้าค้ำประกันของธนาคารต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา เป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา อันจะมีผลยกเลิกไปเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี ตามมาตรา 260 (1) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขาย กับหนี้ค่าถมดิน ไฟฟ้า ประปา สำนักงาน และหนี้อื่น ๆ แก่โจทก์ทั้งสองรวมเป็นเงิน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๗ ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยให้การ? ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามจำเลยโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ในที่ดินของจำเลย ๑๗๕ โฉนด เป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ระหว่างการไต่สวน โจทก์ทั้งสองกับจำเลยได้มีการเจรจากันและศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการห้ามชั่วคราวที่ดินดังกล่าว ๕๐ โฉนด โดยใช้บุคคลค้ำประกันจนกว่าจำเลยจะนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาเป็นประกันตามที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกัน ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการห้ามชั่วคราวที่ดิน ๑๒๕ โฉนด ที่เหลือ โดยจำเลยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ซึ่งมีใจความว่า การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยให้รับผิดเป็นจำนวน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท นั้น ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ขอค้ำประกันจำเลยต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หากจำเลยแพ้คดีและไม่สามารถชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ได้ ธนาคารยอมชำระเงินไม่เกิน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท แทนจำเลย วางเป็นประกันแทนสัญญาค้ำประกันด้วยบุคคลตามที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกัน ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองยื่นอุทธรณ์ จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ที่วางเป็นประกัน โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้านว่า จำเลยไม่ควรขอหนังสือค้ำประกันคืนก่อนคำพิพากษาถึงที่สุด ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่จำเลยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาเป็นหลักประกัน ก็สืบเนื่องจากคำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยจึงเป็นฝ่ายชนะคดี โจทก์มิได้ยื่นคำขอเพื่อแสดงว่าโจทก์จะอุทธรณ์คำพิพากษาและมีเหตุอันสมควรที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้วิธีการชั่วคราวยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา คำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวจึงเป็นอันยกเลิกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๐ (๑) จึงมีคำสั่งให้คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด ให้แก่จำเลย โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า แม้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ห้ามมิให้จำเลยโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ในที่ดินของจำเลยรวม ๑๗๕ โฉนด จะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา แต่เมื่อจำเลยยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และระหว่างการไต่สวนคำขอของจำเลย โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้มีการเจรจาตกลงกัน โดยโจทก์ยอมถอนการอายัดที่ดินทั้งหมด เมื่อจำเลยจัดหาธนาคารมาค้ำประกันการชำระหนี้ตามพิพากษา ต่อมาจำเลยได้นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก มีใจความสำคัญว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หากจำเลยแพ้คดีและไม่สามารถชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ธนาคารยอมชำระเงินไม่เกิน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท แทนจำเลย ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดที่ดินทั้งหมดดังกล่าว เห็นได้ว่า คำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสองได้ถูกเพิกถอนไปแล้ว การที่จำเลยนำหนังสือค้ำประกันมาวางต่อศาลชั้นต้น อันเนื่องมาจากคำขอของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสอง แล้วมีการเจรจาตกลงกันโดยโจทก์ทั้งสองยอมให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่ง โดยจำเลยต้องนำธนาคารเข้ามาค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย หากจำเลยตกเป็นฝ่ายแพ้คดีในที่สุด การที่จำเลยเสนอหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ต่อศาล จึงเป็นเรื่องที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ยอมผูกพันตนโดยทำหนังสือค้ำประกันเพื่อการชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยเงื่อนไขว่า หากคดีถึงที่สุดแล้วจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ธนาคารกรุงไทย จำกัด จึงต้องผูกพันตามข้อความในหนังสือค้ำประกันดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๔ กรณีไม่อาจถือได้ว่าการเข้าค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด ต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสอง อันจะมีผลยกเลิกไปเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๐ (๑) ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาให้คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ให้แก่จำเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอคืนหนังสือค้ำประกันของจำเลย. (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-มงคล คุปต์กาญจนากุล-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์) ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายสันติชัย วัฒนวิทย์กรรม์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110341
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพิษณุโลก",
        "judge": "นายสันติชัย วัฒนวิทย์กรรม์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082048926"
    }
}
date
2545
deka_no
6619/2545
deka_running_no
6619
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 254 (3)",
            "ม. 260 (1)",
            "ม. 274"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายปานจิตร์ เที่ยงธรรม กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทไทยไทพิษณุ (1991) จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขาย กับหนี้ค่าถมดิน ไฟฟ้า ประปา สำนักงาน และหนี้อื่น ๆ แก่โจทก์ทั้งสองรวมเป็นเงิน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๗ ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยให้การ? ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามจำเลยโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ในที่ดินของจำเลย ๑๗๕ โฉนด เป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว ระหว่างการไต่สวน โจทก์ทั้งสองกับจำเลยได้มีการเจรจากันและศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการห้ามชั่วคราวที่ดินดังกล่าว ๕๐ โฉนด โดยใช้บุคคลค้ำประกันจนกว่าจำเลยจะนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาเป็นประกันตามที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกัน ภายหลังศาลชั้นต้นมีคำสั่งเพิกถอนการห้ามชั่วคราวที่ดิน ๑๒๕ โฉนด ที่เหลือ โดยจำเลยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ซึ่งมีใจความว่า การที่โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยให้รับผิดเป็นจำนวน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท นั้น ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ขอค้ำประกันจำเลยต่อศาลชั้นต้นว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หากจำเลยแพ้คดีและไม่สามารถชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้โจทก์ได้ ธนาคารยอมชำระเงินไม่เกิน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท แทนจำเลย วางเป็นประกันแทนสัญญาค้ำประกันด้วยบุคคลตามที่โจทก์ทั้งสองและจำเลยตกลงกัน ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองยื่นอุทธรณ์

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นคืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ที่วางเป็นประกัน

โจทก์ทั้งสองแถลงคัดค้านว่า จำเลยไม่ควรขอหนังสือค้ำประกันคืนก่อนคำพิพากษาถึงที่สุด ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่จำเลยนำหนังสือค้ำประกันของธนาคารมาเป็นหลักประกัน ก็สืบเนื่องจากคำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ จำเลยจึงเป็นฝ่ายชนะคดี โจทก์มิได้ยื่นคำขอเพื่อแสดงว่าโจทก์จะอุทธรณ์คำพิพากษาและมีเหตุอันสมควรที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้วิธีการชั่วคราวยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา คำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวจึงเป็นอันยกเลิกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๐ (๑) จึงมีคำสั่งให้คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด ให้แก่จำเลย

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษายืน

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า แม้คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ห้ามมิให้จำเลยโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ในที่ดินของจำเลยรวม ๑๗๕ โฉนด จะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา แต่เมื่อจำเลยยื่นคำขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และระหว่างการไต่สวนคำขอของจำเลย โจทก์ทั้งสองและจำเลยได้มีการเจรจาตกลงกัน โดยโจทก์ยอมถอนการอายัดที่ดินทั้งหมด เมื่อจำเลยจัดหาธนาคารมาค้ำประกันการชำระหนี้ตามพิพากษา ต่อมาจำเลยได้นำหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก มีใจความสำคัญว่า เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว หากจำเลยแพ้คดีและไม่สามารถชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ ธนาคารยอมชำระเงินไม่เกิน ๑๖,๖๔๔,๒๒๘ บาท แทนจำเลย ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนการอายัดที่ดินทั้งหมดดังกล่าว เห็นได้ว่า คำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสองได้ถูกเพิกถอนไปแล้ว การที่จำเลยนำหนังสือค้ำประกันมาวางต่อศาลชั้นต้น อันเนื่องมาจากคำขอของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งอันเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสอง แล้วมีการเจรจาตกลงกันโดยโจทก์ทั้งสองยอมให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่ง โดยจำเลยต้องนำธนาคารเข้ามาค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย หากจำเลยตกเป็นฝ่ายแพ้คดีในที่สุด การที่จำเลยเสนอหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ต่อศาล จึงเป็นเรื่องที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก ยอมผูกพันตนโดยทำหนังสือค้ำประกันเพื่อการชำระหนี้ตามคำพิพากษาโดยเงื่อนไขว่า หากคดีถึงที่สุดแล้วจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี ธนาคารกรุงไทย จำกัด จึงต้องผูกพันตามข้อความในหนังสือค้ำประกันดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗๔ กรณีไม่อาจถือได้ว่าการเข้าค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด ต่อศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาตามคำขอของโจทก์ทั้งสอง อันจะมีผลยกเลิกไปเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๐ (๑) ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๖ พิพากษาให้คืนหนังสือค้ำประกันของธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาพิษณุโลก ให้แก่จำเลย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอคืนหนังสือค้ำประกันของจำเลย.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000975.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545