คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7141/2545 ฉบับเต็ม

#110345
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7141/2545 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ โจทก์ สิบเอกจิราวัฒน์ ประกอบกับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 5 ป.วิ.พ. มาตรา 27, มาตรา 249 วรรคสอง พ. มิได้เป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงให้ดำเนินคดีแทนโจทก์ แต่ พ. ได้แต่งทนายความให้ดำเนินคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ เป็นเรื่องโจทก์ดำเนินคดีผิดพลาดในเรื่องผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ โดยความบกพร่องของโจทก์เอง โจทก์จะมาฎีกาโต้แย้งว่าการกระทำผิดกระบวนพิจารณาของตนเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แก้ไขข้อผิดพลาดของตนเอง ย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้เงินกู้ ๒๒๒,๘๘๘.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จและค่าเบี้ยประกันภัยทุกปีจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๒๒,๘๘๘.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๑) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๔๓๘๐ ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออก ขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษาอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของโจทก์ไม่ชอบเพราะผู้อุทธรณ์ไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ ฉะนั้นเมื่อโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โจทก์ชอบที่จะฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยนั้น แต่โจทก์หาได้ฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ไม่ กลับฎีกามีลักษณะก้าวล่วงศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ว่า มิได้วินิจฉัยไปให้ถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลชั้นต้น แล้วให้ศาลฎีกาแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ตลอดไปถึงให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แล้วมีคำพิพากษาใหม่เช่นนี้ ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ประการต่อมา การที่โจทก์ดำเนินคดีผิดพลาดในเรื่องผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์เท่านั้น เป็นความบกพร่องของโจทก์เอง ดังจะเห็นได้ชัดจากการที่นางพรรณปพร มณฑากูล พยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า ตนเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงให้ดำเนินคดีแทนโจทก์ตามหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งหากนางพรรณปพรได้ดูหนังสือมอบอำนาจแล้ว ก็เห็นได้ว่ากรณีมิได้เป็นไปตามที่นางพรรณปพรเบิกความแต่ประการใด ดังนั้น โจทก์จะมาฎีกาโต้แย้งว่าการกระทำผิดกระบวนพิจารณาของตนเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แก้ไขข้อผิดพลาดของตนเอง เช่นนี้ ย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาโจทก์ (พันธาวุธ ปาณิกบุตร-ดลจรัส รัตนโศภิต-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) ศาลจังหวัดลำปาง - นางสาวรัชนี ไชยแก้วเมรุ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายทวีป ตันสวัสดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110345
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำปาง",
        "judge": "นางสาวรัชนี ไชยแก้วเมรุ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายทวีป ตันสวัสดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082048588"
    }
}
date
2545
deka_no
7141/2545
deka_running_no
7141
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "พันธาวุธ ปาณิกบุตร",
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27",
            "ม. 249 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารอาคารสงเคราะห์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สิบเอกจิราวัฒน์ ประกอบกับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้เงินกู้ ๒๒๒,๘๘๘.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๙ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จและค่าเบี้ยประกันภัยทุกปีจนกว่าจะชำระเสร็จ หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ

จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๒๒,๘๘๘.๑๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี ของต้นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๑) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๔๓๘๐ ตำบลแม่ทะ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด ถ้าได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออก ขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนด ค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษาอุทธรณ์ของโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของโจทก์ไม่ชอบเพราะผู้อุทธรณ์ไม่มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์ ฉะนั้นเมื่อโจทก์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โจทก์ชอบที่จะฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยนั้น แต่โจทก์หาได้ฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ไม่ กลับฎีกามีลักษณะก้าวล่วงศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ว่า มิได้วินิจฉัยไปให้ถึงการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบของศาลชั้นต้น แล้วให้ศาลฎีกาแก้ไขคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๕ ตลอดไปถึงให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แล้วมีคำพิพากษาใหม่เช่นนี้ ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยให้ ประการต่อมา การที่โจทก์ดำเนินคดีผิดพลาดในเรื่องผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์เท่านั้น เป็นความบกพร่องของโจทก์เอง ดังจะเห็นได้ชัดจากการที่นางพรรณปพร มณฑากูล พยานโจทก์เบิกความยืนยันว่า ตนเป็นผู้รับมอบอำนาจช่วงให้ดำเนินคดีแทนโจทก์ตามหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งหากนางพรรณปพรได้ดูหนังสือมอบอำนาจแล้ว ก็เห็นได้ว่ากรณีมิได้เป็นไปตามที่นางพรรณปพรเบิกความแต่ประการใด ดังนั้น โจทก์จะมาฎีกาโต้แย้งว่าการกระทำผิดกระบวนพิจารณาของตนเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน และขอให้ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้โจทก์ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่แก้ไขข้อผิดพลาดของตนเอง เช่นนี้ ย่อมเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000972.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545