คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2688/2545 ฉบับเต็ม

#110353
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2688/2545 นายสุริยา กุลธำรงหรือกุลธำรงค์ โจทก์ บริษัทสหการฟอกหนังขนส่ง จำกัด จำเลย ป.อ. มาตรา 1 (8) พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 79, มาตรา 143 หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ ตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 อันเป็นเอกสารราชการระบุว่า จำเลยเป็นผู้ประกอบการขนส่ง ส่วนผู้ถือกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์โดยโจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ ทั้งสัญญาเดินรถเข้าร่วมกิจการของโจทก์และจำเลยก็ระบุให้จำเลยมีอำนาจบอกเลิกสัญญาหรือถอนรถออกจากการเป็นรถร่วมได้ทันที การที่โจทก์ได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถมาโดยผลจากการทำสัญญาเดินรถเข้าร่วมกิจการในเส้นทางสัมปทานของจำเลย เมื่อจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเดินรถเข้าร่วมกิจการกับโจทก์แล้วพอถือได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งจะเลิกใช้รถยนต์โดยสารแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนประจำจังหวัดทราบและต้องนำแผ่นป้ายทะเบียนรถดังกล่าวคืนแก่นายทะเบียนตามมาตรา 79 แห่ง พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 มิฉะนั้นจำเลยจะมีความผิดและต้องรับโทษทางอาญาตาม มาตรา 143 โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิยึดแผ่นป้ายทะเบียนรถนั้นไว้ และต้องส่งคืนให้แก่จำเลยเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยยอมให้โจทก์นำรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน ๒๐ - ๐๕๑๙ สมุทรปราการ เข้าเดินรถรับส่งผู้โดยสารตามปกติ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๑๖๘,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับชำระค่าเสียหายวันละ ๗๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะยอมให้โจทก์นำรถยนต์โดยสารเข้าร่วมเดินรถ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินจำนวน ๒๐๙,๓๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย กับให้ชดใช้ค่าเสียหายให้จำเลยเดือนละ ๑๘,๒๐๐ บาท จนกว่าโจทก์จะนำแผ่นป้ายทะเบียน ๒๐ - ๐๕๑๙ สมุทรปราการ มาคืนจำเลย หากไม่นำมาคืนขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาล แทนการแสดงเจตนาของโจทก์ โจทก์ให้การ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้โจทก์คืนแผ่นป้ายทะเบียน ๒๐ - ๐๕๑๙ สมุทรปราการ ให้จำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นเอกสารราชการ ซึ่งระบุว่าจำเลยเป็นผู้ประกอบการขนส่ง ส่วนผู้ถือกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์โดยโจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ ประกอบกับสัญญาเดินรถเข้าร่วมกิจการของโจทก์และจำเลย ซึ่งระบุให้จำเลยมีอำนาจบอกเลิกสัญญาหรือถอนรถออกจากการเป็นรถร่วมได้ทันที จะเห็นได้ชัดว่าโจทก์ได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถดังกล่าวมาโดยผล จากการทำสัญญาเดินรถเข้าร่วมกิจการในเส้นทางสัมปทานของจำเลย เมื่อจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเดินรถเข้าร่วมกิจการกับโจทก์โดยชอบแล้ว พอถือได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งจะเลิกใช้รถยนต์โดยสาร คันดังกล่าวแล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนประจำจังหวัดสมุทรปราการทราบ และต้องนำแผ่นป้าย เลขทะเบียนรถดังกล่าวคืนแก่นายทะเบียนตามมาตรา ๗๙ แห่ง พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มิฉะนั้นจำเลยจะมีความผิดและต้องรับโทษทางอาญา ตามมาตรา ๑๔๓ แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิยึดถือแผ่นป้าย เลขทะเบียนรถนั้นไว้ต่อไป จำต้องส่งคืนให้แก่จำเลยเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นนั้นชอบแล้ว พิพากษายืน . (ปรีดี รุ่งวิสัย-อัธยา ดิษยบุตร-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นางถวิลวงศ์ จิตร์วิวัฒน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธนพจน์ อารยลักษณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110353
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นางถวิลวงศ์ จิตร์วิวัฒน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายธนพจน์ อารยลักษณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054420"
    }
}
date
2545
deka_no
2688/2545
deka_running_no
2688
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "อัธยา ดิษยบุตร",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 1 (8)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 79",
            "ม. 143"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุริยา กุลธำรงหรือกุลธำรงค์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสหการฟอกหนังขนส่ง จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยยอมให้โจทก์นำรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน ๒๐ - ๐๕๑๙ สมุทรปราการ เข้าเดินรถรับส่งผู้โดยสารตามปกติ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๑๖๘,๐๐๐ บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับชำระค่าเสียหายวันละ ๗๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะยอมให้โจทก์นำรถยนต์โดยสารเข้าร่วมเดินรถ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ชำระเงินจำนวน ๒๐๙,๓๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จแก่จำเลย กับให้ชดใช้ค่าเสียหายให้จำเลยเดือนละ ๑๘,๒๐๐ บาท จนกว่าโจทก์จะนำแผ่นป้ายทะเบียน ๒๐ - ๐๕๑๙ สมุทรปราการ มาคืนจำเลย หากไม่นำมาคืนขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาล แทนการแสดงเจตนาของโจทก์

โจทก์ให้การ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้โจทก์คืนแผ่นป้ายทะเบียน ๒๐ - ๐๕๑๙ สมุทรปราการ ให้จำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถตาม พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นเอกสารราชการ ซึ่งระบุว่าจำเลยเป็นผู้ประกอบการขนส่ง ส่วนผู้ถือกรรมสิทธิ์ในรถยนต์คือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์โดยโจทก์เป็นผู้เช่าซื้อ ประกอบกับสัญญาเดินรถเข้าร่วมกิจการของโจทก์และจำเลย ซึ่งระบุให้จำเลยมีอำนาจบอกเลิกสัญญาหรือถอนรถออกจากการเป็นรถร่วมได้ทันที จะเห็นได้ชัดว่าโจทก์ได้รับแผ่นป้ายทะเบียนรถดังกล่าวมาโดยผล จากการทำสัญญาเดินรถเข้าร่วมกิจการในเส้นทางสัมปทานของจำเลย เมื่อจำเลยใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเดินรถเข้าร่วมกิจการกับโจทก์โดยชอบแล้ว พอถือได้ว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งจะเลิกใช้รถยนต์โดยสาร คันดังกล่าวแล้ว จำเลยมีหน้าที่ต้องแจ้งให้นายทะเบียนประจำจังหวัดสมุทรปราการทราบ และต้องนำแผ่นป้าย เลขทะเบียนรถดังกล่าวคืนแก่นายทะเบียนตามมาตรา ๗๙ แห่ง พ.ร.บ. การขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ มิฉะนั้นจำเลยจะมีความผิดและต้องรับโทษทางอาญา ตามมาตรา ๑๔๓ แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิยึดถือแผ่นป้าย เลขทะเบียนรถนั้นไว้ต่อไป จำต้องส่งคืนให้แก่จำเลยเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นนั้นชอบแล้ว

พิพากษายืน .
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001022.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545