คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1433/2545 ฉบับเต็ม

#110367
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1433/2545 บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด โจทก์ เทศบาลเมืองมุกดาหาร กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510 มาตรา 24, มาตรา 30 การขอคืนค่าภาษีป้ายตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ต่อผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหาร ท้องถิ่นมอบหมายภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่เสียภาษีป้าย ต้องเป็นกรณีที่ผู้เสียภาษีป้ายเสียไปโดยไม่มีหน้าที่หรือ เสียเกินกว่าที่ควรต้องเสีย คดีนี้โจทก์เห็นว่าการประเมินภาษีป้ายไม่ถูกต้อง และได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีป้าย ตามมาตรา 30 แห่ง พ.ร.บ. ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 แล้ว จึงฟ้องให้เพิกถอนหรือแก้ไขการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง พร้อมขอคืนค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มที่ประเมินเกินไปโดยมิชอบที่โจทก์ได้ชำระให้จำเลยที่ 1 แล้วคืน กรณีจึงไม่ใช่ การขอคืนตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ. ดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจขอคืนค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มคืน ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแจ้งการประเมินภาษีป้ายที่ มห 520003/0445 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2542 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ มห 52003/1434 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2542 และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษี 202,414 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระต้นเงินให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้แก้ไขการประเมินค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่ม และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มจำนวน 188,050 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่า ทนายความ 4,000 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิจารณาแล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์มีสิทธิขอคืนค่าภาษีป้ายที่ชำระเกินเนื่องจากโจทก์มิได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอคืนต่อผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหาร ท้องถิ่นมอบหมายภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เสียภาษีป้ายตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 หรือไม่ เห็นว่า การขอคืนค่าภาษีป้ายตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นกรณีขอคืนต่อผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่ง ผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เสียภาษีป้าย ต้องเป็นกรณีที่ผู้เสียภาษีป้ายเสียภาษีป้ายไปโดยไม่มีหน้าที่หรือเสียเกินกว่าที่ควรต้องเสีย แต่กรณีคดีนี้โจทก์เห็นว่าการประเมินภาษีป้ายไม่ถูกต้องและได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีป้ายตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 แต่จำเลยทั้งสองวินิจฉัยยืนตามการแจ้งการประเมิน โจทก์จึงฟ้องให้เพิกถอนหรือแก้ไขการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองพร้อมขอคืนค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มที่ประเมินเกินไปโดยมิชอบที่โจทก์ได้ชำระให้จำเลยที่ 1 แล้วคืน กรณีจึงไม่ใช่กรณีขอคืนตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจขอคืนค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มคืนจากจำเลยที่ 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้แก้ไขการประเมินค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มตามหนังสือที่ มห 52003/0445 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2542 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ มห 52003/1434 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2542 เป็นให้โจทก์ชำระค่าภาษีป้ายสำหรับปี 2538 เป็นเงิน 40,800 บาท และเงินเพิ่ม 4,080 บาท ปี 2539 ค่าภาษีป้าย 22,000 บาท และเงินเพิ่ม 2,200 บาท ปี 2540 ค่าภาษีป้าย 30,720 บาท และเงินเพิ่ม 3,072 บาท ปี 2541 ค่าภาษีป้าย 30,720 และเงินเพิ่ม 3,072 บาท และ ปี 2542 ค่าภาษีป้าย 40,800 บาท และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษีป้ายที่โจทก์ชำระไว้เกินจำนวน 168,704 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ (ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์-สมศักดิ์ วงศ์ยืน-โนรี จันทร์ทร) ศาลภาษีอากรกลาง - นางณัชชา พาณิชยวราห์ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110367
courts
[
    {
        "court": "ศาลภาษีอากรกลาง",
        "judge": "นางณัชชา พาณิชยวราห์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082056070"
    }
}
date
2545
deka_no
1433/2545
deka_running_no
1433
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์",
    "สมศักดิ์ วงศ์ยืน",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ.2510",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ.2510",
        "sections": [
            "ม. 24",
            "ม. 30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "เทศบาลเมืองมุกดาหาร กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้เพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแจ้งการประเมินภาษีป้ายที่ มห 520003/0445 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2542 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ มห 52003/1434 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2542 และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษี 202,414 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระต้นเงินให้แก่โจทก์เสร็จสิ้น

จำเลยทั้งสองให้การและแก้ไขคำให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาให้แก้ไขการประเมินค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่ม และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มจำนวน 188,050 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่า ทนายความ 4,000 บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิจารณาแล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์มีสิทธิขอคืนค่าภาษีป้ายที่ชำระเกินเนื่องจากโจทก์มิได้ดำเนินการยื่นคำร้องขอคืนต่อผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่งผู้บริหาร ท้องถิ่นมอบหมายภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เสียภาษีป้ายตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 หรือไม่ เห็นว่า การขอคืนค่าภาษีป้ายตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นกรณีขอคืนต่อผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้ซึ่ง ผู้บริหารท้องถิ่นมอบหมายภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่เสียภาษีป้าย ต้องเป็นกรณีที่ผู้เสียภาษีป้ายเสียภาษีป้ายไปโดยไม่มีหน้าที่หรือเสียเกินกว่าที่ควรต้องเสีย แต่กรณีคดีนี้โจทก์เห็นว่าการประเมินภาษีป้ายไม่ถูกต้องและได้ยื่นอุทธรณ์การประเมินภาษีป้ายตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 แต่จำเลยทั้งสองวินิจฉัยยืนตามการแจ้งการประเมิน โจทก์จึงฟ้องให้เพิกถอนหรือแก้ไขการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองพร้อมขอคืนค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มที่ประเมินเกินไปโดยมิชอบที่โจทก์ได้ชำระให้จำเลยที่ 1 แล้วคืน กรณีจึงไม่ใช่กรณีขอคืนตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์จึงมีอำนาจขอคืนค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มคืนจากจำเลยที่ 1

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้แก้ไขการประเมินค่าภาษีป้ายและเงินเพิ่มตามหนังสือที่ มห 52003/0445 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2542 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ มห 52003/1434 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2542 เป็นให้โจทก์ชำระค่าภาษีป้ายสำหรับปี 2538 เป็นเงิน 40,800 บาท และเงินเพิ่ม 4,080 บาท ปี 2539 ค่าภาษีป้าย 22,000 บาท และเงินเพิ่ม 2,200 บาท ปี 2540 ค่าภาษีป้าย 30,720 บาท และเงินเพิ่ม 3,072 บาท ปี 2541 ค่าภาษีป้าย 30,720 และเงินเพิ่ม 3,072 บาท และ ปี 2542 ค่าภาษีป้าย 40,800 บาท และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค่าภาษีป้ายที่โจทก์ชำระไว้เกินจำนวน 168,704 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001037.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545