คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2546 ฉบับเต็ม

#110388
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 478/2546 นายวรวัฒน์หรือภูมิวัฒน์ ธรรมสโรช กับพวก โจทก์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 293 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530 มาตรา 6, มาตรา 11, มาตรา 13 ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่เนื้อที่ 165 ตารางวา อยู่ในบริเวณที่ที่จะเวนคืนเพื่อสร้างทางพิเศษตามพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 และคณะกรรมการกำหนดราคาเบื้องต้นฯ ได้กำหนดเงินค่าทดแทนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ทั้งสี่ ซึ่งจำเลยได้นำเงินค่าทดแทนที่ดินดังกล่าวไปวางโดยฝากธนาคารออมสินไว้และแจ้งให้โจทก์ทั้งสี่ทราบแล้ว กรณีเช่นนี้ตามมาตรา 11 วรรคสอง ประกอบมาตรา 13 วรรคสองและวรรคท้าย ให้ถือว่าได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินของโจทก์ทั้งสี่เนื้อที่ 165 ตารางวา เป็นของจำเลยแล้วตั้งแต่วันที่วางเงินค่าทดแทนที่ดินดังกล่าว แม้ภายหลังจะมีการออกพระราชกฤษฎีกาตามมาตรา 6 อีกฉบับ และคณะรัฐมนตรี มีมติให้ปรับเปลี่ยนแนวเขตทางพิเศษใหม่ เป็นเหตุให้ที่ดินดังกล่าวอยู่ในแนวเขตทางพิเศษที่เปลี่ยนแปลงใหม่นี้เพียง 42 ตารางวา ลดลงจากเดิม 123 ตารางวา ตามคำร้องขอให้งดการบังคับคดีของจำเลยก็ตาม ก็ไม่เป็นเหตุให้ที่ดินเนื้อที่ 123 ตารางวา ที่ไม่ได้อยู่ในแนวเขตทางพิเศษใหม่ดังกล่าว ซึ่งตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยสมบูรณ์แล้ว กลับคืนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิมอีก และไม่มีกฎหมายใดที่ให้สิทธิหรืออำนาจจำเลยคืนที่ดินที่เวนคืนไปแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนแก่โจทก์ทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิม และเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินที่จ่ายไปคืนจากโจทก์ทั้งสี่ หรือขอหักลบกันกับเงินค่าทดแทนที่ดินที่ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเพิ่มขึ้นแก่โจทก์ทั้งสี่ จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะขอให้งดการบังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 293 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนเนื้อที่ ๑๖๕ ตารางวา เพิ่มขึ้นอีกเป็นเงิน ๖,๖๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ทั้งสี่ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๘.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๓๖ ถึงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๓๖ อัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๖ ถึงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๓๖ อัตราร้อยละ ๗ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๓๖ ถึงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๓๗ อัตราร้อยละ ๖.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๓๗ ถึงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๗ และอัตราร้อยละ ๗ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๓๗ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ทั้งนี้ดอกเบี้ยดังกล่าวให้เป็นไปตามอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสี่ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๑๐,๐๐๐ บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดี อ้างเหตุว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ถูกเวนคืนเนื้อที่ ๑๖๕ ตารางวา แต่ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา จำเลยได้ปรับเปลี่ยนแนวเขตทางพิเศษใหม่ทำให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ถูกเวนคืนเพียง ๔๒ ตารางวา ดังนั้น จำเลยจึงควรจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามความเป็นจริงคือ ๔๒ ตารางวา ซึ่งเงินค่าทดแทนที่ดินจะลดน้อยลงตามส่วน ดังนั้น เงินค่าทดแทนที่ดินที่โจทก์ทั้งสี่ได้รับไปก่อนแล้วมากกว่าที่จะได้รับตามความเป็นจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "ศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ไม่มีเหตุที่จะงดการบังคับคดี หากได้ความว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเนื้อที่ที่ถูกเวนคืน จำนวนเงินค่าทดแทนเปลี่ยนแปลงไป จำเลยต้องว่ากล่าวเป็นคดีใหม่ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ" จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา () ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า - บางโคล่ และสายพญาไท ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110388
courts
[
    {
        "court": "ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า",
        "judge": "บางโคล่ และสายพญาไท"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047788"
    }
}
date
2546
deka_no
478/2546
deka_running_no
478
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 293"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2530",
        "sections": [
            "ม. 6",
            "ม. 11",
            "ม. 13"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวรวัฒน์หรือภูมิวัฒน์ ธรรมสโรช กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "การทางพิเศษแห่งประเทศไทย"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนเนื้อที่ ๑๖๕ ตารางวา เพิ่มขึ้นอีกเป็นเงิน ๖,๖๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ทั้งสี่ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๘.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๓๖ ถึงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๓๖ อัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๓๖ ถึงวันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๕๓๖ อัตราร้อยละ ๗ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๓๖ ถึงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๓๗ อัตราร้อยละ ๖.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๓๗ ถึงวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๓๗ และอัตราร้อยละ ๗ ต่อปี นับแต่วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๓๗ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ทั้งนี้ดอกเบี้ยดังกล่าวให้เป็นไปตามอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินกับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสี่ โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๑๐,๐๐๐ บาท คำขอนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นงดการบังคับคดี อ้างเหตุว่า ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ถูกเวนคืนเนื้อที่ ๑๖๕ ตารางวา แต่ก่อนที่ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา จำเลยได้ปรับเปลี่ยนแนวเขตทางพิเศษใหม่ทำให้ที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ถูกเวนคืนเพียง ๔๒ ตารางวา ดังนั้น จำเลยจึงควรจ่ายเงินค่าทดแทนที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามความเป็นจริงคือ ๔๒ ตารางวา ซึ่งเงินค่าทดแทนที่ดินจะลดน้อยลงตามส่วน ดังนั้น เงินค่าทดแทนที่ดินที่โจทก์ทั้งสี่ได้รับไปก่อนแล้วมากกว่าที่จะได้รับตามความเป็นจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "ศาลฎีกาพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ไม่มีเหตุที่จะงดการบังคับคดี หากได้ความว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเนื้อที่ที่ถูกเวนคืน จำนวนเงินค่าทดแทนเปลี่ยนแปลงไป จำเลยต้องว่ากล่าวเป็นคดีใหม่ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ"

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000965.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546