คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673 -ที่ 1674/2545 ฉบับเต็ม

#110815
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673 - 1674/2545 นายเกียรติชัย ปทุมรัตนโชติ โจทก์ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง บริษัทสุหร่ายทิพย์ก่อสร้าง จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 261, มาตรา 310, มาตรา 312 ตาราง 1 ข้อ 2 (ก ผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกได้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากจำเลยเกี่ยวกับเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยโดยชอบก่อนศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอายัดเงินดังกล่าวไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ย่อมถือว่าผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกผู้จะต้องเสียหายเพราะคำสั่งอายัดนั้น ผู้ร้องย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งนั้นได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 261 วรรคหนึ่ง และเป็นกรณีโต้แย้งระหว่างโจทก์กับผู้ร้องในปัญหาที่ว่าจะอายัดเงินดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างโครงการขยายลานจอดรถยนต์ และปรับปรุงระบบไฟฟ้าแรงสูงและสายสื่อสาร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต จำนวนเงิน ๑๗,๒๐๔,๗๙๔.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และในวันยื่นฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน โดยขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยในงวดงานที่ ๓ และที่ ๔ จำนวน ๑๗,๒๕๓,๘๗๙.๒๓ บาท ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งอายัดเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ตามจำนวนเงินดังกล่าวมาไว้ที่ศาลชั้นต้นเป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยให้โจทก์วางเงินประกัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัด ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินค่าก่อสร้างที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องแล้ว ผู้ร้องและจำเลยได้ทำหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องและได้รับความยินยอมจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยแล้ว ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งอายัดเงินดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานผู้ร้องแล้วเห็นว่า จำเลยโอนสิทธิเรียกร้องจำนวนเงินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดชั่วคราวจริง จึงมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดเดิม ให้คืนเงินจำนวน ๑๖,๔๖๖,๘๐๔.๐๒ บาท ให้แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และคืนเงินประกัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ด้วย โจทก์ยื่นคำร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้คืนเงินแก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หากจำเลยรับเงินดังกล่าวไปย่อมทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลชั้นต้นงดคืนเงินให้แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งยื่นอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ระงับการส่งเงินคืนการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จะมีคำสั่ง ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้าน และต่อมายื่นคำร้องขอรับเงินดังกล่าวจากศาลชั้นต้นไปเก็บรักษาไว้เองจนกว่าศาลจะมีคำสั่งให้คืนแก่ศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคืนเงินให้แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว โดยให้รอคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค ๘ ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของโจทก์แล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ มีคำพิพากษาลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๓ รวม ๓ ฉบับ ฉบับแรกศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้เป็นพับ ฉบับที่สองศาลอุทธรณ์ภาค ๘ วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ ๒ ประการคือ ประการแรกไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์เรื่องที่ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดให้โจทก์สืบพยาน ประการที่สองวินิจฉัยว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตตามคำร้องของผู้ร้องที่ขอเพิกถอนการอายัดเงินดังกล่าวไว้ก่อนพิพากษาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๑ วรรคหนึ่ง นั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ฉบับที่สามศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนเงินจำนวน ๑๖,๔๖๖,๘๐๔.๐๒ บาท (ที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยส่งให้แก่ศาลชั้นต้น) แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีการวม ๒ ฉบับ ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "จำเลยหรือบุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่ง? หรือจะต้องเสียหายเพราะหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่งดังกล่าว อาจมีคำขอต่อศาลให้ถอนหมาย เพิกถอนคำสั่ง? ให้นำมาตรา ๒๘๘ หรือมาตรา ๓๑๒ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม" ฉะนั้นผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากจำเลยเกี่ยวกับเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยโดยชอบก่อนศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอายัดเงินดังกล่าวไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาย่อมถือว่าผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกผู้จะต้องเสียหายเพราะคำสั่งอายัดนั้น ผู้ร้องย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งนั้นได้ตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว และเป็นกรณีโต้แย้งระหว่างโจทก์กับผู้ร้องในปัญหาที่ว่าจะอายัดเงินดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ หาใช่เป็นคดีมีทุนทรัพย์ดังที่โจทก์ฎีกาไม่ นอกจากนี้ตามคำร้องขอให้ยกเลิกคำสั่งอายัดชั่วคราวของผู้ร้องลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับคำร้อง สำเนาให้โจทก์และจำเลย นัดไต่สวนและมีการไต่สวนพยานผู้ร้อง โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องของผู้ร้องแล้วไม่คัดค้านว่าการไต่สวนไม่ชอบอย่างไร อีกทั้งทนายความโจทก์ก็ซักค้านพยานผู้ร้องด้วย ย่อมถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของผู้ร้องโดยนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลมแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๑ วรรคหนึ่ง จึงเห็นว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของผู้ร้องชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้นคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งอายัดเงินตามคำร้องของผู้ร้องจึงชอบแล้ว มีผลเท่ากับไม่มีการอายัดเงิน ศาลชั้นต้นจึงต้องคืนเงินที่อายัดให้แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ต้องคำสั่งอายัด ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษามาชอบแล้วทั้งสองฉบับ ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฉบับฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของโจทก์ในประเด็นอื่นไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลฎีกาให้เป็นพับ. (ชัช ชลวร-อรพินท์ เศรษฐมานิต-รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์) ศาลจังหวัดภูเก็ต - ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110815
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดภูเก็ต -",
        "judge": ""
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055848"
    }
}
date
2545
deka_no
1674/2545
deka_running_no
1674
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ชัช ชลวร",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 261",
            "ม. 310",
            "ม. 312 ตาราง 1 ข้อ 2 (ก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเกียรติชัย ปทุมรัตนโชติ"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสุหร่ายทิพย์ก่อสร้าง จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าว่าจ้างโจทก์ก่อสร้างโครงการขยายลานจอดรถยนต์ และปรับปรุงระบบไฟฟ้าแรงสูงและสายสื่อสาร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต จำนวนเงิน ๑๗,๒๐๔,๗๙๔.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และในวันยื่นฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาในกรณีมีเหตุฉุกเฉิน โดยขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยในงวดงานที่ ๓ และที่ ๔ จำนวน ๑๗,๒๕๓,๘๗๙.๒๓ บาท ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งอายัดเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ตามจำนวนเงินดังกล่าวมาไว้ที่ศาลชั้นต้นเป็นการชั่วคราวก่อนพิพากษาโดยให้โจทก์วางเงินประกัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอายัด

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องเงินค่าก่อสร้างที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องแล้ว ผู้ร้องและจำเลยได้ทำหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องและได้รับความยินยอมจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยแล้ว ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งอายัดเงินดังกล่าว

ศาลชั้นต้นไต่สวนพยานผู้ร้องแล้วเห็นว่า จำเลยโอนสิทธิเรียกร้องจำนวนเงินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งอายัดชั่วคราวจริง จึงมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอายัดเดิม ให้คืนเงินจำนวน ๑๖,๔๖๖,๘๐๔.๐๒ บาท ให้แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และคืนเงินประกัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ด้วย

โจทก์ยื่นคำร้องว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้คืนเงินแก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย หากจำเลยรับเงินดังกล่าวไปย่อมทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลชั้นต้นงดคืนเงินให้แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย พร้อมทั้งยื่นอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ระงับการส่งเงินคืนการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยไว้ชั่วคราวจนกว่าศาลอุทธรณ์ภาค ๘ จะมีคำสั่ง

ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้าน และต่อมายื่นคำร้องขอรับเงินดังกล่าวจากศาลชั้นต้นไปเก็บรักษาไว้เองจนกว่าศาลจะมีคำสั่งให้คืนแก่ศาล

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคืนเงินให้แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว โดยให้รอคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค ๘

ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องของโจทก์แล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ มีคำพิพากษาลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๓ รวม ๓ ฉบับ

ฉบับแรกศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้เป็นพับ

ฉบับที่สองศาลอุทธรณ์ภาค ๘ วินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ ๒ ประการคือ ประการแรกไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์เรื่องที่ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดให้โจทก์สืบพยาน ประการที่สองวินิจฉัยว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตตามคำร้องของผู้ร้องที่ขอเพิกถอนการอายัดเงินดังกล่าวไว้ก่อนพิพากษาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๑ วรรคหนึ่ง นั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ฉบับที่สามศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้คืนเงินจำนวน ๑๖,๔๖๖,๘๐๔.๐๒ บาท (ที่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยส่งให้แก่ศาลชั้นต้น) แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีการวม ๒ ฉบับ

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๑ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "จำเลยหรือบุคคลภายนอกซึ่งได้รับหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่ง? หรือจะต้องเสียหายเพราะหมายยึด หมายอายัด หรือคำสั่งดังกล่าว อาจมีคำขอต่อศาลให้ถอนหมาย เพิกถอนคำสั่ง? ให้นำมาตรา ๒๘๘ หรือมาตรา ๓๑๒ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม" ฉะนั้นผู้ร้องซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้รับโอนสิทธิเรียกร้องจากจำเลยเกี่ยวกับเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยมีสิทธิจะได้รับจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยโดยชอบก่อนศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งอายัดเงินดังกล่าวไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาย่อมถือว่าผู้ร้องเป็นบุคคลภายนอกผู้จะต้องเสียหายเพราะคำสั่งอายัดนั้น ผู้ร้องย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งนั้นได้ตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว และเป็นกรณีโต้แย้งระหว่างโจทก์กับผู้ร้องในปัญหาที่ว่าจะอายัดเงินดังกล่าวได้หรือไม่ เพียงใด เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ หาใช่เป็นคดีมีทุนทรัพย์ดังที่โจทก์ฎีกาไม่ นอกจากนี้ตามคำร้องขอให้ยกเลิกคำสั่งอายัดชั่วคราวของผู้ร้องลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รับคำร้อง สำเนาให้โจทก์และจำเลย นัดไต่สวนและมีการไต่สวนพยานผู้ร้อง โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องของผู้ร้องแล้วไม่คัดค้านว่าการไต่สวนไม่ชอบอย่างไร อีกทั้งทนายความโจทก์ก็ซักค้านพยานผู้ร้องด้วย ย่อมถือได้ว่าศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของผู้ร้องโดยนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลมแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๖๑ วรรคหนึ่ง จึงเห็นว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีของผู้ร้องชอบด้วยกฎหมาย ฉะนั้นคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งให้เพิกถอนคำสั่งอายัดเงินตามคำร้องของผู้ร้องจึงชอบแล้ว มีผลเท่ากับไม่มีการอายัดเงิน ศาลชั้นต้นจึงต้องคืนเงินที่อายัดให้แก่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ต้องคำสั่งอายัด ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษามาชอบแล้วทั้งสองฉบับ ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฉบับฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาของโจทก์ในประเด็นอื่นไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001035.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673 -
year
2545