คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2546 ฉบับเต็ม

#110842
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2546 นายสุวรรณ ยืนยง โจทก์ นางสุชีราภรณ์ สิทธิศาสตร์ ผู้ร้อง นายชัยพร ธุวานนท์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 48, มาตรา 54, มาตรา 801, มาตรา 802 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ในคดีนี้ซึ่งเป็นหนี้ค่าจ้างก่อสร้างอาคารโรงเรียนเทคโนโลยี ร. การที่ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอจัดการกิจการโรงเรียนเทคโนโลยี ฉ. แทนจำเลยผู้ไม่อยู่ชั่วคราว จนกว่าจำเลยจะกลับมา และผู้ร้องได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยี ฉ. ย่อมมีความหมายอยู่ในตัวว่า ผู้ร้องมีอำนาจ จัดการแต่เฉพาะในกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยี ฉ. อันเป็นกรณีที่ศาลสั่งให้ทำการอย่างหนึ่งอย่างใดไปพลางก่อนตามที่จำเป็นเพื่อจัดการทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 48 วรรคหนึ่ง หาใช่กรณีที่ศาลตั้งผู้ร้องเป็น ผู้จัดการทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 48 วรรคสอง อันจะทำให้ผู้ร้องมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับ ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไม่แม้ในเหตุฉุกเฉินผู้ร้องก็ไม่อาจจะก้าวล่วงไปจัดการในกิจการอื่นของจำเลยได้ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจที่จะยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าจ้างก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนเทคโนโลยี ร. ชำระเป็นเงิน ๔,๑๗๘,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔,๑๗๘,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ โดยให้ผู้ร้องดำเนินการแทนจำเลยผู้ไม่อยู่ โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๒ จำเลยไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าจำเลยยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และมิได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไว้ ต่อมาวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๔๓ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๓๕/๒๕๔๓ ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ โดยก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ในคดีนี้แก่โจทก์ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอจัดการกิจการโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราแทนจำเลยผู้ไม่อยู่ชั่วคราว จนกว่าจำเลยจะกลับมา และผู้ร้องได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราก็ย่อมมีความหมายอยู่ในตัวแล้วว่า ผู้ร้องมีอำนาจจัดการแต่เฉพาะในกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา อันเป็นกรณีที่ศาลสั่งให้ทำการอย่างหนึ่งอย่างใดไปพลางก่อน ตามที่จำเป็นเพื่อจัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง หาใช่กรณีที่ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๘ วรรคสอง อันจะทำให้ผู้ร้องมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไม่ แม้ในเหตุฉุกเฉินผู้ร้องก็ไม่อาจจะก้าวล่วงไปจัดการในกิจการอื่นของจำเลยได้ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจที่จะยื่น คำร้องขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วิบูลย์ มีอาสา-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) ศาลจังหวัดระยอง - นายสุรฤทธิ์ ธีระศักดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธนพจน์ อารยลักษณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110842
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดระยอง",
        "judge": "นายสุรฤทธิ์ ธีระศักดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายธนพจน์ อารยลักษณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082046995"
    }
}
date
2546
deka_no
1112/2546
deka_running_no
1112
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 48",
            "ม. 54",
            "ม. 801",
            "ม. 802"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุวรรณ ยืนยง"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสุชีราภรณ์ สิทธิศาสตร์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชัยพร ธุวานนท์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าจ้างก่อสร้างอาคารเรียนโรงเรียนเทคโนโลยี ร. ชำระเป็นเงิน ๔,๑๗๘,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๔,๑๗๘,๕๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ โดยให้ผู้ร้องดำเนินการแทนจำเลยผู้ไม่อยู่

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๔๒ จำเลยไปเสียจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่โดยไม่มีใครรู้แน่ว่าจำเลยยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และมิได้ตั้งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไว้ ต่อมาวันที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๔๓ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำสั่งในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๓๓๕/๒๕๔๓ ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราซึ่งเป็นทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ โดยก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๓ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ในคดีนี้แก่โจทก์ การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอจัดการกิจการโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราแทนจำเลยผู้ไม่อยู่ชั่วคราว จนกว่าจำเลยจะกลับมา และผู้ร้องได้รับแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้จัดการกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทราก็ย่อมมีความหมายอยู่ในตัวแล้วว่า ผู้ร้องมีอำนาจจัดการแต่เฉพาะในกิจการของโรงเรียนเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา อันเป็นกรณีที่ศาลสั่งให้ทำการอย่างหนึ่งอย่างใดไปพลางก่อน ตามที่จำเป็นเพื่อจัดการทรัพย์สินของผู้ไม่อยู่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง หาใช่กรณีที่ศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของจำเลยผู้ไม่อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๘ วรรคสอง อันจะทำให้ผู้ร้องมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับตัวแทนผู้รับมอบอำนาจทั่วไปไม่ แม้ในเหตุฉุกเฉินผู้ร้องก็ไม่อาจจะก้าวล่วงไปจัดการในกิจการอื่นของจำเลยได้ ผู้ร้องจึงไม่มีอำนาจที่จะยื่น คำร้องขอให้พิจารณาคดีนี้ใหม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๒ พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000958.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546