คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2546 ฉบับเต็ม

#110853
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2546 บริษัทการ์ดฟอร์ซ (ไทยแลนด์) จำกัด โจทก์ นางจิตติมา แสงทับทิม จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 119 (4), มาตรา 123 ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทโจทก์ที่กำหนดว่า การเรียกเงิน ยอมรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่นเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งทำให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่หรือทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย เป็นความผิดกรณีร้ายแรงนั้น หมายถึงการที่ลูกจ้างของโจทก์ได้เรียกเงิน ยอมรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่น โดยมีความมุ่งหมายที่จะไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม หรือลักษณะของการกระทำดังกล่าวทำให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นผลที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ การที่ ก. ลูกจ้างโจทก์ตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการกู้ยืมเงิน ท. ลูกจ้างโจทก์ ตำแหน่งพนักงานรักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นผู้ที่สนิทสนมกับ ก. โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผลจากการกู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นเหตุให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของ ก. หรือทำให้โจทก์เสียหายแต่อย่างใด การกระทำของ ก. ดังกล่าวไม่เป็นความผิดที่ร้ายแรง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยแก่นายโกวิท จำนวน ๙๙,๒๐๐ บาท เนื่องจากนายโกวิทกระทำผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง โจทก์จึงมีหนังสือเลิกจ้างนายโกวิท จำเลยให้การว่า คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานซึ่งออกโดยจำเลยชอบด้วยกฎหมายและไม่มีเหตุที่จะเพิกถอน นายโกวิทไม่ได้กระทำความผิด หนังสือเลิกจ้างของโจทก์มิได้ระบุเหตุผลแห่งการเลิกจ้างไว้ โจทก์จึงต้องจ่าย ค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิจารณาแล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประกอบกิจการ รับบริการรักษาความปลอดภัย นายโกวิท โพธิ์แก้ว เป็นลูกจ้างโจทก์ ครั้งสุดท้ายเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๑๒,๔๐๐ บาท ส่วนนางทองจันทร์ โสมอินทร์ เป็นลูกจ้างโจทก์ ทำหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัย และนายโกวิทเคยเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของนางทองจันทร์ นายโกวิทเคยยืมเงินจาก นางทองจันทร์หลายครั้ง ต่อมานายโกวิทได้ยืมเงินจากนางทองจันทร์อีกรวม ๖,๐๐๐ บาท แล้วไม่คืนเงินที่ยืมให้แก่ นางทองจันทร์ นางทองจันทร์จึงร้องเรียนต่อโจทก์ โจทก์เห็นว่าการกระทำของนายโกวิทเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำงานของโจทก์กรณีร้ายแรงจึงมีคำสั่งเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย นายโกวิทได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน จำเลยในฐานะพนักงานตรวจแรงงานสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า นายโกวิทไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงจึงมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยจำนวน ๙๙,๒๐๐ บาท แก่นายโกวิท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำสั่งของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ที่ว่า "เรียกเงิน ยอมรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่นเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งทำให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ หรือทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย" เป็นความผิดกรณีร้ายแรงนั้น หมายถึง การที่พนักงานหรือลูกจ้างของโจทก์คนใดได้เรียกเงิน ยอมรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่น โดยมีความมุ่งหมายที่จะไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมหรือลักษณะของการกระทำดังกล่าวทำให้เสียความ เที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นผลที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า การที่นายโกวิทกู้ยืมเงินจากนางทองจันทร์หลายครั้งก็เป็นเพียงการกู้ยืมเงินส่วนตัวในลักษณะคนที่รู้จักคุ้นเคยกันเท่านั้น และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผลจากการกู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นเหตุให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของนายโกวิทหรือทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด การกระทำของนายโกวิทดังกล่าวไม่เป็นความผิดที่ร้ายแรง โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะเลิกจ้างนายโกวิทโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย คำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยให้แก่นายโกวิท ชอบแล้วไม่มีเหตุจะเพิกถอน อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ปัญญา สุทธิบดี- พันธาวุธ ปาณิกบุตร - หัสดี ไกรทองสุก) () ศาลแรงงานกลาง - นางสาวเปรมรัตน์ วิจารณาญาณ ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110853
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นางสาวเปรมรัตน์ วิจารณาญาณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082046084"
    }
}
date
2546
deka_no
1932/2546
deka_running_no
1932
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 119 (4)",
            "ม. 123"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทการ์ดฟอร์ซ (ไทยแลนด์) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจิตติมา แสงทับทิม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยแก่นายโกวิท จำนวน ๙๙,๒๐๐ บาท เนื่องจากนายโกวิทกระทำผิดข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานกรณีที่ร้ายแรง โจทก์จึงมีหนังสือเลิกจ้างนายโกวิท

จำเลยให้การว่า คำสั่งพนักงานตรวจแรงงานซึ่งออกโดยจำเลยชอบด้วยกฎหมายและไม่มีเหตุที่จะเพิกถอน นายโกวิทไม่ได้กระทำความผิด หนังสือเลิกจ้างของโจทก์มิได้ระบุเหตุผลแห่งการเลิกจ้างไว้ โจทก์จึงต้องจ่าย ค่าชดเชย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานพิจารณาแล้ว คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประกอบกิจการ รับบริการรักษาความปลอดภัย นายโกวิท โพธิ์แก้ว เป็นลูกจ้างโจทก์ ครั้งสุดท้ายเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๑๒,๔๐๐ บาท ส่วนนางทองจันทร์ โสมอินทร์ เป็นลูกจ้างโจทก์ ทำหน้าที่พนักงานรักษาความปลอดภัย และนายโกวิทเคยเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของนางทองจันทร์ นายโกวิทเคยยืมเงินจาก นางทองจันทร์หลายครั้ง ต่อมานายโกวิทได้ยืมเงินจากนางทองจันทร์อีกรวม ๖,๐๐๐ บาท แล้วไม่คืนเงินที่ยืมให้แก่ นางทองจันทร์ นางทองจันทร์จึงร้องเรียนต่อโจทก์ โจทก์เห็นว่าการกระทำของนายโกวิทเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ เกี่ยวกับการทำงานของโจทก์กรณีร้ายแรงจึงมีคำสั่งเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย นายโกวิทได้ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน จำเลยในฐานะพนักงานตรวจแรงงานสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า นายโกวิทไม่ได้กระทำความผิดร้ายแรงจึงมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยจำนวน ๙๙,๒๐๐ บาท แก่นายโกวิท

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำสั่งของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ที่ว่า "เรียกเงิน ยอมรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่นเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ซึ่งทำให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ หรือทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย" เป็นความผิดกรณีร้ายแรงนั้น หมายถึง การที่พนักงานหรือลูกจ้างของโจทก์คนใดได้เรียกเงิน ยอมรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้อื่น โดยมีความมุ่งหมายที่จะไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมหรือลักษณะของการกระทำดังกล่าวทำให้เสียความ เที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นผลที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า การที่นายโกวิทกู้ยืมเงินจากนางทองจันทร์หลายครั้งก็เป็นเพียงการกู้ยืมเงินส่วนตัวในลักษณะคนที่รู้จักคุ้นเคยกันเท่านั้น และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าผลจากการกู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นเหตุให้เสียความเที่ยงธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของนายโกวิทหรือทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด การกระทำของนายโกวิทดังกล่าวไม่เป็นความผิดที่ร้ายแรง โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะเลิกจ้างนายโกวิทโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย คำสั่งของจำเลยที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยให้แก่นายโกวิท ชอบแล้วไม่มีเหตุจะเพิกถอน อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน

(ปัญญา สุทธิบดี- พันธาวุธ ปาณิกบุตร - หัสดี ไกรทองสุก)
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000950.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546