คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2546 ฉบับเต็ม

#110873
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1024/2546 บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไอพีเอพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายสรรวุฒิ หอธนสมบัติ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง จำเลยให้การว่าไม่เคยทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์ ทั้งไม่เคยนำเช็คตามฟ้องมาขายลดให้แก่โจทก์ และไม่เคยรับเงินจากโจทก์คำให้การดังกล่าวเป็นเพียงปฏิเสธลอยไม่ได้ให้รายละเอียดว่าลายมือชื่อจำเลยในสัญญาขายลดตั๋วเงินและลายมือชื่อในเช็คตามเอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าชื่อว่า ไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลยหากจำเลยสืบพยานก็ต้องห้ามมิให้รับฟัง เพราะคำให้การของจำเลยไม่มีรายละเอียดแข่งการปฏิเสธตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 4,750,684.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 4,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 4,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี นับแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกิน 750,684.93 บาท ตามที่โจทก์ขอให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 7,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงิน โดยจำเลยนำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จำนวนเงิน 4,000,000 บาท มาขายลดให้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเช็คฉบับดังกล่าวไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงฟ้องบังคับจำเลยให้รับผิดตามสัญญาจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์ ทั้งไม่เคยนำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ตามฟ้องมา ขายลดให้แก่โจทก์ และไม่เคยได้รับเงินจำนวน 4,000,000 บาท คำให้การดังกล่าวเป็นเพียงปฏิเสธลอยไม่ได้ให้ รายละเอียดว่าลายมือชื่อจำเลยในสัญญาขายลดตั๋วเงินและลายมือชื่อในเช็คตามเอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่ลายมือชื่อ ของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบว่าไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลย หากจำเลยสืบพยานก็ต้องห้ามมิให้รับฟัง เพราะคำให้การของจำเลยไม่มีรายละเอียดแห่งการปฏิเสธ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง พยานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์ และต่อมาผิดสัญญาจริง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดตามฟ้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกา 10,000 บาท แทนโจทก์. (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-ไพศาล เจริญวุฒิ-สุภิญโญ ชยารักษ์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายประพาฬ อนมาน ศาลอุทธรณ์ - นายสนอง เล่าศรีวรกต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110873
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายประพาฬ อนมาน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสนอง เล่าศรีวรกต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047100"
    }
}
date
2546
deka_no
1024/2546
deka_running_no
1024
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 177 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ไอพีเอพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสรรวุฒิ หอธนสมบัติ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 4,750,684.93 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 4,000,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 4,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 25 ต่อปี นับแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยก่อนฟ้องต้องไม่เกิน 750,684.93 บาท ตามที่โจทก์ขอให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 7,000 บาท

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงิน โดยจำเลยนำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จำนวนเงิน 4,000,000 บาท มาขายลดให้แก่โจทก์ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเช็คฉบับดังกล่าวไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จึงฟ้องบังคับจำเลยให้รับผิดตามสัญญาจำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์ ทั้งไม่เคยนำเช็คธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ตามฟ้องมา ขายลดให้แก่โจทก์ และไม่เคยได้รับเงินจำนวน 4,000,000 บาท คำให้การดังกล่าวเป็นเพียงปฏิเสธลอยไม่ได้ให้ รายละเอียดว่าลายมือชื่อจำเลยในสัญญาขายลดตั๋วเงินและลายมือชื่อในเช็คตามเอกสารท้ายฟ้องไม่ใช่ลายมือชื่อ ของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบว่าไม่ใช่ลายมือชื่อจำเลย หากจำเลยสืบพยานก็ต้องห้ามมิให้รับฟัง เพราะคำให้การของจำเลยไม่มีรายละเอียดแห่งการปฏิเสธ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง พยานโจทก์รับฟังได้ว่า จำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายลดตั๋วเงินกับโจทก์ และต่อมาผิดสัญญาจริง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับผิดตามฟ้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกา 10,000 บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000959.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546