คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2546 ฉบับเต็ม

#110875
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1392/2546 นายมานะ พิทยาภรณ์ กับพวก โจทก์ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา ตาราง 1 (1) (ก) ที่ดินของโจทก์ทั้งสามถูกเวนคืน 3 ครั้ง แต่ละครั้งที่ถูกเวนคืนเนื่องจากการดำเนินการโดยอาศัยพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนซึ่งตราออกมาคนละฉบับกัน โจทก์ทั้งสามมีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาแต่ละฉบับต่างกันจึงต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ของเงินค่าทดแทนที่ดินแต่ละครั้งที่ถูกเวนคืนที่โจทก์ทั้งสามฟ้องขอเพิ่มแยกต่างหากจากกันด้วย ___________________________ โจทก์ทั้งสามฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มจำนวน ๔๖๐,๖๗๐,๔๓๓.๔๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๒๓๔,๒๖๘,๙๓๓.๔๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๖,๓๒๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ทั้งสาม พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินของจำนวนเงิน ๑๓,๗๖๐,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๓๖ และของจำนวนเงิน ๒,๕๖๐,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสาม ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ ๕๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก โจทก์ทั้งสามและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๗๐๔๘ และ ๓๑๑๘ ตำบลบางกะปิ อำเภอห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกเวนคืนอันเนื่องจากการดำเนินการตาม พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินฯ ซึ่งมีผลใช้บังคับวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๑ เพื่อสร้างทางพิเศษสายแจ้งวัฒนะ -บางโคล่ และสายพญาไท - ศรีนครินทร์ เป็นเนื้อที่ ๖๙๔ ตารางวา ต่อมาที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๗๐๔๘ ถูกเวนคืนอีก เนื้อที่ ๓๔๔ ตารางวา อันเนื่องจากการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินฯ ซึ่งมีผลใช้บังคับวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๓๓ เพื่อสร้างทางพิเศษสายรามอินทรา - อาจณรงค์ และถูกเวนคืนอีกเนื้อที่ ๖๔ ตารางวา อันเนื่องจากการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๕ เพื่อสร้างทางพิเศษ สายแจ้งวัฒนะ - บางโคล่ และสายพญาไท - ศรีนครินทร์ โจทก์ทั้งสามไม่พอใจเงินค่าทดแทนที่ดินทั้งสามครั้ง และฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนทั้งสามครั้งมาในคำฟ้องฉบับเดียวกัน ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสามถูกเวนคืน ๓ ครั้ง แต่ละครั้งที่ถูกเวนคืนเนื่องจากการดำเนินการโดยอาศัยพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนซึ่งตราออกมาคนละฉบับกัน พระราชกฤษฎีกาแต่ละฉบับมีอายุบังคับใช้เพียงสี่ปีก็เป็นอันสิ้นผล โจทก์ทั้งสามจึงมีสิทธิจะได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาแต่ละฉบับต่างกัน ดังนั้น แม้โจทก์ทั้งสามจะฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนทั้งสามครั้งมาในคำฟ้องฉบับเดียวกันได้ก็ตาม โจทก์ทั้งสามก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ของเงินค่าทดแทนที่ดินแต่ละครั้งที่ถูกเวนคืนที่โจทก์ทั้งสามฟ้องขอเพิ่มแยกต่างหากจากกันด้วย โจทก์ทั้งสามจะขอให้รวมเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนทั้งสามครั้งเข้าด้วยกันเพื่อเสียค่าขึ้นศาลให้น้อยลงไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้โจทก์ทั้งสามเสียค่าขึ้นศาลแยกตามทุนทรัพย์ของเงินค่าทดแทนที่ดินแต่ละครั้งที่ถูกเวนคืนที่โจทก์ทั้งสามฟ้องขอเพิ่มขึ้นนั้นชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ทั้งสามฟังไม่ขึ้น... พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (กำพล ภู่สุดแสวง-สุรชาติ บุญศิริพันธ์-สุเทพ เจตนาการณ์กุล) ศาลแพ่ง - นายชวลิต ยงพาณิชย์ ศาลอุทธรณ์ - นายสุรพล เตชะกำธร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110875
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายชวลิต ยงพาณิชย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรพล เตชะกำธร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082046656"
    }
}
date
2546
deka_no
1392/2546
deka_running_no
1392
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "สุเทพ เจตนาการณ์กุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายมานะ พิทยาภรณ์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "การทางพิเศษแห่งประเทศไทย"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสามฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าทดแทนที่ดินเพิ่มจำนวน ๔๖๐,๖๗๐,๔๓๓.๔๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย ในอัตราร้อยละ ๑๓ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๒๓๔,๒๖๘,๙๓๓.๔๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสาม

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๖,๓๒๐,๐๐๐ บาท แก่โจทก์ทั้งสาม พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินของจำนวนเงิน ๑๓,๗๖๐,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๓๖ และของจำนวนเงิน ๒,๕๖๐,๐๐๐ บาท นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสาม เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสาม ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ ๕๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก

โจทก์ทั้งสามและจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๗๐๔๘ และ ๓๑๑๘ ตำบลบางกะปิ อำเภอห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งถูกเวนคืนอันเนื่องจากการดำเนินการตาม พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินฯ ซึ่งมีผลใช้บังคับวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๑ เพื่อสร้างทางพิเศษสายแจ้งวัฒนะ -บางโคล่ และสายพญาไท - ศรีนครินทร์ เป็นเนื้อที่ ๖๙๔ ตารางวา ต่อมาที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๗๐๔๘ ถูกเวนคืนอีก เนื้อที่ ๓๔๔ ตารางวา อันเนื่องจากการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินฯ ซึ่งมีผลใช้บังคับวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๓๓ เพื่อสร้างทางพิเศษสายรามอินทรา - อาจณรงค์ และถูกเวนคืนอีกเนื้อที่ ๖๔ ตารางวา อันเนื่องจากการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๓๕ เพื่อสร้างทางพิเศษ สายแจ้งวัฒนะ - บางโคล่ และสายพญาไท - ศรีนครินทร์ โจทก์ทั้งสามไม่พอใจเงินค่าทดแทนที่ดินทั้งสามครั้ง และฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนทั้งสามครั้งมาในคำฟ้องฉบับเดียวกัน ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่าที่ดินของโจทก์ทั้งสามถูกเวนคืน ๓ ครั้ง แต่ละครั้งที่ถูกเวนคืนเนื่องจากการดำเนินการโดยอาศัยพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนซึ่งตราออกมาคนละฉบับกัน พระราชกฤษฎีกาแต่ละฉบับมีอายุบังคับใช้เพียงสี่ปีก็เป็นอันสิ้นผล โจทก์ทั้งสามจึงมีสิทธิจะได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินตามพระราชกฤษฎีกาแต่ละฉบับต่างกัน ดังนั้น แม้โจทก์ทั้งสามจะฟ้องเรียกเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนทั้งสามครั้งมาในคำฟ้องฉบับเดียวกันได้ก็ตาม โจทก์ทั้งสามก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ของเงินค่าทดแทนที่ดินแต่ละครั้งที่ถูกเวนคืนที่โจทก์ทั้งสามฟ้องขอเพิ่มแยกต่างหากจากกันด้วย โจทก์ทั้งสามจะขอให้รวมเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนทั้งสามครั้งเข้าด้วยกันเพื่อเสียค่าขึ้นศาลให้น้อยลงไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้โจทก์ทั้งสามเสียค่าขึ้นศาลแยกตามทุนทรัพย์ของเงินค่าทดแทนที่ดินแต่ละครั้งที่ถูกเวนคืนที่โจทก์ทั้งสามฟ้องขอเพิ่มขึ้นนั้นชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ทั้งสามฟังไม่ขึ้น...

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000955.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546