คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2599/2546 ฉบับเต็ม

#110878
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2599/2546 นายพรมดี วัตรสารหรือวัตระสารหรือวัตสาร โจทก์ นายสมาน แสงอุ่น จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 420, มาตรา 448, มาตรา 1367 ป.ที่ดิน มาตรา 61 จำเลยนำที่ดินพิพาทส่วนที่เป็นของโจทก์และอยู่ในความครอบครองของโจทก์ไปขอออก น.ส. 3 ก. โดยไม่ชอบ ศาลมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนได้ ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 61 และโจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอน น.ส. 3 ก. ในส่วนที่ออกโดยไม่ชอบได้เพราะตราบใดที่หนังสือรับรองการทำประโยชน์ยังไม่ถูกเพิกถอนย่อมถือว่าการละเมิด ยังมีอยู่ ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทจำนวน ๖ ไร่ ๔๗ ตารางวา ตาม น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๔๒ ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เป็นของโจทก์ให้เพิกถอน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๔๒ ดังกล่าวให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท และห้ามเกี่ยวข้องรบกวนต่อไป จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้พิพากษาห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอีกต่อไป โจทก์ให้การขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ห้ามโจทก์และบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๒,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินพิพาทส่วนที่อยู่ทางด้านทิศเหนือเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ เป็นของโจทก์ และส่วนที่อยู่ทางด้านทิศใต้เนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ เป็นของจำเลย ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินส่วนของโจทก์ และห้ามโจทก์และบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินส่วนของจำเลย ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๙๔๒ ดังกล่าวข้างต้นเฉพาะส่วนทางด้านทิศเหนือเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ คำขออื่นของโจทก์และของจำเลยนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์มีที่ดิน ๑ แปลง โดยได้รับมรดกมาจากบิดามารดา โจทก์มีบุตร ๗ คน นางสมศรี แสงอุ่น ภริยาจำเลยเป็นบุตรคนหนึ่งของโจทก์ โจทก์ให้จำเลยและนางสมศรีปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์ เมื่อประมาณปี ๒๕๑๔ โจทก์แบ่งที่ดินบางส่วนทางด้านทิศใต้ซึ่งเป็นที่นาให้จำเลยกับนางสมศรีทำนา ต่อมาในปี ๒๕๒๑ ทั้งโจทก์และจำเลยขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โจทก์ได้รับหนังสือ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า บ.และ อ. ได้ทำนาทำกินในที่ดินพิพาทอยู่คนละประมาณ ๒ ไร่ โดยได้รับอนุญาตจากโจทก์ สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ส่วนที่ บ. และ อ. ทำนาทำกินอยู่ประมาณ ๔ ไร่ ตามแผนที่สังเขปเอกสารหมาย จ.๒ นั้น เป็นการครอบครองแทนโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ จำเลยและภริยาคงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์รับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๙๔๒ เฉพาะส่วนที่อยู่ทางด้านทิศใต้เนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ โดยมีคันนาเป็นแนวเขตตามแผนที่สังเขปหมาย จ.๒ ส่วนที่ดินพิพาทส่วนที่อยู่ทางด้านทิศเหนือเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ซึ่ง บ. และ อ. ทำกินอยู่ จำเลยไม่มีสิทธิครอบครอง แต่ยังคงอยู่ในความครอบครองของโจทก์ การที่จำเลยนำที่ดินส่วนนี้ไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) ด้วยจึงไม่ชอบ ศาลมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ และโจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) ในส่วนที่ออกโดยไม่ชอบดังกล่าวได้เพราะตราบใดที่หนังสือรับรองการกระทำประโยชน์ยังไม่ถูกเพิกถอนย่อมถือว่าการละเมิดยังมีอยู่ ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาชอบแล้วต้องด้วยความเห็นฎีกา ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ดลจรัส รัตนโศภิต-ประพันธ์ ทรัพย์แสง-จิระวรรณ ศิริบุตร) ศาลจังหวัดยโสธร - นายสมประสงค์ เพชรสุวรรณ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายดุสิต สิทธิฤทธิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110878
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดยโสธร",
        "judge": "นายสมประสงค์ เพชรสุวรรณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายดุสิต สิทธิฤทธิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082045861"
    }
}
date
2546
deka_no
2599/2546
deka_running_no
2599
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง",
    "จิระวรรณ ศิริบุตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 420",
            "ม. 448",
            "ม. 1367"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายที่ดิน",
        "law_abbr": "ป.ที่ดิน",
        "sections": [
            "ม. 61"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายพรมดี วัตรสารหรือวัตระสารหรือวัตสาร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมาน แสงอุ่น"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทจำนวน ๖ ไร่ ๔๗ ตารางวา ตาม น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๔๒ ตำบลตาดทอง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร เป็นของโจทก์ให้เพิกถอน น.ส.๓ ก. เลขที่ ๙๔๒ ดังกล่าวให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท และห้ามเกี่ยวข้องรบกวนต่อไป

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งขอให้พิพากษาห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทอีกต่อไป

โจทก์ให้การขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง ห้ามโจทก์และบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความให้ ๒,๐๐๐ บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ดินพิพาทส่วนที่อยู่ทางด้านทิศเหนือเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ เป็นของโจทก์ และส่วนที่อยู่ทางด้านทิศใต้เนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ เป็นของจำเลย ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินส่วนของโจทก์ และห้ามโจทก์และบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินส่วนของจำเลย ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์

(น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๙๔๒ ดังกล่าวข้างต้นเฉพาะส่วนทางด้านทิศเหนือเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ คำขออื่นของโจทก์และของจำเลยนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์มีที่ดิน ๑ แปลง โดยได้รับมรดกมาจากบิดามารดา โจทก์มีบุตร ๗ คน นางสมศรี แสงอุ่น ภริยาจำเลยเป็นบุตรคนหนึ่งของโจทก์ โจทก์ให้จำเลยและนางสมศรีปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์ เมื่อประมาณปี ๒๕๑๔ โจทก์แบ่งที่ดินบางส่วนทางด้านทิศใต้ซึ่งเป็นที่นาให้จำเลยกับนางสมศรีทำนา ต่อมาในปี ๒๕๒๑ ทั้งโจทก์และจำเลยขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โจทก์ได้รับหนังสือ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า บ.และ อ. ได้ทำนาทำกินในที่ดินพิพาทอยู่คนละประมาณ ๒ ไร่ โดยได้รับอนุญาตจากโจทก์ สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท ส่วนที่ บ. และ อ. ทำนาทำกินอยู่ประมาณ ๔ ไร่ ตามแผนที่สังเขปเอกสารหมาย จ.๒ นั้น เป็นการครอบครองแทนโดยอาศัยสิทธิของโจทก์ จำเลยและภริยาคงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์รับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) เลขที่ ๙๔๒ เฉพาะส่วนที่อยู่ทางด้านทิศใต้เนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่ โดยมีคันนาเป็นแนวเขตตามแผนที่สังเขปหมาย จ.๒ ส่วนที่ดินพิพาทส่วนที่อยู่ทางด้านทิศเหนือเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ซึ่ง บ. และ อ. ทำกินอยู่ จำเลยไม่มีสิทธิครอบครอง แต่ยังคงอยู่ในความครอบครองของโจทก์ การที่จำเลยนำที่ดินส่วนนี้ไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) ด้วยจึงไม่ชอบ ศาลมีอำนาจสั่งให้เพิกถอนได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๖๑ และโจทก์มีอำนาจฟ้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓ ก.) ในส่วนที่ออกโดยไม่ชอบดังกล่าวได้เพราะตราบใดที่หนังสือรับรองการกระทำประโยชน์ยังไม่ถูกเพิกถอนย่อมถือว่าการละเมิดยังมีอยู่ ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาชอบแล้วต้องด้วยความเห็นฎีกา ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000948.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546