คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2546 ฉบับเต็ม

#110882
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 519/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายศักดิ์ชัย รุ่งภูวภัทร โจทก์ร่วม นายสมชาย คุ่ยต่วน จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 30 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 4 โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็ครวม 3 ฉบับ และได้มอบเช็คสองฉบับ ให้แก่ ศ. ส่วนเช็คอีกฉบับ มอบให้แก่ พ. เพื่อชำระหนี้ที่จำเลยได้ยักยอกเงินของผู้เสียหายทั้งสองไป ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด อันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 เมื่อ ศ. ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จึงหมายถึงอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะข้อหาความผิดตามเช็คเพียงสองฉบับ ซึ่งโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายเท่านั้น ไม่หมายความรวมถึงเช็คอีกหนึ่งฉบับซึ่งโจทก์ร่วมมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมฎีกาแต่เพียงฝ่ายเดียวคดีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมเฉพาะสองฉบับที่โจทก์ร่วมเป็นผู้ได้รับความเสียหาย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา (1) (3) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณานายศักดิ์ชัย รุ่งภูวภัทร ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกจำเลยกระทงละ 2 เดือน รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 6 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่าเมื่อผู้เสียหายคนหนึ่งยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จึงหมายถึงอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะข้อหาความผิดตามเช็คเพียงสองฉบับซึ่งโจทก์ร่วมเป็นผู้ได้รับความเสียหายเท่านั้น ไม่หมายความรวมถึงเช็คอีก 1 ฉบับ ซึ่งโจทก์ร่วมมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ไม่ฎีกาคงมีโจทก์ร่วมฎีกาแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นข้อหาความผิดสำหรับเช็ค 1 ฉบับตามเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งโจทก์ร่วมมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายจึงยุติ คดีจึงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมแต่เพียงว่า จำเลยออกเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.2 และ จ.4 เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ เมื่อ ศ. เขียนรายการในเช็คตามที่จำเลยขอให้เขียนให้ต่อหน้าจำเลยจึงถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.4เพื่อชำระเงินที่โจทก์ร่วมและ ภ. นำมาลงทุนกับ ศ. แล้วจำเลยยักยอกไปมอบให้โจทก์ร่วมและ ภ. จึงถือว่าจำเลยได้ สั่งจ่ายเช็คเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.4 เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังขึ้น แต่เมื่อเช็คตามเอกสารหมาย จ.3 ยุติไปแล้วดังที่วินิจฉัยข้างต้น ศาลฎีกาไม่มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 สำหรับเช็คเอกสารหมาย จ.2 และ จ.4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษ ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. (สมชัย เกษชุมพล-จำรูญ แสนภักดี-จำรูญ แสนภักดี) ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายสมศักดิ์ ประกอบแสงสวย ศาลอุทธรณ์ - นายพลภักดี สิริทิพากร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110882
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงพระนครเหนือ",
        "judge": "นายสมศักดิ์ ประกอบแสงสวย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพลภักดี สิริทิพากร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047676"
    }
}
date
2546
deka_no
519/2546
deka_running_no
519
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "จำรูญ แสนภักดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 30"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายศักดิ์ชัย รุ่งภูวภัทร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมชาย คุ่ยต่วน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา (1) (3) ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณานายศักดิ์ชัย รุ่งภูวภัทร ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป จำคุกจำเลยกระทงละ 2 เดือน รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 6 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่าเมื่อผู้เสียหายคนหนึ่งยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จึงหมายถึงอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์เฉพาะข้อหาความผิดตามเช็คเพียงสองฉบับซึ่งโจทก์ร่วมเป็นผู้ได้รับความเสียหายเท่านั้น ไม่หมายความรวมถึงเช็คอีก 1 ฉบับ ซึ่งโจทก์ร่วมมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายด้วย เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ไม่ฎีกาคงมีโจทก์ร่วมฎีกาแต่เพียงฝ่ายเดียว ดังนั้นข้อหาความผิดสำหรับเช็ค 1 ฉบับตามเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งโจทก์ร่วมมิใช่ผู้ได้รับความเสียหายจึงยุติ คดีจึงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมแต่เพียงว่า จำเลยออกเช็คพิพาทเอกสารหมาย จ.2 และ จ.4 เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ เมื่อ ศ. เขียนรายการในเช็คตามที่จำเลยขอให้เขียนให้ต่อหน้าจำเลยจึงถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.4เพื่อชำระเงินที่โจทก์ร่วมและ ภ. นำมาลงทุนกับ ศ. แล้วจำเลยยักยอกไปมอบให้โจทก์ร่วมและ ภ. จึงถือว่าจำเลยได้ สั่งจ่ายเช็คเอกสารหมาย จ.2 ถึง จ.4 เพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย อันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ร่วมฟังขึ้น แต่เมื่อเช็คตามเอกสารหมาย จ.3 ยุติไปแล้วดังที่วินิจฉัยข้างต้น ศาลฎีกาไม่มีอำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 สำหรับเช็คเอกสารหมาย จ.2 และ จ.4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษ ทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000964.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546