คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5866/2545 ฉบับเต็ม

#110883
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5866/2545 วัดมังกรกมลาวาส โจทก์ นางอาบ๊วย แซ่อื้อ โดยนายศุภชาญ สิทธิเดชกุลศิลป์ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน ป.พ.พ. มาตรา 564 ป.วิ.พ. มาตรา 1 (5), มาตรา 18, มาตรา 42, มาตรา 142 (5), มาตรา 226 (2), มาตรา 180 ศาลมีคำสั่งให้ ศ. เป็นคู่ความแทนจำเลย ศ. ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวอ้างว่าส่งหมายเรียกให้แก่ตนไม่ชอบ ศาลมีคำสั่งยกคำร้องเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาและมิได้เป็นคำสั่งที่ไม่รับหรือคืนคำคู่ความตามมาตรา 18 เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งไว้ตามมาตรา 226 (2) จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ การขอแก้ไขคำให้การให้ทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานหรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนนั้น หรือเป็นการขอแก้ไขในเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย การที่จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การหลังจากโจทก์สืบพยานไปแล้ว 1 ปาก จำเลยจึงไม่มีสิทธิกระทำได้โดยไม่ต้องพิเคราะห์ว่าโจทก์จะเสียเปรียบหรือไม่ สัญญาเช่าระหว่างผู้ให้เช่ากับผู้เช่าจะเป็นสัญญาธรรมดาหรือสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ก็เป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญา มิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารเลขที่ ๔๗ ตรอกอิศรานุภาพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและค่าภาษีโรงเรือนรวม ๒๗๙,๖๐๐ บาท กับค่าเสียหายเป็นรายเดือน เดือนละ ๖,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารที่เช่า จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาจำเลยถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายเทิดศักดิ์ สิทธิเดชกุลศิลป์ ทายาทเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมานายเทิดศักดิ์ถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายศุภชาญ สิทธิเดชกุลศิลป์ ทายาทอีกคนหนึ่งเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากอาคารเลขที่ ๔๗ ตรอกอิศรานุภาพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งมอบอาคารคืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๓๙ จนกว่าจำเลยจะขนย้ายและส่งมอบอาคารคืนแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของ ศ. ที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่สั่งให้ ศ. เป็นคู่ความแทนจำเลยเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและมิได้เป็นคำสั่งที่ไม่รับหรือคืนคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ หากจำเลยเห็นว่าศาลชั้นต้นสั่งไม่ชอบอย่างไรก็ชอบที่จะโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้เพื่อจะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อไปตามมาตรา ๒๒๖ (๒) เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งไว้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น การขอแก้ไขคำให้การจะต้องทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนนั้น หรือเป็นการขอแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การหลังจากโจทก์สืบพยานไปแล้ว ๑ ปาก จึงไม่มีสิทธิจะทำได้โดยไม่ต้องพิเคราะห์ว่าโจทก์จะเสียเปรียบหรือไม่ ส่วนกรณีสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับกรมการศาสนาจะเป็นสัญญาเช่าธรรมดาหรือสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาเป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับกรมการศาสนา มิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์จะมีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ขึ้นอยู่ที่ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์หรือไม่ การขอแก้ไขคำให้การของจำเลยจึงไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น... พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์ (ปัญญา ถนอมรอด-สุเทพ เจตนาการณ์กุล-วรนาถ ภูมิถาวร) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสุพจน์ กิตติรักษนนท์ ศาลอุทธรณ์ - นางทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110883
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสุพจน์ กิตติรักษนนท์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082049612"
    }
}
date
2545
deka_no
5866/2545
deka_running_no
5866
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "สุเทพ เจตนาการณ์กุล",
    "วรนาถ ภูมิถาวร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 564"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1 (5)",
            "ม. 18",
            "ม. 42",
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 226 (2)",
            "ม. 180"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "วัดมังกรกมลาวาส"
    },
    {
        "role": "ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน",
        "name": "นางอาบ๊วย แซ่อื้อ โดยนายศุภชาญ สิทธิเดชกุลศิลป์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารเลขที่ ๔๗ ตรอกอิศรานุภาพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร กับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและค่าภาษีโรงเรือนรวม ๒๗๙,๖๐๐ บาท กับค่าเสียหายเป็นรายเดือน เดือนละ ๖,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารที่เช่า

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาจำเลยถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายเทิดศักดิ์ สิทธิเดชกุลศิลป์ ทายาทเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต ต่อมานายเทิดศักดิ์ถึงแก่ความตาย โจทก์ยื่นคำร้องขอให้เรียกนายศุภชาญ สิทธิเดชกุลศิลป์ ทายาทอีกคนหนึ่งเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากอาคารเลขที่ ๔๗ ตรอกอิศรานุภาพ แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร พร้อมส่งมอบอาคารคืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๓๙ จนกว่าจำเลยจะขนย้ายและส่งมอบอาคารคืนแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของ ศ. ที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งที่สั่งให้ ศ. เป็นคู่ความแทนจำเลยเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและมิได้เป็นคำสั่งที่ไม่รับหรือคืนคำคู่ความตามมาตรา ๑๘ หากจำเลยเห็นว่าศาลชั้นต้นสั่งไม่ชอบอย่างไรก็ชอบที่จะโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้เพื่อจะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อไปตามมาตรา ๒๒๖ (๒) เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งไว้ จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

การขอแก้ไขคำให้การจะต้องทำเป็นคำร้องยื่นต่อศาลก่อนวันชี้สองสถานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หรือก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวันในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน เว้นแต่มีเหตุอันสมควรที่ไม่อาจยื่นคำร้องได้ก่อนนั้น หรือเป็นการขอแก้ไขในเรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยหรือข้อผิดหลงเล็กน้อย จำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การหลังจากโจทก์สืบพยานไปแล้ว ๑ ปาก จึงไม่มีสิทธิจะทำได้โดยไม่ต้องพิเคราะห์ว่าโจทก์จะเสียเปรียบหรือไม่

ส่วนกรณีสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับกรมการศาสนาจะเป็นสัญญาเช่าธรรมดาหรือสัญญาต่างตอบแทนยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดาเป็นเรื่องระหว่างจำเลยกับกรมการศาสนา มิใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์จะมีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่ขึ้นอยู่ที่ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์หรือไม่ การขอแก้ไขคำให้การของจำเลยจึงไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น...

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๕๐๐ บาท แทนโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000981.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545