คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472/2545 ฉบับเต็ม

#110892
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472/2545 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม โจทก์ นายสุรชัย เนมีย์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 212, มาตรา 225 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนลงโทษจำคุกและปรับ รอการลงโทษและคุมความประพฤติของจำเลยทั้งสอง ยกฟ้องโจทก์ข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย การที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองแต่เฉพาะข้อหามีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มิได้อุทธรณ์ในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนด้วย ต้องถือว่าโจทก์พอใจคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนแล้ว ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนเป็นไม่รอการลงโทษและไม่ปรับจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการไม่ชอบ เพราะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยทั้งสอง อันเป็นการต้องห้ามตาม ป.วิ.อ มาตรา 212 แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ยกความข้อนี้ขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกความขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗ (๑), ๘, ๑๕, ๕๗, ๖๖, ๙๑, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๑ และริบของกลางทั้งหมด จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗, ๙๑ จำคุกคนละ ๑ ปี และปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๑ และทางนำสืบของจำเลยที่ ๒ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ สำหรับจำเลยที่ ๑ หนึ่งในสี่ และสำหรับจำเลยที่ ๒ กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๙ เดือน และปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี คุมความประพฤติของจำเลยทั้งสองโดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยทั้งสองไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ให้จำเลยทั้งสองกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยทั้งสองเห็นสมควรคนละ ๒๐ ชั่วโมง ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ยกฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ริบของกลางทั้งหมด ยกเว้นกระป๋องนมผงจำนวน ๑ ใบ และธนบัตรจำนวน ๔,๙๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ด้วย เมื่อเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ ๕ ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ ๕ ปี รวมจำคุกคนละ ๑๐ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่ การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๖ ปี ๘ เดือน ไม่รอการลงโทษและไม่ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน รวมโทษทุกกระทง จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๗ ปี ๕ เดือน จำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๗ ปี ๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗, ๙๑ ลดโทษให้แก่จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสี่และลดโทษให้แก่จำเลยที่ ๒ กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๙ เดือน และปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี และคุมความประพฤติของจำเลยทั้งสองไว้ ยกฟ้องโจทก์ข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลย ทั้งสองเฉพาะข้อหาที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องดังกล่าว โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์ในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายแต่อย่างใด จึงต้องถือว่าโจทก์พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหา เสพเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายแล้ว ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้โทษจำเลยทั้งสองในข้อหาดังกล่าวเป็นไม่รอการลงโทษและไม่ลงโทษปรับจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการไม่ชอบเพราะเป็นการเพิ่มเติมโทษ จำเลยทั้งสอง อันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ ยกขึ้นฎีกา แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย เมทแอมเฟตามีนให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๖ ปี ๘ เดือน ความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนให้บังคับคดีลงโทษจำเลยทั้งสองไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗ (สุพัฒน์ บุญยุบล-สายันต์ สุรสมภพ-พิชิต คำแฝง) ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายวิรัตน์ กาญจนเลขา ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายเกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110892
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม",
        "judge": "นายวิรัตน์ กาญจนเลขา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายเกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082056060"
    }
}
date
2545
deka_no
1472/2545
deka_running_no
1472
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุพัฒน์ บุญยุบล",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "พิชิต คำแฝง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 212",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสงคราม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุรชัย เนมีย์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๗ (๑), ๘, ๑๕, ๕๗, ๖๖, ๙๑, ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๓, ๙๑ และริบของกลางทั้งหมด

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗, ๙๑ จำคุกคนละ ๑ ปี และปรับคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ ๑ และทางนำสืบของจำเลยที่ ๒ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ สำหรับจำเลยที่ ๑ หนึ่งในสี่ และสำหรับจำเลยที่ ๒ กึ่งหนึ่งแล้ว คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๙ เดือน และปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี คุมความประพฤติของจำเลยทั้งสองโดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยทั้งสองไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก ๓ เดือนต่อครั้ง มีกำหนด ๑ ปี ให้จำเลยทั้งสองกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยทั้งสองเห็นสมควรคนละ ๒๐ ชั่วโมง ห้ามจำเลยทั้งสองเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษทุกชนิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐ ยกฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ริบของกลางทั้งหมด ยกเว้นกระป๋องนมผงจำนวน ๑ ใบ และธนบัตรจำนวน ๔,๙๐๐ บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง, ๖๖ วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ด้วย เมื่อเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกคนละ ๕ ปี ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายจำคุกคนละ ๕ ปี รวมจำคุกคนละ ๑๐ ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่ การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๖ ปี ๘ เดือน ไม่รอการลงโทษและไม่ลงโทษปรับจำเลยทั้งสองในความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีน รวมโทษทุกกระทง จำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๗ ปี ๕ เดือน จำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๗ ปี ๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๗, ๙๑ ลดโทษให้แก่จำเลยที่ ๑ หนึ่งในสี่และลดโทษให้แก่จำเลยที่ ๒ กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๙ เดือน และปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ ๒ ปี และคุมความประพฤติของจำเลยทั้งสองไว้ ยกฟ้องโจทก์ข้อหาร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลย ทั้งสองเฉพาะข้อหาที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องดังกล่าว โดยโจทก์มิได้อุทธรณ์ในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายแต่อย่างใด จึงต้องถือว่าโจทก์พอใจคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ลงโทษจำเลยทั้งสองในข้อหา เสพเมทแอมเฟตามีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายแล้ว ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้โทษจำเลยทั้งสองในข้อหาดังกล่าวเป็นไม่รอการลงโทษและไม่ลงโทษปรับจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการไม่ชอบเพราะเป็นการเพิ่มเติมโทษ จำเลยทั้งสอง อันเป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ แม้จำเลยทั้งสองจะมิได้ ยกขึ้นฎีกา แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ๑๙๕ วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕

พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย เมทแอมเฟตามีนให้จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๖ ปี ๘ เดือน ความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนให้บังคับคดีลงโทษจำเลยทั้งสองไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๗
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001037.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545