คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 615/2546 ฉบับเต็ม

#110894
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 615/2546 นายประสาน ขุนทองแก้ว โจทก์ นายเทียม วังกังวาน จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/30 สัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นสัญญาที่จำเลยตกลงจะปลูกสร้างอาคารต่าง ๆ ลงในที่ดินของโจทก์ โดยให้โจทก์และจำเลยได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ตามสัญญา ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยมีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหนึ่งนอกเหนือจากที่ระบุไว้ใน ป.พ.พ. บรรพ 3 ซึ่งมีผลบังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยผิดสัญญา ต้องใช้เบี้ยปรับแก่โจทก์ตามสัญญา เป็นการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเนื่องมาจากจำเลยผิดสัญญา ไม่ใช่ฟ้องเรื่องจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าปรับฐานผิดสัญญาก่อสร้างอาคารเป็นเงิน ๒๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจะสิ้นสุดคดีแก่โจทก์ ให้จำเลยขนย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์การก่อสร้างตลอดจนสิ่งของที่ใช้และเหลือใช้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่า คำฟ้องของโจทก์แสดงว่าจำเลยละเมิดสัญญาทำให้ให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยโจทก์รู้ถึงเหตุแห่งการละเมิดตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเกิน ๑ ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คำฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ ๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยชำระค่าปรับเป็นเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๓๙) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยขนย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์การก่อสร้างตลอดจนสิ่งของที่ใช้และเหลือใช้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โจทก์ว่าความเองในศาลชั้นต้น จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ ส่วนในศาลอุทธรณ์แม้โจทก์จะขอถอนทนายความแต่เป็นการขอถอนภายหลังจากที่ทนายความได้ดำเนินกระบวนพิจารณาให้โจทก์แล้ว จึงกำหนดค่าทนายความ ๒๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด เมื่อโจทก์ฟ้องคดีพ้น ๑ ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คำฟ้องโจทก์เป็นอันขาดอายุความ เห็นว่า ตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยในสัญญามัดจำปลูกสร้างอาคาร สัญญาปลูกสร้างอาคารยกสิทธิฉบับเขียนด้วยลายมือ และสัญญาก่อสร้างอาคารยกสิทธิฉบับตัวพิมพ์ เป็นสัญญาที่จำเลยตกลงจะปลูกสร้างอาคารต่าง ๆ ตามข้อสัญญาลงในที่ดินของโจทก์ โดยให้โจทก์และจำเลยได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ตามสัญญา ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยในสัญญามีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหนึ่งนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ ซึ่งมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยผิดสัญญา ต้องใช้เบี้ยปรับแก่โจทก์ตามสัญญา เป็นการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเนื่องมาจากจำเลยผิดสัญญา ไม่ใช่ฟ้องเรื่องจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๐ คำฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ? พิพากษายืน โจทก์แก้ฎีกาเอง จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. (สบโชค สุขารมณ์-สมชาย พงษธา-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช) ศาลแพ่งธนบุรี - นายพิชัย นิลทองคำ ศาลอุทธรณ์ - นายสุริยะ เดชด่าน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110894
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นายพิชัย นิลทองคำ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุริยะ เดชด่าน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047549"
    }
}
date
2546
deka_no
615/2546
deka_running_no
615
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "สมชาย พงษธา",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายประสาน ขุนทองแก้ว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเทียม วังกังวาน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าปรับฐานผิดสัญญาก่อสร้างอาคารเป็นเงิน ๒๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจะสิ้นสุดคดีแก่โจทก์ ให้จำเลยขนย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์การก่อสร้างตลอดจนสิ่งของที่ใช้และเหลือใช้ออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การว่า คำฟ้องของโจทก์แสดงว่าจำเลยละเมิดสัญญาทำให้ให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โดยโจทก์รู้ถึงเหตุแห่งการละเมิดตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเกิน ๑ ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คำฟ้องของโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ ๕๐,๐๐๐ บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า ให้จำเลยชำระค่าปรับเป็นเงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๓๙) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยขนย้ายเครื่องมือและอุปกรณ์การก่อสร้างตลอดจนสิ่งของที่ใช้และเหลือใช้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โจทก์ว่าความเองในศาลชั้นต้น จึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ ส่วนในศาลอุทธรณ์แม้โจทก์จะขอถอนทนายความแต่เป็นการขอถอนภายหลังจากที่ทนายความได้ดำเนินกระบวนพิจารณาให้โจทก์แล้ว จึงกำหนดค่าทนายความ ๒๐,๐๐๐ บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า คำฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายฐานละเมิด เมื่อโจทก์ฟ้องคดีพ้น ๑ ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คำฟ้องโจทก์เป็นอันขาดอายุความ เห็นว่า ตามข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยในสัญญามัดจำปลูกสร้างอาคาร สัญญาปลูกสร้างอาคารยกสิทธิฉบับเขียนด้วยลายมือ และสัญญาก่อสร้างอาคารยกสิทธิฉบับตัวพิมพ์ เป็นสัญญาที่จำเลยตกลงจะปลูกสร้างอาคารต่าง ๆ ตามข้อสัญญาลงในที่ดินของโจทก์ โดยให้โจทก์และจำเลยได้รับส่วนแบ่งจากรายได้ตามสัญญา ข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยในสัญญามีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทนชนิดหนึ่งนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ ซึ่งมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยผิดสัญญา ต้องใช้เบี้ยปรับแก่โจทก์ตามสัญญา เป็นการที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายอันเนื่องมาจากจำเลยผิดสัญญา ไม่ใช่ฟ้องเรื่องจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติเรื่องอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๐ คำฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ?

พิพากษายืน โจทก์แก้ฎีกาเอง จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000963.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546