คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2625/2546 ฉบับเต็ม

#110955
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2625/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทลิตเติ้ลจิน จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม (1) โจทก์มีคำขอให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินจำนวนแน่นอน จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ เมื่อศาลเห็นว่าคำฟ้องของโจทก์มีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย ศาลย่อมมีคำสั่งให้โจทก์ส่งพยานเอกสารที่ศาลเห็นว่าจำเป็นแทนการสืบพยานได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 198 ทวิ วรรคสาม (1) แล้วพิพากษากำหนดจำนวนเงินไปตามที่ได้ความจากพยานเอกสารนั้นได้ แม้ไม่เต็มจำนวนตามคำขอของโจทก์ โดยถือว่าคดีในส่วนที่ศาลไม่พิพากษาให้เป็นเพราะโจทก์ไม่มีพยานเอกสารแสดงให้ศาลเห็นว่าคดีส่วนนั้นมีมูล ทั้งบทบัญญัติดังกล่าวก็มิได้บังคับศาลว่าต้องพิพากษากำหนดจำนวนเงินเต็มตามคำขอของโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินดาวน์แก่ผู้มีชื่อซึ่งเป็นผู้บริโภคหลายคน พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินซึ่งผู้บริโภคแต่ละรายได้ชำระให้แก่จำเลยไป นับแต่วันที่แต่ละคนได้ชำระเงินให้จำเลยเป็นครั้งสุดท้ายเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาลในวันพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินคืนแก่ผู้ซึ่งมีชื่อซึ่งเป็นผู้บริโภคพร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความนั้น เนื่องจากโจทก์ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมและโจทก์ว่าความเอง จึงไม่กำหนดให้ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขายบ้านและที่ดินจัดสรร โดยจำเลยได้รับเงินจากผู้บริโภคไปแล้วไม่ดำเนินการตามสัญญา ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่ผู้บริโภคไม่เต็มตามฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคสาม (๑) บัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่โจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินจำนวนแน่นอน ให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ส่งพยานเอกสารตามที่ศาลเห็นว่าจำเป็นแทนการสืบพยาน จะเห็นได้ว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าวมิได้มีข้อความบังคับศาลว่าจะต้องพิพากษาไปตามคำขอของโจทก์ทุกประการ บทบัญญัติที่กำหนดให้ศาลมีอำนาจงดสืบพยานและให้ส่งพยานเอกสารแทนนั้นเป็นเพียงเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณาคดีเท่านั้น และศาลอาจพิพากษาให้ไม่เต็มตามคำขอก็ได้ หากพยานเอกสารไม่เพียงพอ ซึ่งถือได้ว่า คดีไม่มีมูลในส่วนที่ไม่มีพยานหลักฐานมาแสดง ดังนั้น เมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานเอกสารมาแสดงประกอบให้ศาลเห็นว่าคดีมีมูลจริง ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจไม่พิพากษาให้ในส่วนที่ไม่มีพยานเอกสารมาแสดง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. (มงคล ทับเที่ยง-สุรพล เจียมจูไร-วิศณุ เลื่อมสำราญ) ศาลแพ่ง - นายสรศักดิ์ จันเกษม ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110955
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสรศักดิ์ จันเกษม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082045860"
    }
}
date
2546
deka_no
2625/2546
deka_running_no
2625
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "วิศณุ เลื่อมสำราญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 198 ทวิ วรรคสาม (1)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทลิตเติ้ลจิน จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนเงินดาวน์แก่ผู้มีชื่อซึ่งเป็นผู้บริโภคหลายคน พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินซึ่งผู้บริโภคแต่ละรายได้ชำระให้แก่จำเลยไป นับแต่วันที่แต่ละคนได้ชำระเงินให้จำเลยเป็นครั้งสุดท้ายเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาลในวันพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินคืนแก่ผู้ซึ่งมีชื่อซึ่งเป็นผู้บริโภคพร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ สำหรับค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความนั้น เนื่องจากโจทก์ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียค่าฤชาธรรมเนียมและโจทก์ว่าความเอง จึงไม่กำหนดให้

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๓ ทวิ

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขายบ้านและที่ดินจัดสรร โดยจำเลยได้รับเงินจากผู้บริโภคไปแล้วไม่ดำเนินการตามสัญญา ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่ผู้บริโภคไม่เต็มตามฟ้องชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคสาม (๑) บัญญัติไว้ว่า ในกรณีที่โจทก์มีคำขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินจำนวนแน่นอน ให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ส่งพยานเอกสารตามที่ศาลเห็นว่าจำเป็นแทนการสืบพยาน จะเห็นได้ว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าวมิได้มีข้อความบังคับศาลว่าจะต้องพิพากษาไปตามคำขอของโจทก์ทุกประการ บทบัญญัติที่กำหนดให้ศาลมีอำนาจงดสืบพยานและให้ส่งพยานเอกสารแทนนั้นเป็นเพียงเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณาคดีเท่านั้น และศาลอาจพิพากษาให้ไม่เต็มตามคำขอก็ได้ หากพยานเอกสารไม่เพียงพอ ซึ่งถือได้ว่า คดีไม่มีมูลในส่วนที่ไม่มีพยานหลักฐานมาแสดง ดังนั้น เมื่อศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานเอกสารมาแสดงประกอบให้ศาลเห็นว่าคดีมีมูลจริง ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจไม่พิพากษาให้ในส่วนที่ไม่มีพยานเอกสารมาแสดง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000948.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546