คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4199/2546 ฉบับเต็ม

#110972
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4199/2546 บริษัทเค.ซี. เชียงใหม่อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โจทก์ บริษัทเอฟเวอร์กรีน มารีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 820, มาตรา 824 แม้โดยหลักทั่วไปว่าด้วยความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก เมื่อตัวแทนกระทำการแทนตัวการไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทนแล้ว ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายที่ตัวแทนได้ทำไปดังกล่าวนั้น โดยตัวแทนไม่ต้องผูกพันหรือรับผิดต่อบุคคลภายนอก ตาม ป.พ.พ. มาตรา 820 ก็ตาม แต่ในกรณีตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศนั้นเป็นกรณีที่มี มาตรา 824 บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้ตัวแทนเช่นนี้ต้องรับผิดตามสัญญานั้นแต่ลำพังตนเอง ซึ่งหมายความว่า ตัวแทนเช่นว่านี้ต้องมีความรับผิดด้วย ดังนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศกับจำเลยที่ 2 ตัวแทนที่ทำสัญญารับขนของทางทะเลแทนจำเลยที่ 1 รวมกันมา และศาลได้พิจารณาเห็นว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดต่อโจทก์อีกคนหนึ่งได้ตาม มาตรา 824 (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 3/46) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายตามราคาค่าสินค้าพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ได้รับความเสียหายถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 863,000 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 807,500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่า การซื้อขายสินค้าระหว่างโจทก์กับผู้ซื้อระบุเงื่อนไขแบบ CIF ฮ่องกง ซึ่งกรรมสิทธิ์ในสินค้าและความเสี่ยงภัยในสินค้าโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่เมื่อสินค้าพ้นกราบเรือที่ท่าเรือปลายทางแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 605,625 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 เมษายน 2541 (อันเป็นวันที่พบเห็นความเสียหาย) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เท่าทุนทรัพย์ที่แพ้คดีโดยกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีสำนักงานอยู่ที่เมืองไทเป ดินแดนไต้หวัน ประกอบธุรกิจรับขนส่งสินค้าทางทะเล โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนในการติดต่อประกอบธุรกิจในประเทศไทย เมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคม 2541 บริษัทเคเอ ชิง ฮ่องกง เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งอยู่ที่เมืองฮ่องกง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สั่งซื้อสินค้าทุเรียนสดจากโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับขนส่งสินค้าดังกล่าวจากท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อนำไปส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อยังเมืองฮ่องกง โดยบรรจุสินค้าในตู้สินค้าแบบมีเครื่องทำความเย็นจำนวน 2 ตู้ บรรทุกไปบนเรือเดินทะเลเอฟเวอร์ โกลเด้นท์ ของจำเลยที่ 1 เมื่อเรือเดินทางถึงเมืองฮ่องกง ผู้รับตราส่งรับตู้สินค้าไป และพบว่าสินค้าในตู้หนึ่งได้รับความเสียหาย... มีปัญญาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยและพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนเข้าทำสัญญารับขนของทางทะเลกับโจทก์แทนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการที่อยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ชอบหรือไม่ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า แม้โดยหลักทั่วไปว่าด้วยความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก เมื่อตัวแทนกระทำการแทนตัวการไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทนแล้ว ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายที่ตัวแทนได้ทำไปดังกล่าวนั้น โดยตัวแทนไม่ต้องผูกพันหรือรับผิดต่อบุคคลภายนอก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820 ก็ตาม แต่ในกรณีตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศนั้นเป็นกรณีที่มีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้ตัวแทนเช่นนี้ต้องรับผิดตามสัญญานั้นแต่ลำพังตนเอง ซึ่งหมายความว่าตัวแทนเช่นว่านี้ต้องมีความรับผิดด้วย ดังนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศกับจำเลยที่ 2 ตัวแทนที่ทำสัญญารับขนของทางทะเลแทนจำเลยที่ 1 รวมกันมาและศาลได้พิจารณาเห็นว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 2 ก็ต้องรับผิดต่อโจทก์อีกคนหนึ่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 และเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้ขนส่งสินค้าให้โจทก์โดยติดต่อกับจำเลยที่ 2 ตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในประเทศไทย ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับจองระวางเรือแทนจำเลยที่ 1 และเป็นผู้ลงลายมือชื่อออกใบตราส่งโดยระบุว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่ง ดังนี้กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนทำสัญญารับขนของทางทะเลแทนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการที่อยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนจึงต้องรับผิดตามสัญญานั้นด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนโจทก์. (ประชา ประสงค์จรรยา-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-พินิจ เพชรรุ่ง) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสอนชัย สิราริยกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110972
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายสอนชัย สิราริยกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082044492"
    }
}
date
2546
deka_no
4199/2546
deka_running_no
4199
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "พินิจ เพชรรุ่ง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 820",
            "ม. 824"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเค.ซี. เชียงใหม่อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเอฟเวอร์กรีน มารีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายตามราคาค่าสินค้าพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ได้รับความเสียหายถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 863,000 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 807,500 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันว่า การซื้อขายสินค้าระหว่างโจทก์กับผู้ซื้อระบุเงื่อนไขแบบ CIF ฮ่องกง ซึ่งกรรมสิทธิ์ในสินค้าและความเสี่ยงภัยในสินค้าโอนไปยังผู้ซื้อตั้งแต่เมื่อสินค้าพ้นกราบเรือที่ท่าเรือปลายทางแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน 605,625 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 เมษายน 2541 (อันเป็นวันที่พบเห็นความเสียหาย) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เท่าทุนทรัพย์ที่แพ้คดีโดยกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ตามที่โจทก์และจำเลยทั้งสองไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีสำนักงานอยู่ที่เมืองไทเป ดินแดนไต้หวัน ประกอบธุรกิจรับขนส่งสินค้าทางทะเล โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนในการติดต่อประกอบธุรกิจในประเทศไทย เมื่อประมาณต้นเดือนมีนาคม 2541 บริษัทเคเอ ชิง ฮ่องกง เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งอยู่ที่เมืองฮ่องกง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สั่งซื้อสินค้าทุเรียนสดจากโจทก์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับขนส่งสินค้าดังกล่าวจากท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อนำไปส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อยังเมืองฮ่องกง โดยบรรจุสินค้าในตู้สินค้าแบบมีเครื่องทำความเย็นจำนวน 2 ตู้ บรรทุกไปบนเรือเดินทะเลเอฟเวอร์ โกลเด้นท์ ของจำเลยที่ 1 เมื่อเรือเดินทางถึงเมืองฮ่องกง ผู้รับตราส่งรับตู้สินค้าไป และพบว่าสินค้าในตู้หนึ่งได้รับความเสียหาย...

มีปัญญาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า การที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยและพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนเข้าทำสัญญารับขนของทางทะเลกับโจทก์แทนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการที่อยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ชอบหรือไม่ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศโดยมติที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า แม้โดยหลักทั่วไปว่าด้วยความรับผิดของตัวการและตัวแทนต่อบุคคลภายนอก เมื่อตัวแทนกระทำการแทนตัวการไปภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทนแล้ว ตัวการย่อมมีความผูกพันต่อบุคคลภายนอกในกิจการทั้งหลายที่ตัวแทนได้ทำไปดังกล่าวนั้น โดยตัวแทนไม่ต้องผูกพันหรือรับผิดต่อบุคคลภายนอก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820 ก็ตาม แต่ในกรณีตัวแทนที่ทำสัญญาแทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศนั้นเป็นกรณีที่มีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 บัญญัติไว้เป็นพิเศษให้ตัวแทนเช่นนี้ต้องรับผิดตามสัญญานั้นแต่ลำพังตนเอง ซึ่งหมายความว่าตัวแทนเช่นว่านี้ต้องมีความรับผิดด้วย ดังนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศกับจำเลยที่ 2 ตัวแทนที่ทำสัญญารับขนของทางทะเลแทนจำเลยที่ 1 รวมกันมาและศาลได้พิจารณาเห็นว่า จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ตามสัญญาดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 2 ก็ต้องรับผิดต่อโจทก์อีกคนหนึ่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 และเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ให้ขนส่งสินค้าให้โจทก์โดยติดต่อกับจำเลยที่ 2 ตัวแทนของจำเลยที่ 1 ในประเทศไทย ซึ่งจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับจองระวางเรือแทนจำเลยที่ 1 และเป็นผู้ลงลายมือชื่อออกใบตราส่งโดยระบุว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่ง ดังนี้กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนทำสัญญารับขนของทางทะเลแทนจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการที่อยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนจึงต้องรับผิดตามสัญญานั้นด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000936.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546