คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8973/2543 ฉบับเต็ม

#110987
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8973/2543 นายวิชัย ชาติทอง กับพวก ผู้กล่าวหา นายสมชายหรือจ่าสมชาย โซ๊ะมาน ผู้ถูกกล่าวหา ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1), มาตรา 33, มาตรา 132 (3) ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 39 (1) ป.อ. มาตรา 38 ขณะคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกาในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลในการพิจารณาคดีอาญา ผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย กรณีถือได้ว่าเป็นเรื่องความมรณะของผู้ถูกกล่าวหา ยังให้คดีไม่มีประโยชน์ต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (3) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจาก ผู้กล่าวหาทั้งสองซึ่งเป็นบิดาและมารดาของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๘๕/๒๕๔๒ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว ได้ยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรีกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคม ๒๕๔๑ ผู้ถูกกล่าวหาได้เรียกเงินจากผู้กล่าวหาทั้งสองจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อการช่วยเหลือจำเลย ผู้กล่าวหาทั้งสองหลงเชื่อได้มอบเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา ต่อมาศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๕ ปี ซึ่งเป็นการลงโทษตามปกติ ผู้กล่าวหาทั้งสองได้ขอเงินคืนแต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมคืนให้ ผู้กล่าวหาทั้งสองจึงยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว วินิจฉัยว่า เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐ (๑) และ ๓๓ ได้ความว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้บรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้กล่าวหาทั้งสอง ซึ่งผู้กล่าวหาทั้งสองไม่ติดใจดำเนินคดีแก่ผู้ถูกกล่าวหา ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด ๓ เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ประกันของผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องว่า ผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ด้วยสาเหตุหัวใจล้มเหลว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ผู้ประกันของผู้ถูกกล่าวหามีสำเนามรณบัตรเอกสารหมาย ร. ๑ และรายงานประจำวันเอกสารหมาย ร. ๔ เป็นพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตายจริง เมื่อผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย กรณีถือได้ว่าเป็นเรื่องความมรณะของผู้ถูกกล่าวหายังให้คดีไม่มีประโยชน์ต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๒ (๓) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ จึงให้จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา. (มงคล ทับเที่ยง-สุรพล เจียมจูไร-วิษณุ เลื่อมสำราญ) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายสุริยนต์ โสตถิทัต ศาลอุทธรณ์ - นางจิระวรรณ ศิริบุตร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
110987
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นายสุริยนต์ โสตถิทัต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางจิระวรรณ ศิริบุตร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068513"
    }
}
date
2543
deka_no
8973/2543
deka_running_no
8973
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "วิษณุ เลื่อมสำราญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 31 (1)",
            "ม. 33",
            "ม. 132 (3)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 39 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 38"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้กล่าวหา",
        "name": "นายวิชัย ชาติทอง กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ถูกกล่าวหา",
        "name": "นายสมชายหรือจ่าสมชาย โซ๊ะมาน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจาก ผู้กล่าวหาทั้งสองซึ่งเป็นบิดาและมารดาของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๖๘๕/๒๕๔๒ ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว ได้ยื่นคำร้องต่อผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมีนบุรีกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาว่า เมื่อประมาณเดือนตุลาคม ๒๕๔๑ ผู้ถูกกล่าวหาได้เรียกเงินจากผู้กล่าวหาทั้งสองจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท เพื่อการช่วยเหลือจำเลย ผู้กล่าวหาทั้งสองหลงเชื่อได้มอบเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหา ต่อมาศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๕ ปี ซึ่งเป็นการลงโทษตามปกติ ผู้กล่าวหาทั้งสองได้ขอเงินคืนแต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมคืนให้ ผู้กล่าวหาทั้งสองจึงยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว วินิจฉัยว่า เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอันเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๐ (๑) และ ๓๓ ได้ความว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้บรรเทาผลร้ายโดยการชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวคืนให้แก่ผู้กล่าวหาทั้งสอง ซึ่งผู้กล่าวหาทั้งสองไม่ติดใจดำเนินคดีแก่ผู้ถูกกล่าวหา ให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหามีกำหนด ๓ เดือน

ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา

ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ประกันของผู้ถูกกล่าวหายื่นคำร้องว่า ผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๔๔ ด้วยสาเหตุหัวใจล้มเหลว

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ผู้ประกันของผู้ถูกกล่าวหามีสำเนามรณบัตรเอกสารหมาย ร. ๑ และรายงานประจำวันเอกสารหมาย ร. ๔ เป็นพยานหลักฐาน เชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตายจริง เมื่อผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตาย กรณีถือได้ว่าเป็นเรื่องความมรณะของผู้ถูกกล่าวหายังให้คดีไม่มีประโยชน์ต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๒ (๓) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ จึงให้จำหน่ายคดีจากสารบบความศาลฎีกา.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001149.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543