คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1909/2546 ฉบับเต็ม

#111008
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1909/2546 นายสมบัติ พานิชชีวะ โจทก์ บริษัทอนันต์ชัย - แบตเตอรี่ โอเบ จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 มาตรา 4 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา เช็คตามฟ้องเป็นเช็คที่จำเลยทั้งสองร่วมกันออกให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้อันเกิดแต่การที่จำเลยทั้งสองขายลดเช็คทั้งยี่สิบเจ็ดฉบับให้แก่โจทก์ แล้วเช็คดังกล่าวเรียกเก็บเงินไม่ได้ แม้จะปรากฏว่าเช็คทั้งยี่สิบเจ็ดฉบับนั้นโจทก์ได้คิดส่วนลดหรือดอกเบี้ยล่วงหน้าคิดเป็นอัตราร้อยละ 21.9 ต่อปี ก็ตาม กรณีก็มิได้มีกฎหมายห้ามไว้เหมือนเช่นการให้กู้ยืมเงิน จึงถือไม่ได้ว่าเช็คตามฟ้องมีดอกเบี้ยที่โจทก์คิดเกินอัตราตามกฎหมายรวมอยู่ด้วย การออกเช็คตามฟ้องของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ดังนั้น เมื่อธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น โดยในวันที่เช็คถึงกำหนด เงินในบัญชีของจำเลยที่ 1 มีไม่พอจ่าย การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองออกเช็คตามฟ้องมอบให้แก่โจทก์ ทั้งนี้โดยก่อนที่จำเลยทั้งสองจะออกเช็คตามฟ้องมอบให้แก่โจทก์ดังกล่าว จำเลยทั้งสองได้นำเช็ค ๒๗ ฉบับ จำนวนเงินรวม ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปทำสัญญาขายลดให้แก่โจทก์ โดยในการขายลดเช็คดังกล่าวโจทก์คิดส่วนลดหรือดอกเบี้ยล่วงหน้าหักออกจากต้นเงินที่จ่ายให้แก่จำเลยทั้งสอง ในอัตรา ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๖ บาทต่อวัน หรือในอัตราร้อยละ ๒๑.๙ ต่อปี แต่เมื่อเช็คทั้ง ๒๗ ฉบับดังกล่าวถึงกำหนด โจทก์ได้เรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่ามีคำสั่งให้ระงับการจ่าย ต่อมาในวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ จำเลยทั้งสองก็ได้ออกเช็คตามฟ้องซึ่งมีจำนวนเงินเท่ากับจำนวนเงินตามเช็คทั้ง ๒๗ ฉบับดังกล่าว เพื่อชำระหนี้ตามเช็คทั้ง ๒๗ ฉบับ แล้วทำสัญญาขายลดให้แก่โจทก์อีก ครั้นเช็คตามฟ้องนี้เมื่อถึงกำหนดใช้เงิน โจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยในวันดังกล่าวเงินในบัญชีของจำเลยที่ ๑ มีไม่พอจ่าย เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ฟังได้ดังกล่าวแสดงว่าเช็คตามฟ้องเป็นเช็คที่จำเลยทั้งสองร่วมกันออกให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้อันเกิดแต่การที่จำเลยทั้งสองขายลดเช็คทั้ง ๒๗ ฉบับให้แก่โจทก์ แล้วเช็คดังกล่าวเรียกเก็บเงินไม่ได้ แม้จะปรากฏว่าเช็คทั้ง ๒๗ ฉบับนั้นโจทก์ได้คิดส่วนลดหรือดอกเบี้ยล่วงหน้าคิดเป็นอัตราร้อยละ ๒๑.๙ ต่อปี ก็ตาม กรณีก็มิได้มีกฎหมายห้ามไว้เหมือนเช่นการกู้ยืมเงิน จึงถือไม่ได้ว่าเช็คตามฟ้องมีดอกเบี้ยที่โจทก์คิดเกินอัตราตามกฎหมายรวมอยู่ด้วย และฟังไม่ได้ว่าเป็นเช็คค้ำประกันหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คตามที่จำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ การออกเช็คตามฟ้องของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ดังนั้น เมื่อธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น โดยในวันที่เช็คถึงกำหนด เงินในบัญชีของจำเลยที่ ๑ มีไม่พอจ่าย การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน. (ประเสริฐ เขียนนิลศิริ-ชวลิต ยอดเณร-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ) ศาลแขวงดุสิต - นางยิ่งลักษณ์ สุขวิสิฏฐ์ ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ อเนกพุฒิ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
111008
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงดุสิต",
        "judge": "นางยิ่งลักษณ์ สุขวิสิฏฐ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสมศักดิ์ อเนกพุฒิ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082046094"
    }
}
date
2546
deka_no
1909/2546
deka_running_no
1909
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมบัติ พานิชชีวะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทอนันต์ชัย - แบตเตอรี่ โอเบ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองออกเช็คตามฟ้องมอบให้แก่โจทก์ ทั้งนี้โดยก่อนที่จำเลยทั้งสองจะออกเช็คตามฟ้องมอบให้แก่โจทก์ดังกล่าว จำเลยทั้งสองได้นำเช็ค ๒๗ ฉบับ จำนวนเงินรวม ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปทำสัญญาขายลดให้แก่โจทก์ โดยในการขายลดเช็คดังกล่าวโจทก์คิดส่วนลดหรือดอกเบี้ยล่วงหน้าหักออกจากต้นเงินที่จ่ายให้แก่จำเลยทั้งสอง ในอัตรา ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๖ บาทต่อวัน หรือในอัตราร้อยละ ๒๑.๙ ต่อปี แต่เมื่อเช็คทั้ง ๒๗ ฉบับดังกล่าวถึงกำหนด โจทก์ได้เรียกเก็บเงิน ปรากฏว่าธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่ามีคำสั่งให้ระงับการจ่าย ต่อมาในวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๐ จำเลยทั้งสองก็ได้ออกเช็คตามฟ้องซึ่งมีจำนวนเงินเท่ากับจำนวนเงินตามเช็คทั้ง ๒๗ ฉบับดังกล่าว เพื่อชำระหนี้ตามเช็คทั้ง ๒๗ ฉบับ แล้วทำสัญญาขายลดให้แก่โจทก์อีก ครั้นเช็คตามฟ้องนี้เมื่อถึงกำหนดใช้เงิน โจทก์นำไปเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยในวันดังกล่าวเงินในบัญชีของจำเลยที่ ๑ มีไม่พอจ่าย เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ฟังได้ดังกล่าวแสดงว่าเช็คตามฟ้องเป็นเช็คที่จำเลยทั้งสองร่วมกันออกให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้อันเกิดแต่การที่จำเลยทั้งสองขายลดเช็คทั้ง ๒๗ ฉบับให้แก่โจทก์ แล้วเช็คดังกล่าวเรียกเก็บเงินไม่ได้ แม้จะปรากฏว่าเช็คทั้ง ๒๗ ฉบับนั้นโจทก์ได้คิดส่วนลดหรือดอกเบี้ยล่วงหน้าคิดเป็นอัตราร้อยละ ๒๑.๙ ต่อปี ก็ตาม กรณีก็มิได้มีกฎหมายห้ามไว้เหมือนเช่นการกู้ยืมเงิน จึงถือไม่ได้ว่าเช็คตามฟ้องมีดอกเบี้ยที่โจทก์คิดเกินอัตราตามกฎหมายรวมอยู่ด้วย และฟังไม่ได้ว่าเป็นเช็คค้ำประกันหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คตามที่จำเลยทั้งสองนำสืบต่อสู้ การออกเช็คตามฟ้องของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ดังนั้น เมื่อธนาคารปฏิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คนั้น โดยในวันที่เช็คถึงกำหนด เงินในบัญชีของจำเลยที่ ๑ มีไม่พอจ่าย การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๔ ให้ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ เป็นเงิน ๓๐,๐๐๐ บาท ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๖ เดือน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000950.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546