คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5683/2546 ฉบับเต็ม

#111015
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5683/2546 พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี โจทก์ นายธูป โปแก้ว จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, มาตรา 66 วรรคหนึ่ง, มาตรา 67 (ที่แก้ไขใ ป.อ. มาตรา 91 การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวน 10 เม็ด และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่สายลับไปทั้งหมด ต่อมาเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมจำเลยพบว่ายังมีเฮโรอีนอยู่ในครอบครองที่ตัวจำเลยอีกจำนวน 1 หลอดนั้น ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า จำเลยมีเจตนาครอบครองเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนดังกล่าวไว้ในลักษณะต่างกัน ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๖ , ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และนับโทษจำเลยต่อกับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๓๗๖/๒๕๔๒ ของศาลชั้นต้นกับคืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง คืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อจำนวน ๑,๐๐๐ บาท แก่เจ้าของ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๖๖ วรรคหนึ่ง , ๖๗ ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่เนื่องจากความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๕ ปี และความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำคุก ๑ ปี รวมจำคุก ๖ ปี นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๗๖/๒๕๔๑ (ที่ถูก ๒๓๗๖/๒๕๔๒) ของศาลชั้นต้น ธนบัตรของกลางคืนเจ้าของ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ตามที่พยานโจทก์เบิกความว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้วางแผนล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยโดยนำธนบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๑ ฉบับ ไปถ่ายสำเนาเอกสารและลงบันทึกไว้ในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แล้วมอบให้สายลับนำไปใช้ล่อซื้อเมแอมเฟตามีนจากจำเลย เมื่อทำการส่งมอบสิ่งของให้กันแล้ว จำเลยไหวทันจึงหลบหนี แต่เจ้าพนักงานตำรวจตามไปจับกุมตัวไว้ได้ จากการตรวจค้นตัวจำเลยพบธนบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๑ ฉบับ ที่ใช้ล่อซื้อและเฮโรอีนจำนวน ๑ หลอด ในกระเป๋าเสื้อของจำเลย เมื่อนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐ เม็ด ที่ได้จากสายลับมาให้จำเลยดู จำเลยยอมรับว่าเป็นของจำเลยที่ได้จำหน่ายให้แก่สายลับ ดังนี้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวน ๑๐ เม็ด และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่สายลับไปทั้งหมด ต่อมาเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมจำเลยพบว่ายังมีเฮโรอีนอยู่ในครอบครองที่จำเลยอีกจำนวน ๑ หลอด นั้น แสดงว่า จำเลยมีเจตนาครอบครองเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนดังกล่าวไว้ในลักษณะต่างกัน ถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษามานั้นชอบแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (เดิม) , ๖๖ วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) , ๖๗ (ที่แก้ไขใหม่) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งแต่ละบทมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๔ ปี สำหรับความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกกรรมหนึ่งนั้น จำคุก ๑ ปี รวมเป็นจำคุก ๕ ปี นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๓๗๖/๒๕๔๒ ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙. (ประชา ประสงค์จรรยา-องอาจ โรจนสุพจน์-ภคพงศ์ วงศ์ศรีภูมิเทศ) ศาลจังหวัดปัตตานี - นายคมสัณห์ รางชางกูร ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายขวัญชัย ปิ่นรอด แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
111015
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดปัตตานี",
        "judge": "นายคมสัณห์ รางชางกูร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายขวัญชัย ปิ่นรอด"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043925"
    }
}
date
2546
deka_no
5683/2546
deka_running_no
5683
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "องอาจ โรจนสุพจน์",
    "ภคพงศ์ วงศ์ศรีภูมิเทศ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 66 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 67 (ที่แก้ไขใ"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดปัตตานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายธูป โปแก้ว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๖ , ๖๗ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และนับโทษจำเลยต่อกับโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๓๗๖/๒๕๔๒ ของศาลชั้นต้นกับคืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง คืนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อจำนวน ๑,๐๐๐ บาท แก่เจ้าของ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๖๖ วรรคหนึ่ง , ๖๗ ความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แต่เนื่องจากความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๕ ปี และความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำคุก ๑ ปี รวมจำคุก ๖ ปี นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๓๗๖/๒๕๔๑ (ที่ถูก ๒๓๗๖/๒๕๔๒) ของศาลชั้นต้น ธนบัตรของกลางคืนเจ้าของ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังได้ตามที่พยานโจทก์เบิกความว่า เจ้าพนักงานตำรวจได้วางแผนล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยโดยนำธนบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๑ ฉบับ ไปถ่ายสำเนาเอกสารและลงบันทึกไว้ในรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี แล้วมอบให้สายลับนำไปใช้ล่อซื้อเมแอมเฟตามีนจากจำเลย เมื่อทำการส่งมอบสิ่งของให้กันแล้ว จำเลยไหวทันจึงหลบหนี แต่เจ้าพนักงานตำรวจตามไปจับกุมตัวไว้ได้ จากการตรวจค้นตัวจำเลยพบธนบัตรฉบับละ ๑,๐๐๐ บาท จำนวน ๑ ฉบับ ที่ใช้ล่อซื้อและเฮโรอีนจำนวน ๑ หลอด ในกระเป๋าเสื้อของจำเลย เมื่อนำเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๑๐ เม็ด ที่ได้จากสายลับมาให้จำเลยดู จำเลยยอมรับว่าเป็นของจำเลยที่ได้จำหน่ายให้แก่สายลับ ดังนี้ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวน ๑๐ เม็ด และจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวให้แก่สายลับไปทั้งหมด ต่อมาเมื่อเจ้าพนักงานตำรวจเข้าตรวจค้นจับกุมจำเลยพบว่ายังมีเฮโรอีนอยู่ในครอบครองที่จำเลยอีกจำนวน ๑ หลอด นั้น แสดงว่า จำเลยมีเจตนาครอบครองเมทแอมเฟตามีนและเฮโรอีนดังกล่าวไว้ในลักษณะต่างกัน ถือได้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมต่างกันดังที่โจทก์ฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษามานั้นชอบแล้ว

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (เดิม) , ๖๖ วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) , ๖๗ (ที่แก้ไขใหม่) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งแต่ละบทมีโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๔ ปี สำหรับความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกกรรมหนึ่งนั้น จำคุก ๑ ปี รวมเป็นจำคุก ๕ ปี นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๒๓๗๖/๒๕๔๒ ของศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๙.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000931.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546