คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2546 ฉบับเต็ม

#111749
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2546 นายสมนึก กาญจนจารุรัตน์ กับพวก โจทก์ นายพินิต แสงทองสุข จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 241 จำเลยได้ยินยอมมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ให้โจทก์ทั้งสองยึดถือไว้เป็นประกันหนี้ของจำเลยที่มีต่อโจทก์ทั้งสอง เมื่อจำเลยยังเป็นหนี้โจทก์ทั้งสองอยู่ จำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) คืนจากโจทก์ทั้งสอง ___________________________ โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คจำนวน ๓,๒๗๐,๒๙๓.๕๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๓,๒๒๙,๑๕๕ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องโจทก์และให้โจทก์คืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์แก่จำเลย โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยชำระหนี้ค่าสินค้ายังไม่ครบถ้วน โจทก์จึงมีสิทธิยึดถือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่จำเลยนำมาวางไว้เป็นประกันหนี้ได้ ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๒) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของฟ้องแย้งให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน ๓,๒๒๙,๑๕๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๒) ต้องไม่เกิน ๔๑,๑๓๘.๕๕ บาท ตามที่โจทก์ขอ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท กับให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น ๑๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสอง ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์สำหรับฟ้องแย้งให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า โจทก์ทั้งสองต้องคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์รวม ๓ ฉบับ ตามฟ้องแย้งให้แก่จำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยทำหนังสือค้ำประกันหนี้ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๓๙ เพื่อค้ำประกันการซื้อสินค้าเงินเชื่อตามใบสั่งสินค้าเลขที่ ๑๗๗๐ รวมถึงหนี้ที่ก่อขึ้นหลังการทำสัญญา เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ตามสัญญาดังกล่าว จำเลยมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์รวม ๓ ฉบับ ให้โจทก์ทั้งสองยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ตามเอกสารหมาย ล. ๕ เห็นว่า จำเลยมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่โจทก์ทั้งสองเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ ตราบใดที่โจทก์ทั้งสองยังไม่ได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้นเชิง โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิที่จะยึดถือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวไว้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยค้างชำระค่าสินค้าโจทก์ทั้งสองตามที่วินิจฉัยแล้วในปัญหาประการแรก จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่จำเลย พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ทั้งสอง ๓,๐๐๐ บาท. (สำรวจ อุดมทวี-สายันต์ สุรสมภพ-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายวีระศักดิ์ ไชยสุขเจริญกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายปกรณ์ มหรรณพ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
111749
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสีคิ้ว",
        "judge": "นายวีระศักดิ์ ไชยสุขเจริญกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายปกรณ์ มหรรณพ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082044378"
    }
}
date
2546
deka_no
4546/2546
deka_running_no
4546
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สำรวจ อุดมทวี",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 241"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมนึก กาญจนจารุรัตน์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพินิต แสงทองสุข"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามเช็คจำนวน ๓,๒๗๐,๒๙๓.๕๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๓,๒๒๙,๑๕๕ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ แก้ไขคำให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องโจทก์และให้โจทก์คืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์แก่จำเลย

โจทก์ทั้งสองให้การแก้ฟ้องแย้งว่า จำเลยชำระหนี้ค่าสินค้ายังไม่ครบถ้วน โจทก์จึงมีสิทธิยึดถือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่จำเลยนำมาวางไว้เป็นประกันหนี้ได้ ขอให้ยกฟ้องแย้ง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้อง (วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๒) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ ๓,๐๐๐ บาท ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนของฟ้องแย้งให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน ๓,๒๒๙,๑๕๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (วันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๔๒) ต้องไม่เกิน ๔๑,๑๓๘.๕๕ บาท ตามที่โจทก์ขอ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท กับให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น ๑๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ทั้งสอง ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์สำหรับฟ้องแย้งให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการสุดท้ายว่า โจทก์ทั้งสองต้องคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์รวม ๓ ฉบับ ตามฟ้องแย้งให้แก่จำเลยหรือไม่ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยทำหนังสือค้ำประกันหนี้ลงวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๓๙ เพื่อค้ำประกันการซื้อสินค้าเงินเชื่อตามใบสั่งสินค้าเลขที่ ๑๗๗๐ รวมถึงหนี้ที่ก่อขึ้นหลังการทำสัญญา เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ตามสัญญาดังกล่าว จำเลยมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์รวม ๓ ฉบับ ให้โจทก์ทั้งสองยึดถือไว้เป็นประกันการชำระหนี้ตามเอกสารหมาย ล. ๕ เห็นว่า จำเลยมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่โจทก์ทั้งสองเพื่อเป็นประกันการชำระหนี้ ตราบใดที่โจทก์ทั้งสองยังไม่ได้รับชำระหนี้เสร็จสิ้นเชิง โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิที่จะยึดถือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวไว้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยค้างชำระค่าสินค้าโจทก์ทั้งสองตามที่วินิจฉัยแล้วในปัญหาประการแรก จำเลยจึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองคืนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้แก่จำเลย

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนโจทก์ทั้งสอง ๓,๐๐๐ บาท.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000935.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546