คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5039/2546 ฉบับเต็ม

#112069
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5039/2546 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ พ.ต.ท. สุวิทย์ หนูเนียม จำเลย พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 4, มาตรา 5, มาตรา 6, มาตรา 19, มาตรา 47 คำว่า "ครอบครอง" ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มิได้บัญญัติให้มีความหมายเป็นพิเศษ ต้องถือว่ามีเจตนายึดถือเพื่อตนตามหลักกฎหมายทั่วไป การที่จำเลยรับเลี้ยงดูหมีควายหรือหมีดำของกลางซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ชั่วคราวเพื่อรอให้สถานีเพาะเลี้ยสัตว์ป่ามารับไปในภายหลังนั้น จำเลยไม่มีเจตนายึดถือเพื่อตน จึงหาใช่เป็นการมีไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาในคำฟ้องไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ , ๕ , ๖ , ๑๙ , ๔๗ ริบของกลางให้กรมป่าไม้ และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๕๘๘/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง , ๔๗ จำคุก ๑ ปี ปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๘ เดือน ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ ริบของกลางให้กรมป่าไม้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๕๘๘/๒๕๔๐ (ที่ถูก ๕๘๘/๒๕๔๑) ของศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีนี้ศาลพิพากษาโดยให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้ จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ คำขอส่วนนี้จึงให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่หมีควายของกลางคงริบให้กรมป่าไม้ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยรับเลี้ยงดูหมีควายของกลางซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในกรงเหล็กที่หน้าบ้านของจำเลยจะเป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง ตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า คำว่า "ครอบครอง" ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มิได้บัญญัติให้มีความหมายเป็นพิเศษ จึงต้องถือว่าการครอบครองในกรณีนี้ต้องมีเจตนายึดถือเพื่อตนทั้งนี้ตามหลักกฎหมายทั่วไป ดังนั้น การที่จำเลยรับเลี้ยงดูหมีควายของกลางซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ชั่วคราวเพื่อรอให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพัทลุงมารับไปในภายหลังนั้น จำเลยไม่มีเจตนายึดถือเพื่อตน จึงหาใช่เป็นการมีไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาในคำฟ้องดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายกฟ้องโจทก์แต่ให้ริบหมีควายของกลางมานั้น จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (สุรชาติ บุญศิริพันธ์-กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์-กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล) ศาลจังหวัดพัทลุง - นายสุทธิพงษ์ วัชรินทร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายสุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112069
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพัทลุง",
        "judge": "นายสุทธิพงษ์ วัชรินทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายสุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082044252"
    }
}
date
2546
deka_no
5039/2546
deka_running_no
5039
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์",
    "กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์",
    "กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 5",
            "ม. 6",
            "ม. 19",
            "ม. 47"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พ.ต.ท. สุวิทย์ หนูเนียม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔ , ๕ , ๖ , ๑๙ , ๔๗ ริบของกลางให้กรมป่าไม้ และนับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๕๘๘/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง , ๔๗ จำคุก ๑ ปี ปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๘ เดือน ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ และ ๓๐ ริบของกลางให้กรมป่าไม้ ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๕๘๘/๒๕๔๐ (ที่ถูก ๕๘๘/๒๕๔๑) ของศาลชั้นต้น เนื่องจากคดีนี้ศาลพิพากษาโดยให้รอการลงโทษจำคุกจำเลยไว้ จึงไม่อาจนับโทษต่อได้ คำขอส่วนนี้จึงให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง แต่หมีควายของกลางคงริบให้กรมป่าไม้

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยรับเลี้ยงดูหมีควายของกลางซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในกรงเหล็กที่หน้าบ้านของจำเลยจะเป็นความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๑๙ วรรคหนึ่ง ตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า คำว่า "ครอบครอง" ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๕ มิได้บัญญัติให้มีความหมายเป็นพิเศษ จึงต้องถือว่าการครอบครองในกรณีนี้ต้องมีเจตนายึดถือเพื่อตนทั้งนี้ตามหลักกฎหมายทั่วไป ดังนั้น การที่จำเลยรับเลี้ยงดูหมีควายของกลางซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ชั่วคราวเพื่อรอให้สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพัทลุงมารับไปในภายหลังนั้น จำเลยไม่มีเจตนายึดถือเพื่อตน จึงหาใช่เป็นการมีไว้ในครอบครองอันเป็นความผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาในคำฟ้องดังที่โจทก์ฎีกาไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๙ พิพากษายกฟ้องโจทก์แต่ให้ริบหมีควายของกลางมานั้น จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000934.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546