คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4690/2546 ฉบับเต็ม

#112364
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4690/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมชาติหรือเล้ง แซ่เตียว กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 92 แม้จำเลยที่ 1 จะให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดตามฟ้อง และศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 รวมทั้งเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 จนคดีถึงที่สุดแล้วก็ตาม หากต่อมาจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขคำพิพากษาที่เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี พ.ศ. 2539 และถือว่าจำเลยที่ 1 ไม่เคยถูกลงโทษจำคุกมาก่อนตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็จะเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ไม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง กับให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามกฎหมาย หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขคำพิพากษาในส่วนที่เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ เนื่องจากได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำร้องของจำเลยที่ ๑ เป็นการขอให้แก้ไขคำพิพากษาซึ่งได้อ่านแล้วและมิใช่การแก้ไขถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๐ ยกคำร้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ ๑ ว่า จำเลยที่ ๑ ควรได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า ในคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๙๑/๒๕๓๙ ดังกล่าวจำเลยที่ ๑ ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ ถูกควบคุมตัวตลอดมาจนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาในวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๑ พ้นโทษในคดีดังกล่าวในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ ๑ ยกขึ้นฎีกานั้น โจทก์ได้รับสำเนาฎีกาจำเลยที่ ๑ แล้ว ไม่ได้ยื่นคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ ๑ แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติได้ตามที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาขึ้นมา ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และเป็นการเทิดพระเกียรติในพระบรมเดชานุภาพและเสริมบุญญาบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา จำเลยที่ ๑ ได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ และถือว่าจำเลยที่ ๑ ไม่เคยถูกลงโทษในคดีความผิดฐานบุกรุกตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๙๑/๒๕๓๙ ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จะเพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ ไม่ได้ ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. (ดลจรัส รัตนโศภิต-ประพันธ์ ทรัพย์แสง-จิระวรรณ ศิริบุตร) ศาลอาญาธนบุรี - นายวิบูลย์ ศุภสกุลอาภาพิบูล ศาลอุทธรณ์ - นายณรงค์พล ทองจีน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112364
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญาธนบุรี",
        "judge": "นายวิบูลย์ ศุภสกุลอาภาพิบูล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายณรงค์พล ทองจีน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082044370"
    }
}
date
2546
deka_no
4690/2546
deka_running_no
4690
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง",
    "จิระวรรณ ศิริบุตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 92"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมชาติหรือเล้ง แซ่เตียว กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และให้ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง กับให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามกฎหมาย

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขคำพิพากษาในส่วนที่เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ เนื่องจากได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำร้องของจำเลยที่ ๑ เป็นการขอให้แก้ไขคำพิพากษาซึ่งได้อ่านแล้วและมิใช่การแก้ไขถ้อยคำที่เขียนหรือพิมพ์ผิดพลาด จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๐ ยกคำร้อง

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยที่ ๑ ว่า จำเลยที่ ๑ ควรได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ หรือไม่ เห็นว่า จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า ในคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๙๑/๒๕๓๙ ดังกล่าวจำเลยที่ ๑ ถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ ถูกควบคุมตัวตลอดมาจนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาในวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๓๙ จำเลยที่ ๑ พ้นโทษในคดีดังกล่าวในวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๙ ซึ่งเป็นวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ข้อเท็จจริงที่จำเลยที่ ๑ ยกขึ้นฎีกานั้น โจทก์ได้รับสำเนาฎีกาจำเลยที่ ๑ แล้ว ไม่ได้ยื่นคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ ๑ แต่อย่างใด ข้อเท็จจริงจึงฟังเป็นยุติได้ตามที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาขึ้นมา ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย และเป็นการเทิดพระเกียรติในพระบรมเดชานุภาพและเสริมบุญญาบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นไม่ต้องด้วยความเห็นศาลฎีกา จำเลยที่ ๑ ได้รับประโยชน์จากพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ และถือว่าจำเลยที่ ๑ ไม่เคยถูกลงโทษในคดีความผิดฐานบุกรุกตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๙๑/๒๕๓๙ ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จะเพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ ไม่ได้ ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000935.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546