คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5144/2546 ฉบับเต็ม

#112365
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5144/2546 พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลพบุรี โจทก์ นางวิภาวดี จามจุรี จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 323 ป.วิ.อ. มาตรา 15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323 บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งนำมาใช้ในคดีนี้ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ดังนั้น เมื่อจำเลยได้นำเงิน 20,885 บาท ที่ยักยอกไปมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหายเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2539 ผู้เสียหายต้องมารับไปภายในห้าปีนับแต่วันที่จำเลยนำเงินมาวาง มิใช่นับจากวันที่ผู้เสียหายทราบถึงการวางเงิน การที่ผู้เสียหายมาขอรับเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2545 ซึ่งเกิน 5 ปี เงินดังกล่าวจึงตกเป็นของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ , ๓๕๓ และให้จำเลยคืนเงิน จำนวน ๒๐,๘๘๕ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยได้นำเงินจำนวน ๒๐,๘๘๕ บาท ที่ยักยอกไปมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหายในวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๓๙ ต่อมาวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๕ ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิโรจน์บริการลพบุรี โดยนางลัดดา เพ็งสุข ผู้เสียหายขอรับเงินจำนวนดังกล่าวจากศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้เสียหายขอคืนเงินที่จำเลยยักยอกไปจำนวน ๒๐,๘๘๕ บาท ถือเป็นเงินค้างจ่ายอยู่ในศาลเกินกำหนด ๕ ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด จึงไม่มีสิทธิขอรับเงินจำนวนเงินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ (ที่ถูกประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕) ให้ยกคำร้อง ผู้เสียหายอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน ผู้เสียหายฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งนำมาใช้ในคดีนี้ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ดังนั้น เมื่อจำเลยได้นำเงิน ๒๐,๘๘๕ บาท ที่ยักยอกไปมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหายเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๓๙ ผู้เสียหายต้องมารับไปภายในห้าปีนับแต่วันที่จำเลยนำเงินมาวางมิใช่นับจากวันที่ผู้เสียหายทราบถึงการวางเงิน การที่ผู้เสียหายขอรับเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๕ ซึ่งเกิน ๕ ปี เงินดังกล่าวจึงตกเป็นของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ข้างต้น ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้เสียหาย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้เสียหายฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (วสันต์ ตรีสุวรรณ-ชาญชัย ลิขิตจิตถะ-สมบัติ อรรถพิมล) ศาลแขวงลพบุรี - นายคมสัน รักขิตกูล ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางสมศรี หรูจิตตวิวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112365
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงลพบุรี",
        "judge": "นายคมสัน รักขิตกูล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางสมศรี หรูจิตตวิวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082044148"
    }
}
date
2546
deka_no
5144/2546
deka_running_no
5144
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ",
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ",
    "สมบัติ อรรถพิมล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 323"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลแขวงลพบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวิภาวดี จามจุรี"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ , ๓๕๓ และให้จำเลยคืนเงิน จำนวน ๒๐,๘๘๕ บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยได้นำเงินจำนวน ๒๐,๘๘๕ บาท ที่ยักยอกไปมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหายในวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๓๙

ต่อมาวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๕ ห้างหุ้นส่วนจำกัดวิโรจน์บริการลพบุรี โดยนางลัดดา เพ็งสุข ผู้เสียหายขอรับเงินจำนวนดังกล่าวจากศาลชั้นต้น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้เสียหายขอคืนเงินที่จำเลยยักยอกไปจำนวน ๒๐,๘๘๕ บาท ถือเป็นเงินค้างจ่ายอยู่ในศาลเกินกำหนด ๕ ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด จึงไม่มีสิทธิขอรับเงินจำนวนเงินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ (ที่ถูกประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕) ให้ยกคำร้อง

ผู้เสียหายอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษายืน

ผู้เสียหายฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ บัญญัติว่า บรรดาเงินต่าง ๆ ที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลหรือที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ถ้าผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายในห้าปี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน ซึ่งนำมาใช้ในคดีนี้ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ดังนั้น เมื่อจำเลยได้นำเงิน ๒๐,๘๘๕ บาท ที่ยักยอกไปมาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อชำระหนี้แก่ผู้เสียหายเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๓๙ ผู้เสียหายต้องมารับไปภายในห้าปีนับแต่วันที่จำเลยนำเงินมาวางมิใช่นับจากวันที่ผู้เสียหายทราบถึงการวางเงิน การที่ผู้เสียหายขอรับเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๔๕ ซึ่งเกิน ๕ ปี เงินดังกล่าวจึงตกเป็นของแผ่นดินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๒๓ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ ข้างต้น ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของผู้เสียหาย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้เสียหายฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000933.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546