คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5851/2546 ฉบับเต็ม

#112605
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5851/2546 นายสมศักดิ์ อาดำ โจทก์ นายมัด อาดำ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 144 วรรคหนึ่ง, มาตรา 156 คำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นครั้งที่ 3 มีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับที่จำเลยยื่นในครั้งแรกและครั้งที่ 2 ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องทั้งสองฉบับดังกล่าว แม้เป็นการยกคำร้องเพราะจำเลยไม่นำพยานมาสืบ ก็ถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นในเรื่องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นแล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอีก ย่อมเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว อันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 วรรคหนึ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นไต่สวนอนาถาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 149 วรรคท้าย จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่เสียมา 200 บาท แก่จำเลยทั้งสอง ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๙๑ และส่งมอบที่ดินให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทของโจทก์อีกต่อไป กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเดือนละ ๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองมิได้นำพยานเข้าสืบให้เห็นข้อเท็จจริงตามคำร้อง จึงไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนยากจนไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป ให้นำค่าขึ้นศาลมาชำระภายใน ๑๕ วัน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาเป็นครั้งที่ ๒ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวน แต่จำเลยทั้งสองไม่ไปศาลตามนัด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้นำพยานมาสืบให้ได้ความตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในกำหนด ๑๕ วัน จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกเป็นครั้งที่ ๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสอง ๒ ครั้งแล้ว จำเลยทั้งสองจะขอใหม่ครั้งที่ ๓ ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ ให้ยกคำร้อง และหากจำเลยทั้งสองไม่นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ให้เจ้าหน้าที่เสนอสำนวนต่อศาลเพื่อพิจารณาสั่ง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งว่า การที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกเป็นฉบับที่ ๓ โดยมีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับคำร้อง ๒ ฉบับก่อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ วรรคหนึ่ง ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถารวม ๓ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๓ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ๓ ครั้ง อ้างว่าขอเวลาหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีได้ ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีกเป็นครั้งที่ ๔ อ้างว่าทนายความติดธุระ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและมีคำสั่งให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๔๔ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง แต่จำเลยทั้งสองไม่ไปตามนัด ศาลชั้นต้นจึงให้ยกคำร้องดังกล่าว จำเลยทั้งสองมายื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาเป็นครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๕ โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองยากจน ไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ เช่นเดียวกับที่จำเลยทั้งสองอ้างในคำร้องครั้งแรกและครั้งที่ ๒ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาครั้งที่ ๓ ดังกล่าว เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่ เห็นว่า คำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสองที่ยื่นต่อศาลครั้งที่ ๓ มีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับที่จำเลยทั้งสองยื่นในครั้งแรกและครั้งที่ ๒ ซึ่งคำร้องทั้งสองฉบับดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง แม้จะเป็นการยกคำร้องเพราะจำเลยทั้งสองไม่ได้นำพยานมาสืบ ก็ถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นในเรื่องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นแล้ว การที่จำเลยทั้งสองมายื่นคำร้องเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอีก ย่อมเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับกับประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น อนึ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นไต่สวนอนาถาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๙ วรรคท้าย จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่เสียมา ๒๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกนั้นให้เป็นพับ หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษานี้. (ชวลิต ยอดเณร-กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) ศาลจังหวัดธัญญบุรี - นางสาวธิติยา เอกกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสันต์ เกียรติก้อง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112605
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดธัญญบุรี",
        "judge": "นางสาวธิติยา เอกกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสันต์ เกียรติก้อง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043921"
    }
}
date
2546
deka_no
5851/2546
deka_running_no
5851
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 144 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 156"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสมศักดิ์ อาดำ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมัด อาดำ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๗๙๑ และส่งมอบที่ดินให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามเข้าไปเกี่ยวข้องในที่ดินพิพาทของโจทก์อีกต่อไป กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเดือนละ ๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์และยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองมิได้นำพยานเข้าสืบให้เห็นข้อเท็จจริงตามคำร้อง จึงไม่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนยากจนไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป ให้นำค่าขึ้นศาลมาชำระภายใน ๑๕ วัน

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาเป็นครั้งที่ ๒ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวน แต่จำเลยทั้งสองไม่ไปศาลตามนัด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้นำพยานมาสืบให้ได้ความตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้อง หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป ให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในกำหนด ๑๕ วัน

จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกเป็นครั้งที่ ๓ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสอง ๒ ครั้งแล้ว จำเลยทั้งสองจะขอใหม่ครั้งที่ ๓ ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ ให้ยกคำร้อง และหากจำเลยทั้งสองไม่นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระภายในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ให้เจ้าหน้าที่เสนอสำนวนต่อศาลเพื่อพิจารณาสั่ง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ มีคำสั่งว่า การที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกเป็นฉบับที่ ๓ โดยมีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับคำร้อง ๒ ฉบับก่อน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ วรรคหนึ่ง ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถารวม ๓ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๓ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ๓ ครั้ง อ้างว่าขอเวลาหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาล ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีได้ ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีอีกเป็นครั้งที่ ๔ อ้างว่าทนายความติดธุระ ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีและมีคำสั่งให้ยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาอีกเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๔๔ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้อง แต่จำเลยทั้งสองไม่ไปตามนัด ศาลชั้นต้นจึงให้ยกคำร้องดังกล่าว จำเลยทั้งสองมายื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาเป็นครั้งที่ ๓ เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๔๕ โดยอ้างว่าจำเลยทั้งสองยากจน ไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาลได้ เช่นเดียวกับที่จำเลยทั้งสองอ้างในคำร้องครั้งแรกและครั้งที่ ๒ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า การที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาครั้งที่ ๓ ดังกล่าว เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำหรือไม่ เห็นว่า คำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสองที่ยื่นต่อศาลครั้งที่ ๓ มีข้ออ้างและคำขอเช่นเดียวกับที่จำเลยทั้งสองยื่นในครั้งแรกและครั้งที่ ๒ ซึ่งคำร้องทั้งสองฉบับดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง แม้จะเป็นการยกคำร้องเพราะจำเลยทั้งสองไม่ได้นำพยานมาสืบ ก็ถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นในเรื่องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นแล้ว การที่จำเลยทั้งสองมายื่นคำร้องเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวอีก ย่อมเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลนั้นอันเกี่ยวกับกับประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วอันเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๔ วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง การดำเนินกระบวนพิจารณาชั้นไต่สวนอนาถาไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๙ วรรคท้าย จึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่เสียมา ๒๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง

พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกนั้นให้เป็นพับ หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันฟังคำพิพากษานี้.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000931.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546