คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1342/2546 ฉบับเต็ม

#112610
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1342/2546 บริษัทนิสสิน จำกัด โจทก์ กรมศุลกากร กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1327 ป.วิ.อ. มาตรา 85 วรรคสาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 24, มาตรา 60, มาตรา 99, มาตรา 102, มาตรา 117 จำเลยที่ 1 ยึดสินค้าของโจทก์ไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินการริบตาม พ.ร.บ. ศุลกากร ฯ มาตรา 60 สินค้าดังกล่าวจึงอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 1 กรณีหาใช่เพียงแต่อยู่ในความรักษาหรือตรวจตราดูแลของจำเลยที่ 1 ตาม พ.ร.บ. ศุลกากร ฯ มาตรา 117 ไม่ เมื่อจำเลยที่ 1 เห็นว่าโจทก์กระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร ฯ มาตรา 99 เท่านั้น และยอมให้โจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ จำเลยที่ 1 จึงต้องคืนสินค้าดังกล่าวแก่โจทก์ เมื่อสินค้าสูญหาย จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระราคา ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันคืนสินค้าแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๗๑,๑๕๔.๒๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ คืนเส้นด้ายฝ้ายใยสั้นตามใบขนสินค้าขาออกเลขที่ ๑๐๖๔ - ๓ - ๑๒๔๓ ถึง ๑๐๖๔ - ๓ - ๑๒๔๖ รวมน้ำหนัก ๙๒๙.๘๑ กิโลกรัม แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๗๑,๑๕๔.๒๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๓๕ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคิดถึงวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๓๗ ให้ได้ไม่เกิน ๓๘,๕๐๙.๗๐ บาท ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาท ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์นำสินค้าเส้นด้ายฝ้ายใยสั้นเข้ามาในราชอาณาจักร ต่อมาโจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวคืนแก่ผู้ขายที่เมืองฮ่องกงทางเรือ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ กับพวก ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของจำเลยที่ ๑ ร่วมกันตรวจสินค้าดังกล่าว แล้วดำเนินคดีแก่โจทก์ในความผิดฐานยื่นคำขออันเกี่ยวกับของอันเป็นเท็จเป็นการทุจริตเพื่อขอคืนอากรขาเข้า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๖๐ , ๙๙ โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ พิจารณาแล้วให้โจทก์ทำความตกลงระงับคดีในชั้นศุลกากรโดยเปรียบเทียบปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วให้โจทก์ส่งสินค้ากลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ โจทก์ชำระค่าปรับแล้ว แต่เมื่อไปขอรับสินค้าคืน ปรากฏว่าสินค้าสูญหายไป พยานจำเลยทั้งสามผู้ร่วมตรวจสินค้าเบิกความว่า พยานกับพวกตรวจยึดสินค้าดังกล่าวแล้วพยานนำไปฝากไว้ในตู้เก็บสินค้าของบริษัทผู้รับบรรจุสินค้าโดยผนึกตะกั่วประทับตราของจำเลยที่ ๑ ไว้ การเปิดตู้เก็บสินค้าจะกระทำมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ ๑ ก่อน และถือว่าสินค้าดังกล่าวอยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ ๑ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ยึดสินค้าดังกล่าวไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินการริบตามมาตรา ๖๐ สินค้าดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ กรณีหาใช่เพียงแต่อยู่ในความรักษาหรือตรวจตราดูแลของจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๑๑๗ ไม่ เมื่อจำเลยที่ ๑ เห็นว่าโจทก์กระทำความผิดตามมาตรา ๙๙ เท่านั้น และยอมให้โจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ จำเลยที่ ๑ จึงต้องคืนสินค้าดังกล่าวแก่โจทก์ ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้. (ทองหล่อ โฉมงาม-ปรีดี รุ่งวิสัย-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวิจิตร วิสุชาติ ศาลอุทธรณ์ - นายสุรศักดิ์ สุวรรณประกร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112610
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายวิจิตร วิสุชาติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุรศักดิ์ สุวรรณประกร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082046770"
    }
}
date
2546
deka_no
1342/2546
deka_running_no
1342
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1327"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 85 วรรคสาม"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469",
        "sections": [
            "ม. 24",
            "ม. 60",
            "ม. 99",
            "ม. 102",
            "ม. 117"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทนิสสิน จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมศุลกากร กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันคืนสินค้าแก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๑๗๑,๑๕๔.๒๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยที่ ๑ คืนเส้นด้ายฝ้ายใยสั้นตามใบขนสินค้าขาออกเลขที่ ๑๐๖๔ - ๓ - ๑๒๔๓ ถึง ๑๐๖๔ - ๓ - ๑๒๔๖ รวมน้ำหนัก ๙๒๙.๘๑ กิโลกรัม แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๑๗๑,๑๕๔.๒๔ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๓๕ จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคิดถึงวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๓๗ ให้ได้ไม่เกิน ๓๘,๕๐๙.๗๐ บาท ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาท ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ให้เป็นพับ

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์นำสินค้าเส้นด้ายฝ้ายใยสั้นเข้ามาในราชอาณาจักร ต่อมาโจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวคืนแก่ผู้ขายที่เมืองฮ่องกงทางเรือ จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ กับพวก ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของจำเลยที่ ๑ ร่วมกันตรวจสินค้าดังกล่าว แล้วดำเนินคดีแก่โจทก์ในความผิดฐานยื่นคำขออันเกี่ยวกับของอันเป็นเท็จเป็นการทุจริตเพื่อขอคืนอากรขาเข้า ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๖๐ , ๙๙ โจทก์อุทธรณ์ต่อจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ พิจารณาแล้วให้โจทก์ทำความตกลงระงับคดีในชั้นศุลกากรโดยเปรียบเทียบปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วให้โจทก์ส่งสินค้ากลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ โจทก์ชำระค่าปรับแล้ว แต่เมื่อไปขอรับสินค้าคืน ปรากฏว่าสินค้าสูญหายไป พยานจำเลยทั้งสามผู้ร่วมตรวจสินค้าเบิกความว่า พยานกับพวกตรวจยึดสินค้าดังกล่าวแล้วพยานนำไปฝากไว้ในตู้เก็บสินค้าของบริษัทผู้รับบรรจุสินค้าโดยผนึกตะกั่วประทับตราของจำเลยที่ ๑ ไว้ การเปิดตู้เก็บสินค้าจะกระทำมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากจำเลยที่ ๑ ก่อน และถือว่าสินค้าดังกล่าวอยู่ในความอารักขาของจำเลยที่ ๑ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ยึดสินค้าดังกล่าวไว้เป็นของกลางเพื่อดำเนินการริบตามมาตรา ๖๐ สินค้าดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ ๑ กรณีหาใช่เพียงแต่อยู่ในความรักษาหรือตรวจตราดูแลของจำเลยที่ ๑ ตามมาตรา ๑๑๗ ไม่ เมื่อจำเลยที่ ๑ เห็นว่าโจทก์กระทำความผิดตามมาตรา ๙๙ เท่านั้น และยอมให้โจทก์ส่งสินค้าดังกล่าวกลับออกไปนอกราชอาณาจักรได้ จำเลยที่ ๑ จึงต้องคืนสินค้าดังกล่าวแก่โจทก์ ฎีกาของจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000956.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546