คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2546 ฉบับเต็ม

#112611
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3635/2546 บริษัทพสุพัฒน์ เรียลตี้ จำกัด โจทก์ นายวิศิษฎ์ โรจนเสถียร กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 269 วรรคแรก ผู้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 269 วรรคแรก จะต้องเป็นผู้ประกอบการงานวิชาชีพดังที่ระบุไว้เท่านั้น จำเลยที่ 1 เป็นผู้กู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขานครปฐม ไม่ได้ประกอบวิชาชีพการประเมินราคาทรัพย์ และไม่ได้ทำคำรับรองในแบบสรุปผลการประเมินราคาหลักประกันที่ดินอาคาร ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นเพียงผู้ทำรายงานการตรวจสอบที่ดินและเสนอต่อ ผ. โดย ผ. เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองในฐานะผู้ประเมิน จำเลยที่ 3 จึงไม่ได้เป็นผู้ทำคำรับรองในเอกสารดังกล่าว การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไม่เป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 269 วรรคแรก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙ , ๘๓ และนับโทษจำเลยที่ ๓ ต่อจากโทษในคดีดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ ๓ รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ ๓ ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ , มาตรา ๒๖๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙ วรรคแรกและวรรคสอง? ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ จำเลยที่ ๓ เป็นพนักงานของโจทก์สาขานครปฐม โจทก์ทำสัญญารับจ้างประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์และประเมินราคาทรัพย์สินกับธนาคาร อ. จำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้เงินจากธนาคาร อ. โดยใช้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๗๙๖๐ ตำบลโคกหม้อ จังหวัดราชบุรี เป็นหลักประกัน ธนาคาร อ. จึงส่งเรื่องให้โจทก์ทำการประเมินราคา จำเลยที่ ๑ พาจำเลยที่ ๓ ไปตรวจสอบที่ดินเสร็จแล้วจำเลยที่ ๓ ทำรายงานเสนอต่อ ผ. ลงลายมือชื่อในฐานะผู้ประเมิน และจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อในฐานะผู้จัดการ โดยจำเลยที่ ๓ เสนอราคาประเมินที่ดินมีมูลค่า ๖,๘๒๐,๐๐๐ บาท ตามสำเนาแบบสรุปผลการประเมินราคาหลักประกันที่ดินอาคาร โจทก์ได้ส่งเอกสารดังกล่าวให้ธนาคาร อ. ในที่สุดธนาคาร อ. ตกลงให้จำเลยที่ ๑ กู้เงินจำนวน ๔,๓๔๐,๐๐๐ บาท ต่อมาธนาคาร อ. แจ้งว่าราคาประเมินดังกล่าวสูงเกินความจริง โจทก์จึงออกไปตรวจสอบใหม่จึงทราบว่าที่ดินดังกล่าวมีมูลค่าเพียง ๑,๖๑๒,๐๐๐ บาท ธนาคาร อ. จึงมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำหลักประกันไปวางเพื่อเป็นประกันความเสียหาย มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ แต่เห็นสมควรหยิบยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นวินิจฉัยก่อน กล่าวคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙ วรรคแรก บัญญัติว่า "ผู้ใดในการประกอบการงานในวิชาแพทย์ กฎหมาย บัญชีหรือวิชาชีพอื่นใด ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ?" เห็นว่า ผู้กระทำความผิดตามมาตรานี้จะต้องเป็นผู้ประกอบการงานวิชาชีพดังที่ระบุไว้เท่านั้น จำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้เงินจากธนาคาร อ. ไม่ได้ประกอบวิชาชีพการประเมินราคาทรัพย์ และไม่ได้ทำคำรับรองในแบบสรุปผลการประเมินราคาหลักประกันที่ดินอาคาร ส่วนจำเลยที่ ๓ เป็นเพียงผู้ทำรายงานการตรวจสอบที่ดินและเสนอต่อ ผ. โดย ผ. เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองในฐานะผู้ประเมินจำเลยที่ ๓ จึงไม่ได้เป็นผู้ทำคำรับรองในเอกสารดังกล่าว การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙ ดังที่โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงไม่มีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (ธาดา กษิตินนท์-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์-หัสดี ไกรทองสุก) ศาลแขวงนครปฐม - นายระบิล จันทรภิรมย์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายธงชัย เสนามนตรี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112611
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงนครปฐม",
        "judge": "นายระบิล จันทรภิรมย์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายธงชัย เสนามนตรี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082045173"
    }
}
date
2546
deka_no
3635/2546
deka_running_no
3635
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ธาดา กษิตินนท์",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์",
    "หัสดี ไกรทองสุก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 269 วรรคแรก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทพสุพัฒน์ เรียลตี้ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิศิษฎ์ โรจนเสถียร กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙ , ๘๓ และนับโทษจำเลยที่ ๓ ต่อจากโทษในคดีดังกล่าว

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ ๓ รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ ๓ ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๘๖ , มาตรา ๒๖๙ วรรคสอง จำเลยที่ ๓ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙ วรรคแรกและวรรคสอง? ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๒

จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้วข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ จำเลยที่ ๓ เป็นพนักงานของโจทก์สาขานครปฐม โจทก์ทำสัญญารับจ้างประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์และประเมินราคาทรัพย์สินกับธนาคาร อ.

จำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้เงินจากธนาคาร อ. โดยใช้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๓๗๙๖๐ ตำบลโคกหม้อ จังหวัดราชบุรี เป็นหลักประกัน ธนาคาร อ. จึงส่งเรื่องให้โจทก์ทำการประเมินราคา จำเลยที่ ๑ พาจำเลยที่ ๓ ไปตรวจสอบที่ดินเสร็จแล้วจำเลยที่ ๓ ทำรายงานเสนอต่อ ผ. ลงลายมือชื่อในฐานะผู้ประเมิน และจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อในฐานะผู้จัดการ โดยจำเลยที่ ๓ เสนอราคาประเมินที่ดินมีมูลค่า ๖,๘๒๐,๐๐๐ บาท ตามสำเนาแบบสรุปผลการประเมินราคาหลักประกันที่ดินอาคาร โจทก์ได้ส่งเอกสารดังกล่าวให้ธนาคาร อ. ในที่สุดธนาคาร อ. ตกลงให้จำเลยที่ ๑ กู้เงินจำนวน ๔,๓๔๐,๐๐๐ บาท ต่อมาธนาคาร อ. แจ้งว่าราคาประเมินดังกล่าวสูงเกินความจริง โจทก์จึงออกไปตรวจสอบใหม่จึงทราบว่าที่ดินดังกล่าวมีมูลค่าเพียง ๑,๖๑๒,๐๐๐ บาท ธนาคาร อ. จึงมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำหลักประกันไปวางเพื่อเป็นประกันความเสียหาย

มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ มีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ แต่เห็นสมควรหยิบยกปัญหาข้อกฎหมายขึ้นวินิจฉัยก่อน กล่าวคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙ วรรคแรก บัญญัติว่า "ผู้ใดในการประกอบการงานในวิชาแพทย์ กฎหมาย บัญชีหรือวิชาชีพอื่นใด ทำคำรับรองเป็นเอกสารอันเป็นเท็จ?" เห็นว่า ผู้กระทำความผิดตามมาตรานี้จะต้องเป็นผู้ประกอบการงานวิชาชีพดังที่ระบุไว้เท่านั้น จำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้เงินจากธนาคาร อ. ไม่ได้ประกอบวิชาชีพการประเมินราคาทรัพย์ และไม่ได้ทำคำรับรองในแบบสรุปผลการประเมินราคาหลักประกันที่ดินอาคาร ส่วนจำเลยที่ ๓ เป็นเพียงผู้ทำรายงานการตรวจสอบที่ดินและเสนอต่อ ผ. โดย ผ. เป็นผู้ลงลายมือชื่อรับรองในฐานะผู้ประเมินจำเลยที่ ๓ จึงไม่ได้เป็นผู้ทำคำรับรองในเอกสารดังกล่าว การกระทำของจำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๙ ดังที่โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงไม่มีความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ต่อไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000942.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546