คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6500/2546 ฉบับเต็ม

#112622
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6500/2546 นายวิชัย เลขมาศ โจทก์ นายจำนงค์ วิเชียรศรี จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 148 ในคดีก่อนจำเลยฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินเนื้อที่ 25 ตารางวา ซึ่งมีบ้านเลขที่ 98/1 ปลูกอยู่ อันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินพิพาทในคดีนี้ โจทก์ให้การต่อสู้อ้างสิทธิครอบครอง และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเนื้อที่ 25 ตารางวา ดังกล่าว คดีถึงที่สุดแล้ว คดีนี้โจทก์จึงฟ้องจำเลยเพื่อขอแสดงสิทธิครอบครองในที่ดินเนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน ซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทในคดีก่อนด้วย ดังนี้ ในคดีก่อนย่อมไม่มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินพิพาทส่วนที่นอกเหนือจากเนื้อที่ 25 ตารางวา ที่ศาลจะพึงวินิจฉัย ฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทนอกเหนือจากเนื้อที่ 25 ตารางวา ที่พิพาทกันในคดีก่อนจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนตามที่จำเลยฎีกา ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) สารบบเล่มที่ ๕๕๖/๔๑๕ หมู่ที่ ๔ ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทิศตะวันออก เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน เป็นของโจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยมีคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินดังกล่าว ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๘๕/๒๕๓๗ ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ที่บ้านเลขที่ ๙๘/๑ ตั้งอยู่เท่านั้น และคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยได้แบ่งแยกที่ดินให้แก่โจทก์ตามจำนวนเนื้อที่ที่โจทก์ชนะคดี ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๘๕/๒๕๓๗ เพราะคู่ความเป็นรายเดียวกันและคดีมีประเด็นอย่างเดียวกัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) สารบบเล่มที่ ๕๕๖/๔๑๕ หมู่ที่ ๔ ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับที่ดินพิพาทที่นอกเหนือจากเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๘๕/๒๕๓๗ ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ในคดีดังกล่าวจำเลยฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ซึ่งมีบ้านเลขที่ ๙๘/๑ ปลูกอยู่ อันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินพิพาทในคดีนี้ โจทก์ให้การต่อสู้อ้างสิทธิครอบครอง และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ดังกล่าว คดีถึงที่สุดแล้ว คดีนี้โจทก์จึงฟ้องจำเลยเพื่อขอแสดงสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทในคดีก่อนด้วย ดังนี้ ในคดีก่อนย่อมไม่มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินพิพาทส่วนที่นอกเหนือจากเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ที่ศาลจะพึงวินิจฉัย ฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทนอกเหนือจากเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ที่พิพาทกันในคดีก่อนจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนตามที่จำเลยฎีกา สำหรับที่ดินพิพาทในส่วนเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ที่พิพาทกันในคดีก่อน เมื่อต้องถือว่าที่ดินพิพาทในชั้นฎีกามีเฉพาะส่วนที่นอกเหนือจากที่ดินพิพาทในส่วนนี้ดังได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ในส่วนนี้เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำเพราะเป็นคนละประเด็นกับคดีก่อนนั้น ศาลฎีกาคงเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์. (วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์-วิบูลย์ มีอาสา) ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายอนุภาพ สุวรรณโชติ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายสมศักดิ์ คุณเลิศกิจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112622
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นายอนุภาพ สุวรรณโชติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายสมศักดิ์ คุณเลิศกิจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043698"
    }
}
date
2546
deka_no
6500/2546
deka_running_no
6500
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์",
    "วิบูลย์ มีอาสา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 148"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวิชัย เลขมาศ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายจำนงค์ วิเชียรศรี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้พิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) สารบบเล่มที่ ๕๕๖/๔๑๕ หมู่ที่ ๔ ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านทิศตะวันออก เนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน เป็นของโจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์จำเลยมีคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินดังกล่าว ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๘๕/๒๕๓๗ ว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ที่บ้านเลขที่ ๙๘/๑ ตั้งอยู่เท่านั้น และคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยได้แบ่งแยกที่ดินให้แก่โจทก์ตามจำนวนเนื้อที่ที่โจทก์ชนะคดี ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๘๕/๒๕๓๗ เพราะคู่ความเป็นรายเดียวกันและคดีมีประเด็นอย่างเดียวกัน ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) สารบบเล่มที่ ๕๕๖/๔๑๕ หมู่ที่ ๔ ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่จำเลยฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับที่ดินพิพาทที่นอกเหนือจากเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๑๑๘๕/๒๕๓๗ ของศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ในคดีดังกล่าวจำเลยฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่ดินเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ซึ่งมีบ้านเลขที่ ๙๘/๑ ปลูกอยู่ อันเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินพิพาทในคดีนี้ โจทก์ให้การต่อสู้อ้างสิทธิครอบครอง และศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าโจทก์มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ดังกล่าว คดีถึงที่สุดแล้ว คดีนี้โจทก์จึงฟ้องจำเลยเพื่อขอแสดงสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ซึ่งรวมทั้งที่ดินพิพาทในคดีก่อนด้วย ดังนี้ ในคดีก่อนย่อมไม่มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดินพิพาทส่วนที่นอกเหนือจากเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ที่ศาลจะพึงวินิจฉัย ฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินพิพาทนอกเหนือจากเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ที่พิพาทกันในคดีก่อนจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนตามที่จำเลยฎีกา สำหรับที่ดินพิพาทในส่วนเนื้อที่ ๒๕ ตารางวา ที่พิพาทกันในคดีก่อน เมื่อต้องถือว่าที่ดินพิพาทในชั้นฎีกามีเฉพาะส่วนที่นอกเหนือจากที่ดินพิพาทในส่วนนี้ดังได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้ว จึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ในส่วนนี้เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ วินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำเพราะเป็นคนละประเด็นกับคดีก่อนนั้น ศาลฎีกาคงเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000929.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546