คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4711/2546 ฉบับเต็ม

#112643
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4711/2546 บริษัทเสาเอกเข็มเจาะ จำกัด โจทก์ บริษัทเดอะฟิวเจอร์โฮลดิ้ง จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 194, มาตรา 297, มาตรา 797 แม้โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในโครงการจัดสรรจากจำเลยที่ 2 และทำสัญญาจ้างจำเลยที่ 1 ปลูกสร้างอาคารบนที่ดินแปลงดังกล่าว โดยโจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแปลงนี้จากจำเลยที่ 2 อีฉบับหนึ่งก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาสัญญาทั้งสามฉบับประกอบสำเนาโฉนดที่ดิน ที่ระบุว่าจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ทำสัญญาจะขายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ 2 ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับโจทก์ไว้ต่างหากเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าโครงการจัดสรรที่ดินและบ้านเป็นกิจการร่วมลงทุนระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ก่อสร้างอาคารบนที่ดินของจำเลยที่ 2 เพื่อจัดจำหน่ายให้แก่ประชาชนแล้วแบ่งผลกำไรร่วมกัน ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองประกอบการร่วมกันเช่นนี้จึงต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากโครงการดังกล่าวต่อคู่สัญญาและบุคคลภายนอก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าขายบ้านและที่ดินคืนจำนวน ๔๖๖,๙๙๖.๖๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๔๖๔,๘๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔๖๔,๘๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๑ จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๔๑) ต้องไม่เกิน ๒,๑๙๖.๖๖ บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๘,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการแรกว่า จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ หรือไม่ เห็นว่า หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำเลยที่ ๑ ระบุกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ มีเพียงนายวิวัฒน์ เลาหพูนรังษี เท่านั้น ส่วนกรรมการอื่นหากจะกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ ต้องลงลายมือชื่อร่วมกัน ๒ คน และประทับตราของจำเลยที่ ๑ จึงจะมีผลผูกพันจำเลยที่ ๑ เห็นได้ว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อม สิ่งปลูกสร้างและสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินนั้นทำขึ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ เท่านั้น โดยไม่มีกรรมการคนใดของจำเลยที่ ๑ ร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราของจำเลยที่ ๑ ด้วยแต่อย่างใด ซึ่งแตกต่างไปจากสัญญาจ้างปลูกสร้างอาคารที่ระบุว่า จำเลยที่ ๒ ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนจำเลยที่ ๑ ทั้งสิ้น เมื่อพิจารณาสัญญาทั้งสามฉบับประกอบสำเนาโฉนดที่ดินที่ระบุว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ทำสัญญาจะขายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับโจทก์ได้ต่างหากเช่นนี้ เห็นไว้ชัดว่าโครงการควีนเพลสเป็นกิจการร่วมลงทุนระหว่างจำเลยที่ ๑กับจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ก่อสร้างอาคารบนที่ดินของจำเลยที่ ๒ เพื่อจัดจำหน่ายให้แก่ประชาชนแล้วแบ่งผลกำไรร่วมกัน ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองประกอบการร่วมกันเช่นนี้จึงต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากโครงการดังกล่าวต่อคู่สัญญาและบุคคลภายนอก? พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ (สดศรี สัตยธรรม-วิรัช ลิ้มวิชัย-มานะ ศุภวิริยกุล) ศาลกรุงเทพใต้ - นายบุณยกร เด่นวุฒิวรกาญจน์ ศาลอุทธรณ์ - นายพิสิฐ ฐิติภัค แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112643
courts
[
    {
        "court": "ศาลกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายบุณยกร เด่นวุฒิวรกาญจน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพิสิฐ ฐิติภัค"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082044370"
    }
}
date
2546
deka_no
4711/2546
deka_running_no
4711
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สดศรี สัตยธรรม",
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "มานะ ศุภวิริยกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 194",
            "ม. 297",
            "ม. 797"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเสาเอกเข็มเจาะ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเดอะฟิวเจอร์โฮลดิ้ง จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าขายบ้านและที่ดินคืนจำนวน ๔๖๖,๙๙๖.๖๖ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี จากต้นเงิน ๔๖๔,๘๐๐ บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔๖๔,๘๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๔๑ จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๔๑) ต้องไม่เกิน ๒,๑๙๖.๖๖ บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๘,๐๐๐ บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการแรกว่า จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ หรือไม่ เห็นว่า หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัทจำเลยที่ ๑ ระบุกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ มีเพียงนายวิวัฒน์ เลาหพูนรังษี เท่านั้น ส่วนกรรมการอื่นหากจะกระทำการแทนจำเลยที่ ๑ ต้องลงลายมือชื่อร่วมกัน ๒ คน และประทับตราของจำเลยที่ ๑ จึงจะมีผลผูกพันจำเลยที่ ๑ เห็นได้ว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อม สิ่งปลูกสร้างและสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินนั้นทำขึ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๒ เท่านั้น โดยไม่มีกรรมการคนใดของจำเลยที่ ๑ ร่วมกันลงลายมือชื่อและประทับตราของจำเลยที่ ๑ ด้วยแต่อย่างใด ซึ่งแตกต่างไปจากสัญญาจ้างปลูกสร้างอาคารที่ระบุว่า จำเลยที่ ๒ ได้รับมอบอำนาจให้กระทำการแทนจำเลยที่ ๑ ทั้งสิ้น เมื่อพิจารณาสัญญาทั้งสามฉบับประกอบสำเนาโฉนดที่ดินที่ระบุว่า จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ทำสัญญาจะขายให้แก่โจทก์ โดยจำเลยที่ ๒ ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับโจทก์ได้ต่างหากเช่นนี้ เห็นไว้ชัดว่าโครงการควีนเพลสเป็นกิจการร่วมลงทุนระหว่างจำเลยที่ ๑กับจำเลยที่ ๒ โดยจำเลยที่ ๑ เป็นผู้ก่อสร้างอาคารบนที่ดินของจำเลยที่ ๒ เพื่อจัดจำหน่ายให้แก่ประชาชนแล้วแบ่งผลกำไรร่วมกัน ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองประกอบการร่วมกันเช่นนี้จึงต้องร่วมกันรับผิดในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากโครงการดังกล่าวต่อคู่สัญญาและบุคคลภายนอก?

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000935.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546