คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2545 ฉบับเต็ม

#112655
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1176/2545 ธนาคารสหธนาคาร จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวสันต์หรือขจรศักดิ์ เหรียญธีรศักดิ์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 208 (เดิม) จำเลยไม่อาจยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตาม คำพิพากษา เพราะจำเลยไปประกอบอาชีพที่จังหวัดลำปาง โดยจำเลยได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในสิบห้าวัน นับจากจำเลยทราบประกาศการขายทอดตลาดทรัพย์ ซึ่งเป็นวันที่ถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้สิ้นสุดลง ก็ตาม แต่การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยดังกล่าวได้ล่วงพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์ ของจำเลยแล้ว ซึ่งกำหนดระยะเวลาดังกล่าวหาใช่หกเดือนนับแต่ทราบว่าถูกฟ้องดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อจำเลยมิได้ ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน 2,740,625.37 บาท และบังคับจำนอง จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ว่า จำเลยไม่เคยทราบเรื่องที่โจทก์ฟ้องเพราะจำเลยไปประกอบอาชีพอยู่ที่จังหวัดลำปางนานแล้ว และเมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2542 ก็ได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2543 จำเลยเป็นหนี้โจทก์เพียง 1,300,000 บาท เท่านั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2543 อันถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ได้สิ้นสุดลง จำเลยต้องยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในวันที่ 28 มกราคม 2543 และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดก็ตามจำเลยจะต้องยื่นคำขออย่างช้าที่สุดจะต้องไม่เกินระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันที่มีการยึดทรัพย์ จำเลยไม่ยื่นภายในกำหนดดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 เดิม ได้กำหนดระยะเวลาในการขอให้พิจารณาใหม่ไว้เป็นลำดับดังนี้ ในลำดับแรกจะต้องยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แก่จำเลย แต่ถ้าศาลได้กำหนดการอย่างใด ๆ เพื่อสั่งคำบังคับเช่นว่านี้โดยวิธีสั่งหมายธรรมดาหรือโดยวิธีอื่นแทนจะต้องได้มีการปฏิบัติตามคำกำหนดนั้นแล้ว ลำดับที่สองถ้าคู่ความที่ขาดนัดไม่สามารถยื่นคำขอภายในระยะเวลาดังกล่าวได้โดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ คู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่น คำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในกำหนดสิบห้าวันแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลงลำดับที่สาม กรณีจะเป็นอย่างไร ก็ตาม ห้ามมิให้ยื่นคำขอเช่นว่านี้เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์หรือได้มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น ดังนั้น แม้จะได้ความตามข้อกล่าวอ้างของจำเลยว่า จำเลยไม่อาจยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวันนับจากวันที่ได้สั่งคำบังคับตามคำพิพากษา เพราะจำเลยไปประกอบอาชีพที่จังหวัดลำปาง และจำเลยก็ได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2543 อันเป็นกำหนดระยะเวลาภายในสิบห้าวันนับจากจำเลยทราบประกาศการขายทอดตลาดทรัพย์เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2543 ซึ่งเป็นวันที่ถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้สิ้นสุดลงก็ตาม แต่การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยดังกล่าวได้ล่วงพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์ของจำเลยเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2541 แล้ว ซึ่งกำหนดระยะเวลาดังกล่าวหาใช่หกเดือนนับแต่ทราบว่าถูกฟ้อง ดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อจำเลยมิได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สมชาย พงษธา-ประสพสุข บุญเดช-จรัส พวงมณี) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสมบัติ มานะสกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายปรีชา เชิดชู แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112655
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นายสมบัติ มานะสกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายปรีชา เชิดชู"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082056538"
    }
}
date
2545
deka_no
1176/2545
deka_running_no
1176
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พงษธา",
    "ประสพสุข บุญเดช",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 208 (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารสหธนาคาร จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวสันต์หรือขจรศักดิ์ เหรียญธีรศักดิ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญากู้ยืมเงิน 2,740,625.37 บาท และบังคับจำนอง จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีโจทก์ไปฝ่ายเดียวแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ตามฟ้อง

จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ว่า จำเลยไม่เคยทราบเรื่องที่โจทก์ฟ้องเพราะจำเลยไปประกอบอาชีพอยู่ที่จังหวัดลำปางนานแล้ว และเมื่อประมาณเดือนธันวาคม 2542 ก็ได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี จำเลยเพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2543 จำเลยเป็นหนี้โจทก์เพียง 1,300,000 บาท เท่านั้น

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยทราบว่าถูกโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2543 อันถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ได้สิ้นสุดลง จำเลยต้องยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในวันที่ 28 มกราคม 2543 และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดก็ตามจำเลยจะต้องยื่นคำขออย่างช้าที่สุดจะต้องไม่เกินระยะเวลา 6 เดือน นับแต่วันที่มีการยึดทรัพย์ จำเลยไม่ยื่นภายในกำหนดดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 เดิม ได้กำหนดระยะเวลาในการขอให้พิจารณาใหม่ไว้เป็นลำดับดังนี้ ในลำดับแรกจะต้องยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวันนับจากวันที่ได้ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งให้แก่จำเลย แต่ถ้าศาลได้กำหนดการอย่างใด ๆ เพื่อสั่งคำบังคับเช่นว่านี้โดยวิธีสั่งหมายธรรมดาหรือโดยวิธีอื่นแทนจะต้องได้มีการปฏิบัติตามคำกำหนดนั้นแล้ว ลำดับที่สองถ้าคู่ความที่ขาดนัดไม่สามารถยื่นคำขอภายในระยะเวลาดังกล่าวได้โดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ คู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่น คำขอให้พิจารณาใหม่ได้ภายในกำหนดสิบห้าวันแต่วันที่พฤติการณ์นั้นได้สิ้นสุดลงลำดับที่สาม กรณีจะเป็นอย่างไร ก็ตาม ห้ามมิให้ยื่นคำขอเช่นว่านี้เมื่อพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์หรือได้มีการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งโดยวิธีอื่น ดังนั้น แม้จะได้ความตามข้อกล่าวอ้างของจำเลยว่า จำเลยไม่อาจยื่นคำขอต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวันนับจากวันที่ได้สั่งคำบังคับตามคำพิพากษา เพราะจำเลยไปประกอบอาชีพที่จังหวัดลำปาง และจำเลยก็ได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2543 อันเป็นกำหนดระยะเวลาภายในสิบห้าวันนับจากจำเลยทราบประกาศการขายทอดตลาดทรัพย์เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2543 ซึ่งเป็นวันที่ถือว่าพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้สิ้นสุดลงก็ตาม แต่การยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยดังกล่าวได้ล่วงพ้นกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้ยึดทรัพย์ของจำเลยเมื่อ 30 พฤศจิกายน 2541 แล้ว ซึ่งกำหนดระยะเวลาดังกล่าวหาใช่หกเดือนนับแต่ทราบว่าถูกฟ้อง ดังที่จำเลยฎีกาไม่ เมื่อจำเลยมิได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย จำเลยจึงไม่มีสิทธิขอให้พิจารณาใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001041.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545