คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6547/2546 ฉบับเต็ม

#112687
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6547/2546 นางนิรมล โตจิรกุล โจทก์ นาวาอากาศตรีเทียม ประถมด้วง กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1394 ทางภาระจำยอมที่โจทก์จะเรียกให้พ้นจากภาระจำยอมได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1394 ทางภาระจำยอมนั้นต้อง ไม่ใช้และใช้ไม่ได้ตามรูปการ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยยังคงใช้ทางเดินภาระจำยอมในที่ดินของโจทก์ผ่านออกไปสู่ทางสาธารณะอยู่ เมื่อปรากฏว่ามีการขัดขวางโดยผู้ขายที่ดินให้โจทก์ปิดกั้นทางภาระจำยอม จำเลยกับพวกก็ใช้สิทธิฟ้องให้ผู้ขายที่ดินดังกล่าวเปิดทางภาระจำยอมนั้น เพื่อให้จำเลยกับพวกได้ใช้ทางภาระจำยอมในที่ดินอันเป็นภารยทรัพย์อยู่ ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาให้ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมและให้รื้อสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่กระทำลงบนทางภาระจำยอม ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อให้โจทก์เปิดทางภาระจำยอมให้แก่จำเลยกับพวกอันเป็นข้อแสดงว่าจำเลยยังต้องการใช้ทางภาระจำยอมและตามรูปการทางภาระจำยอมนั้นก็สามารถ ใช้ได้อยู่ ฉะนั้นโจทก์จึงหามีสิทธิที่จะเรียกให้ที่ดินภารยทรัพย์พิพาทพ้นจากภาระจำยอมตามมาตรา 1394 ไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๘๖๙๑ พ้นจากภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๕ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ และจำเลยที่ ๗ ถึงที่ ๑๐ ให้การว่า ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๖ ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสิบ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เว้นแต่ค่าทนายความในศาลชั้นต้นให้โจทก์ใช้แทนจำเลยทั้งสิบ ๓,๐๐๐ บาท กับให้โจทก์ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนจำเลยทั้งสิบด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๘๖๙๑ โดยซื้อมาจากบริษัทเชิงทะเล จำกัด ที่ดินแปลงนี้แบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๕๑ อันเป็นที่ดินภารยทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินสามยทรัพย์ โฉนดเลขที่ ๑๒๗๕ ของจำเลยทั้งสิบ เมื่อปี ๒๕๒๙ บริษัทเชิงทะเล จำกัด ได้รื้อสะพานไม้ทางภาระ จำยอมที่จำเลยทั้งสิบใช้เดินจากบ้านพักออกสู่ทางสาธารณะ ปี ๒๕๓๐ จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๑๐ กับพวก ได้เป็นโจทก์ฟ้องบริษัทเชิงทะเล จำกัด กับพวก ให้เปิดทางภาระจำยอม ครั้นเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๓๘ ศาลชั้นต้น ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนั้นซึ่งพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมเพื่อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๕ ให้บริษัทเชิงทะเล จำกัด เปิดทางภาระจำยอม แต่การบังคับคดี ยังไม่เสร็จสิ้น คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ทางภาระจำยอมพิพาทนั้นไม่ใช้และใช้ไม่ได้ตามรูปการแล้วหรือไม่ และโจทก์จะเรียกร้องให้พ้นจากภาระจำยอมได้หรือไม่ เห็นว่า ทางภาระจำยอมที่โจทก์จะเรียกให้พ้นจากภาระจำยอมได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๙๔ ทางภาระจำยอมนั้นต้องไม่ใช้และใช้ไม่ได้ตามรูปการ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นได้ความว่าจำเลยทั้งสิบยังคงใช้ทางเดินภาระจำยอมในที่ดินของโจทก์เดินผ่านออกไปสู่ ทางสาธารณะอยู่ เมื่อปรากฏว่ามีการขัดขวางโดยบริษัทเชิงทะเล จำกัด ผู้ขายที่ดินให้โจทก์ปิดกั้นทางภาระจำยอม จำเลยกับพวกก็ยังคงใช้สิทธิฟ้องให้บริษัทดังกล่าวเปิดทางภาระจำยอมนั้นเพื่อให้จำเลยกับพวกได้ใช้ทางภาระจำยอมในที่ดินอันเป็นภารยทรัพย์อยู่ จนในที่สุดศาลฎีกาได้พิพากษาให้ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมและให้รื้อสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่กระทำลงบนทางภาระจำยอม ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อให้โจทก์ เปิดทางภาระจำยอมให้แก่จำเลยกับพวกอันเป็นข้อแสดงว่าจำเลยทั้งสิบยังต้องการใช้ทางภาระจำยอมและตามรูปการทางภาระจำยอมนั้นก็สามารถใช้ได้อยู่ ฉะนั้นโจทก์จึงหามีสิทธิที่จะเรียกให้ที่ดินภารยทรัพย์พิพาทพ้นจากภาระจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๙๔ ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ปรีดี รุ่งวิสัย-ทองหล่อ โฉมงาม-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวรพจน์ วัชรางค์กุล ศาลอุทธรณ์ - นายวิรุฬห์ แสงเทียน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112687
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายวรพจน์ วัชรางค์กุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิรุฬห์ แสงเทียน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043603"
    }
}
date
2546
deka_no
6547/2546
deka_running_no
6547
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ปรีดี รุ่งวิสัย",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1394"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนิรมล โตจิรกุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาวาอากาศตรีเทียม ประถมด้วง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๘๖๙๑ พ้นจากภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๕

จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๕ และจำเลยที่ ๗ ถึงที่ ๑๐ ให้การว่า ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๖ ขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสิบ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน เว้นแต่ค่าทนายความในศาลชั้นต้นให้โจทก์ใช้แทนจำเลยทั้งสิบ ๓,๐๐๐ บาท กับให้โจทก์ ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๑,๕๐๐ บาท แทนจำเลยทั้งสิบด้วย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่ไม่โต้เถียงกันฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๔๘๖๙๑ โดยซื้อมาจากบริษัทเชิงทะเล จำกัด ที่ดินแปลงนี้แบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๕๑ อันเป็นที่ดินภารยทรัพย์เพื่อประโยชน์แก่ที่ดินสามยทรัพย์ โฉนดเลขที่ ๑๒๗๕ ของจำเลยทั้งสิบ เมื่อปี ๒๕๒๙ บริษัทเชิงทะเล จำกัด ได้รื้อสะพานไม้ทางภาระ จำยอมที่จำเลยทั้งสิบใช้เดินจากบ้านพักออกสู่ทางสาธารณะ ปี ๒๕๓๐ จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๑๐ กับพวก ได้เป็นโจทก์ฟ้องบริษัทเชิงทะเล จำกัด กับพวก ให้เปิดทางภาระจำยอม ครั้นเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๓๘ ศาลชั้นต้น ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีนั้นซึ่งพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่พิพากษาว่า ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมเพื่อที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๗๕ ให้บริษัทเชิงทะเล จำกัด เปิดทางภาระจำยอม แต่การบังคับคดี ยังไม่เสร็จสิ้น

คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ทางภาระจำยอมพิพาทนั้นไม่ใช้และใช้ไม่ได้ตามรูปการแล้วหรือไม่ และโจทก์จะเรียกร้องให้พ้นจากภาระจำยอมได้หรือไม่ เห็นว่า ทางภาระจำยอมที่โจทก์จะเรียกให้พ้นจากภาระจำยอมได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๙๔ ทางภาระจำยอมนั้นต้องไม่ใช้และใช้ไม่ได้ตามรูปการ ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นได้ความว่าจำเลยทั้งสิบยังคงใช้ทางเดินภาระจำยอมในที่ดินของโจทก์เดินผ่านออกไปสู่ ทางสาธารณะอยู่ เมื่อปรากฏว่ามีการขัดขวางโดยบริษัทเชิงทะเล จำกัด ผู้ขายที่ดินให้โจทก์ปิดกั้นทางภาระจำยอม จำเลยกับพวกก็ยังคงใช้สิทธิฟ้องให้บริษัทดังกล่าวเปิดทางภาระจำยอมนั้นเพื่อให้จำเลยกับพวกได้ใช้ทางภาระจำยอมในที่ดินอันเป็นภารยทรัพย์อยู่ จนในที่สุดศาลฎีกาได้พิพากษาให้ทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมและให้รื้อสิ่งก่อสร้างใด ๆ ที่กระทำลงบนทางภาระจำยอม ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อให้โจทก์ เปิดทางภาระจำยอมให้แก่จำเลยกับพวกอันเป็นข้อแสดงว่าจำเลยทั้งสิบยังต้องการใช้ทางภาระจำยอมและตามรูปการทางภาระจำยอมนั้นก็สามารถใช้ได้อยู่ ฉะนั้นโจทก์จึงหามีสิทธิที่จะเรียกให้ที่ดินภารยทรัพย์พิพาทพ้นจากภาระจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๙๔ ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันมานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000928.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546