คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6512/2546 ฉบับเต็ม

#112699
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6512/2546 บริษัทยูนิกลอรี่ มารีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด โจทก์ บริษัทเกษตรรุ่งเรืองพืชผล จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/30, มาตรา 193/34 (3), มาตรา 626 พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 36 จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศโดยทางเรือเดินทะเล โดยจำเลยจะรับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากโจทก์ไปบรรจุสินค้าที่โรงงานของจำเลย แล้วนำกลับมาส่งมอบแก่โจทก์ที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์เพื่อให้โจทก์ดำเนินการขนส่งทางเรือไปยังต่างประเทศ และโจทก์ได้นำตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งบรรจุสินค้าของจำเลยไปฝากไว้ยังท่าเรือแหลมฉบังเพื่อเตรียมการขนส่งทางเรือ เมื่อจำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าโดยขอรับตู้คอนเทนเนอร์กลับไปขนสินค้าออกแล้วนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าส่งคืนโจทก์ อันเป็นการใช้สิทธิตาม พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 36 จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ผู้ขนส่งได้เสียไปเพื่อจัดการในการขนส่งให้แก่โจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตราเดียวกัน และเมื่อพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มิได้บัญญัติอายุความของสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในกรณีเช่นนี้ไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ซึ่งมีกำหนดอายุความ 10 ปี มาใช้บังคับ บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 193/34 (3) ซึ่งมีกำหนดอายุความ 2 ปี ไม่อาจนำมาใช้บังคับกับการรับขนของทางทะเลในกรณีนี้ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๕๕๗,๕๑๘.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๓) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบกิจการรับขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้ชื่อสายการเดินเรือว่ายูนิกลอรี่ มารีน ไลน์ โจทก์โดยนายลี มัน ชิ ได้มีหนังสือแต่งตั้งบริษัทกรีนสยาม จำกัด เป็นตัวแทนในการรับจองระวางขนส่งสินค้าทางทะเลไปต่างประเทศและในการส่งมอบสินค้าที่ขนส่งทางทะเลเข้ามายังประเทศไทย ตามหนังสือแต่งตั้งเอกสารหมาย จ. ๓ เมื่อระหว่างเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๐ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๔๐ จำเลยติดต่อกับบริษัทกรีนสยาม จำกัด ให้ดำเนินการขนส่งสินค้าจำพวกกระดาษไม่อาบหรือเคลือบ (Uncoated Woodfree) บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์จากประเทศไทยไปต่างประเทศโดยทางเรือเดินทะเล โดยจำเลยต้องมารับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากบริเวณลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ไปยังโรงงานของจำเลยเพื่อนำสินค้าบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์แล้วนำไปส่งให้แก่โจทก์ที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์เพื่อให้โจทก์นำบรรทุกลงเรือเดินทะเลไปส่งยังต่างประเทศ โดยในช่วงระหว่างวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ถึงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๐ จำเลยได้รับตู้คอนเทนเนอร์จำนวน ๙ ตู้ ไปจากลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่สถานีลาดกระบังเพื่อไปบรรจุสินค้าแล้วนำมาส่งให้โจทก์ และในระหว่างวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๐ ถึงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๐ จำเลยได้รับตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน ๕ ตู้ ไปจากลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่สถานีลาดกระบังเพื่อไปบรรจุสินค้าแล้วนำกลับมาส่งให้โจทก์ โจทก์ได้จัดส่งตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดไปยังลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อรอการขนส่งทางเรือไปยังต่างประเทศ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าจำนวน ๕ ตู้คอนเทนเนอร์ช่วงหลัง ในวันที่ ๒๗ และ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ จำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าจำนวน ๙ ตู้คอนเทนเนอร์ในช่วงแรก โดยขอรับตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าทั้ง ๑๔ ตู้ กลับคืนไปในวันดังกล่าว แล้วนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าทั้ง ๑๔ ตู้ ส่งคืนที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่สถานีลาดกระบัง การบอกเลิกสัญญาดังกล่าวของจำเลยทำให้โจทก์ต้องรับผิดชำระค่าใช้จ่ายในการยกตู้คอนเทนเนอร์ ค่าฝากตู้คอนเทนเนอร์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นให้แก่บริษัทเอเวอร์กรีน คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการท่าเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นเงินรวม ๓๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ทวงถามจำเลยให้ชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวแล้ว จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๓ ?มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยในข้อต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่า ค่าใช้จ่ายที่โจทก์เรียกร้องในคดีนี้เกิดขึ้นบนบก มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเล จึงต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๔ (๓) ซึ่งมีกำหนดอายุความสองปีมาใช้บังคับ จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๐ มาใช้บังคับไม่ได้ ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความนั้น เห็นว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในคดีนี้เกิดขึ้นจากการที่จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศโดยทางเรือเดินทะเล โดยจำเลยจะรับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากโจทก์ไปบรรจุสินค้าที่โรงงานของจำเลย แล้วนำกลับมาส่งมอบแก่โจทก์ที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์เพื่อให้โจทก์ดำเนินการขนส่งทางเรือไปยังต่างประเทศ และโจทก์ได้นำตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งบรรจุสินค้าของจำเลยตามฟ้องไปฝากไว้ยังท่าเรือแหลมฉบังเพื่อเตรียมการขนส่งทางเรือ เมื่อจำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าโดยขอรับตู้คอนเทนเนอร์ตามฟ้องกลับไปขนสินค้าออกแล้วนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าส่งคืนโจทก์ อันเป็นการใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓๖ ที่บัญญัติว่า ในระหว่างที่ของอยู่ในความดูแลของผู้ขนส่ง ผู้ส่งของจะสั่งให้ผู้ขนส่งงดการส่งของนั้นไปหรือส่งกลับคืนมาก็ได้ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ผู้ขนส่งได้เสียไปเพื่อจัดการในการขนส่งให้แก่โจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตราเดียวกัน และเมื่อพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ มิได้บัญญัติอายุความของสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในกรณีเช่นนี้ไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๐ ซึ่งมีกำหนดอายุความ ๑๐ ปี มาใช้บังคับ บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๔ (๓) ซึ่งมีกำหนดอายุความ ๒ ปี ไม่อาจนำมาใช้บังคับกับการรับขนของทางทะเลในกรณีนี้ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความนั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์. (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-พินิจ เพชรรุ่ง) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ - นายสุพิศ ปราณีตพลกรัง ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112699
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ",
        "judge": "นายสุพิศ ปราณีตพลกรัง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043605"
    }
}
date
2546
deka_no
6512/2546
deka_running_no
6512
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "พินิจ เพชรรุ่ง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/30",
            "ม. 193/34 (3)",
            "ม. 626"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 36"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทยูนิกลอรี่ มารีน คอร์ปอเรชั่น จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเกษตรรุ่งเรืองพืชผล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๕๕๗,๕๑๘.๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๓) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๕,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้จำเลยใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบกิจการรับขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศด้วยระบบตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้ชื่อสายการเดินเรือว่ายูนิกลอรี่ มารีน ไลน์ โจทก์โดยนายลี มัน ชิ ได้มีหนังสือแต่งตั้งบริษัทกรีนสยาม จำกัด เป็นตัวแทนในการรับจองระวางขนส่งสินค้าทางทะเลไปต่างประเทศและในการส่งมอบสินค้าที่ขนส่งทางทะเลเข้ามายังประเทศไทย ตามหนังสือแต่งตั้งเอกสารหมาย จ. ๓ เมื่อระหว่างเดือนพฤษภาคม ๒๕๔๐ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๔๐ จำเลยติดต่อกับบริษัทกรีนสยาม จำกัด ให้ดำเนินการขนส่งสินค้าจำพวกกระดาษไม่อาบหรือเคลือบ (Uncoated Woodfree) บรรจุในตู้คอนเทนเนอร์จากประเทศไทยไปต่างประเทศโดยทางเรือเดินทะเล โดยจำเลยต้องมารับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากบริเวณลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ไปยังโรงงานของจำเลยเพื่อนำสินค้าบรรจุเข้าตู้คอนเทนเนอร์แล้วนำไปส่งให้แก่โจทก์ที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์เพื่อให้โจทก์นำบรรทุกลงเรือเดินทะเลไปส่งยังต่างประเทศ โดยในช่วงระหว่างวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๔๐ ถึงวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๔๐ จำเลยได้รับตู้คอนเทนเนอร์จำนวน ๙ ตู้ ไปจากลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่สถานีลาดกระบังเพื่อไปบรรจุสินค้าแล้วนำมาส่งให้โจทก์ และในระหว่างวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๔๐ ถึงวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๔๐ จำเลยได้รับตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน ๕ ตู้ ไปจากลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่สถานีลาดกระบังเพื่อไปบรรจุสินค้าแล้วนำกลับมาส่งให้โจทก์ โจทก์ได้จัดส่งตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดไปยังลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อรอการขนส่งทางเรือไปยังต่างประเทศ แต่ต่อมาเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๐ จำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าจำนวน ๕ ตู้คอนเทนเนอร์ช่วงหลัง ในวันที่ ๒๗ และ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๑ จำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าจำนวน ๙ ตู้คอนเทนเนอร์ในช่วงแรก โดยขอรับตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรจุสินค้าทั้ง ๑๔ ตู้ กลับคืนไปในวันดังกล่าว แล้วนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าทั้ง ๑๔ ตู้ ส่งคืนที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์ที่สถานีลาดกระบัง การบอกเลิกสัญญาดังกล่าวของจำเลยทำให้โจทก์ต้องรับผิดชำระค่าใช้จ่ายในการยกตู้คอนเทนเนอร์ ค่าฝากตู้คอนเทนเนอร์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นให้แก่บริษัทเอเวอร์กรีน คอนเทนเนอร์ เทอร์มินัล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการท่าเรือที่ท่าเรือแหลมฉบัง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เป็นเงินรวม ๓๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้ทวงถามจำเลยให้ชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าวแล้ว จำเลยเพิกเฉย โจทก์จึงฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๓ ?มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยในข้อต่อไปว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ว่า ค่าใช้จ่ายที่โจทก์เรียกร้องในคดีนี้เกิดขึ้นบนบก มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขนส่งทางทะเล จึงต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๔ (๓) ซึ่งมีกำหนดอายุความสองปีมาใช้บังคับ จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๐ มาใช้บังคับไม่ได้ ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความนั้น เห็นว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์ในคดีนี้เกิดขึ้นจากการที่จำเลยทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ให้ดำเนินการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปยังต่างประเทศโดยทางเรือเดินทะเล โดยจำเลยจะรับตู้คอนเทนเนอร์เปล่าจากโจทก์ไปบรรจุสินค้าที่โรงงานของจำเลย แล้วนำกลับมาส่งมอบแก่โจทก์ที่ลานเก็บตู้คอนเทนเนอร์เพื่อให้โจทก์ดำเนินการขนส่งทางเรือไปยังต่างประเทศ และโจทก์ได้นำตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งบรรจุสินค้าของจำเลยตามฟ้องไปฝากไว้ยังท่าเรือแหลมฉบังเพื่อเตรียมการขนส่งทางเรือ เมื่อจำเลยได้ขอยกเลิกการส่งสินค้าโดยขอรับตู้คอนเทนเนอร์ตามฟ้องกลับไปขนสินค้าออกแล้วนำตู้คอนเทนเนอร์เปล่าส่งคืนโจทก์ อันเป็นการใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓๖ ที่บัญญัติว่า ในระหว่างที่ของอยู่ในความดูแลของผู้ขนส่ง ผู้ส่งของจะสั่งให้ผู้ขนส่งงดการส่งของนั้นไปหรือส่งกลับคืนมาก็ได้ จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าใช้จ่ายที่โจทก์ผู้ขนส่งได้เสียไปเพื่อจัดการในการขนส่งให้แก่โจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตราเดียวกัน และเมื่อพระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. ๒๕๓๔ มิได้บัญญัติอายุความของสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายในกรณีเช่นนี้ไว้โดยเฉพาะ จึงต้องนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๐ ซึ่งมีกำหนดอายุความ ๑๐ ปี มาใช้บังคับ บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๙๓/๓๔ (๓) ซึ่งมีกำหนดอายุความ ๒ ปี ไม่อาจนำมาใช้บังคับกับการรับขนของทางทะเลในกรณีนี้ได้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความนั้น ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๓,๐๐๐ บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000928.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546