คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7757/2546 ฉบับเต็ม

#112725
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7757/2546 นายธนา กัมมารังกูร กับพวก โจทก์ นางสาวอรวรรณ ธนารักษ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 55 ตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองที่อ้างว่า โจทก์ที่ 1 เป็นบุตรนาย บ. และโจทก์ที่ 2 เป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม ของนาย บ. จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนท้องถิ่นของจำเลยที่ 2 ว่า เด็กหญิง ญ. เป็นบุตรของจำเลยที่ 1 กับนาย บ. เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 หลงเชื่อจึงออกสูติบัตรของเด็กหญิง ญ. ให้นั้น ไม่มีข้อความตอนใดที่พาดพิงถึงโจทก์ทั้งสอง สูติบัตรที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ออกให้ก็ไม่มีข้อความเกี่ยวพันถึงโจทก์ทั้งสองแต่อย่างใด การยื่นคำร้องและการแจ้งข้อความขอออกสูติบัตรที่จำเลยที่ 1 กระทำต่อเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ก็ดี การที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ 2 ออกสูติบัตรของเด็กหญิง ญ. ก็ดี ไม่เป็นกรณีที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองตามกฎหมายแพ่ง และไม่เป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสองจะต้องใช้สิทธิทางศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าสูติบัตรของเด็กหญิงญานี กัมมารังกูร ฉบับลงวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๓๖ เป็นเอกสารเท็จ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันดำเนินการเพิกถอนสูติบัตรเท็จดังกล่าว หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษา ของศาลแสดงแทนเจตนาของจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิหรือจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า ตามคำฟ้องมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับ สิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองหรือเป็นกรณีจะต้องใช้สิทธิทางศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ หรือไม่ ปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองเป็นเรื่องกล่าวอ้างว่า จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องและแจ้งข้อความ อันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนท้องถิ่นของจำเลยที่ ๒ ว่า เด็กหญิงญานี กัมมารังกูร เป็นบุตรของจำเลยที่ ๑ กับ นายบุณย์ กัมมารังกูร เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ หลงเชื่อจึงออกสูติบัตรของเด็กหญิงญานีให้ เห็นว่า ในการยื่นคำร้อง และแจ้งข้อความตามคำฟ้องดังกล่าว ไม่มีข้อความตอนใดที่พาดพิงถึงโจทก์ทั้งสอง สูติบัตรที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ออกให้ก็ไม่มีข้อความเกี่ยวพันถึงโจทก์ทั้งสองแต่อย่างใด การยื่นคำร้องและการแจ้งข้อความขอออกสูติบัตรที่จำเลยที่ ๑ กระทำต่อเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ก็ดี การที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ออกสูติบัตรของเด็กหญิงญานีก็ดี ไม่เป็นกรณีที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองตามกฎหมายแพ่ง และไม่เป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสองจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการ เพิกถอนสูติบัตรของเด็กหญิงญานีเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายบุณย์ และโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนายบุณย์ หากยังปล่อยให้จำเลยที่ ๑ ใช้สูติบัตรเท็จแสดงต่อบุคคลทั่วไป และนำมายื้อแย่งมรดกของนายบุณย์แล้วจะทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายนั้น เห็นว่า หากมีกรณีเกิดขึ้นตามที่โจทก์ทั้งสองฎีกา ก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีการพิสูจน์ไปตามขั้นตอนว่าเด็กหญิงญานีเป็นบุตรของนายบุณย์จริงหรือไม่ เป็นคดีต่างหาก กรณีเกี่ยวกับสูติบัตรของเด็กหญิงญานียังถือไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสองโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสอง คำสั่งและคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (วีระชาติ เอี่ยมประไพ-สุรพล เจียมจูไร-พลรัตน์ ประทุมทาน) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายวันชัย เวชพาณิชย์กิจกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวีรวิทย์ สายสมบัติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112725
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายวันชัย เวชพาณิชย์กิจกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายวีรวิทย์ สายสมบัติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043156"
    }
}
date
2546
deka_no
7757/2546
deka_running_no
7757
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "พลรัตน์ ประทุมทาน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายธนา กัมมารังกูร กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวอรวรรณ ธนารักษ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าสูติบัตรของเด็กหญิงญานี กัมมารังกูร ฉบับลงวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๓๖ เป็นเอกสารเท็จ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันดำเนินการเพิกถอนสูติบัตรเท็จดังกล่าว หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามขอให้ถือเอาคำพิพากษา ของศาลแสดงแทนเจตนาของจำเลยทั้งสอง

ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีข้อโต้แย้งสิทธิหรือจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ทั้งสองว่า ตามคำฟ้องมีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับ สิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองหรือเป็นกรณีจะต้องใช้สิทธิทางศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ หรือไม่ ปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ทั้งสองเป็นเรื่องกล่าวอ้างว่า จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องและแจ้งข้อความ อันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนท้องถิ่นของจำเลยที่ ๒ ว่า เด็กหญิงญานี กัมมารังกูร เป็นบุตรของจำเลยที่ ๑ กับ นายบุณย์ กัมมารังกูร เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ หลงเชื่อจึงออกสูติบัตรของเด็กหญิงญานีให้ เห็นว่า ในการยื่นคำร้อง และแจ้งข้อความตามคำฟ้องดังกล่าว ไม่มีข้อความตอนใดที่พาดพิงถึงโจทก์ทั้งสอง สูติบัตรที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ออกให้ก็ไม่มีข้อความเกี่ยวพันถึงโจทก์ทั้งสองแต่อย่างใด การยื่นคำร้องและการแจ้งข้อความขอออกสูติบัตรที่จำเลยที่ ๑ กระทำต่อเจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ก็ดี การที่เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๒ ออกสูติบัตรของเด็กหญิงญานีก็ดี ไม่เป็นกรณีที่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ทั้งสองตามกฎหมายแพ่ง และไม่เป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสองจะต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ ที่โจทก์ทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่ดำเนินการ เพิกถอนสูติบัตรของเด็กหญิงญานีเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของนายบุณย์ และโต้แย้งสิทธิของโจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของนายบุณย์ หากยังปล่อยให้จำเลยที่ ๑ ใช้สูติบัตรเท็จแสดงต่อบุคคลทั่วไป และนำมายื้อแย่งมรดกของนายบุณย์แล้วจะทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหายนั้น เห็นว่า หากมีกรณีเกิดขึ้นตามที่โจทก์ทั้งสองฎีกา ก็เป็นเรื่องที่จะต้องมีการพิสูจน์ไปตามขั้นตอนว่าเด็กหญิงญานีเป็นบุตรของนายบุณย์จริงหรือไม่ เป็นคดีต่างหาก กรณีเกี่ยวกับสูติบัตรของเด็กหญิงญานียังถือไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสองโต้แย้งสิทธิของโจทก์ทั้งสอง คำสั่งและคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000924.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546