คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6659/2546 ฉบับเต็ม

#112731
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6659/2546 นางพเยาว์ เจิมท่า โจทก์ นางสมพิศหรือพรพิศ ชมจิตต์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 88 บัญชีระบุพยานโจทก์ระบุว่าอันดับ 1 โจทก์อ้างตนเองเป็นพยาน อันดับ 2 นางพเยาว์ เจิมท่า เมื่อนางพเยาว์เป็นโจทก์คดีนี้ซึ่งได้มอบอำนาจให้ ส. ฟ้องคดีแทน การที่บัญชีระบุพยานโจทก์อ้างทั้งโจทก์และนางพเยาว์ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันเป็นคนละอันดับทำให้เห็นได้ว่าพยานอันดับ 1 ที่ทนายโจทก์มุ่งประสงค์จะอ้างเป็นพยานคือ ส. ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้แทนโจทก์นั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจรับฟังคำเบิกความของ ส. ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ลายมือชื่อของผู้กู้ในสัญญากู้เงินไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ ๑ แต่เป็นลายมือชื่อปลอม ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า การที่ศาลชั้นต้นรับฟังคำเบิกความของนางสุกัญญา ปานปุย โดยบัญชีระบุพยานโจทก์มิได้ระบุอ้างนางสุกัญญาเป็นพยานชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามบัญชีระบุพยานโจทก์ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒ ระบุพยานอันดับ ๑ คือ โจทก์อ้างตนเองเป็นพยาน พยานอันดับ ๒ คือ นางพเยาว์ เจิมท่า เมื่อนางพเยาว์เป็นโจทก์คดีนี้ซึ่งได้มอบอำนาจให้นางสุกัญญาฟ้องคดีแทน การที่บัญชีระบุพยานโจทก์อ้างทั้งโจทก์และนางพเยาว์ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันเป็นคนละอันดับทำให้เห็นได้ว่าพยานอันดับ ๑ ที่ทนายโจทก์มุ่งประสงค์จะอ้างเป็นพยานคือนางสุกัญญาซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้แทนโจทก์นั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจรับฟังคำเบิกความของนางสุกัญญาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ มีคำพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๐๐๐ บาท แทนโจทก์. (ไพโรจน์ วายุภาพ-พินิจ เพชรรุ่ง-โนรี จันทร์ทร) ศาลจังหวัดเชียงราย - นายนพคุณ ไชยเทพ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายจตุรงค์ นาสมใจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112731
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงราย",
        "judge": "นายนพคุณ ไชยเทพ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายจตุรงค์ นาสมใจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043598"
    }
}
date
2546
deka_no
6659/2546
deka_running_no
6659
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 88"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางพเยาว์ เจิมท่า"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสมพิศหรือพรพิศ ชมจิตต์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ลายมือชื่อของผู้กู้ในสัญญากู้เงินไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ ๑ แต่เป็นลายมือชื่อปลอม ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน ๓๕,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๑,๐๐๐ บาท

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๑ ว่า การที่ศาลชั้นต้นรับฟังคำเบิกความของนางสุกัญญา ปานปุย โดยบัญชีระบุพยานโจทก์มิได้ระบุอ้างนางสุกัญญาเป็นพยานชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามบัญชีระบุพยานโจทก์ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒ ระบุพยานอันดับ ๑ คือ โจทก์อ้างตนเองเป็นพยาน พยานอันดับ ๒ คือ นางพเยาว์ เจิมท่า เมื่อนางพเยาว์เป็นโจทก์คดีนี้ซึ่งได้มอบอำนาจให้นางสุกัญญาฟ้องคดีแทน การที่บัญชีระบุพยานโจทก์อ้างทั้งโจทก์และนางพเยาว์ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันเป็นคนละอันดับทำให้เห็นได้ว่าพยานอันดับ ๑ ที่ทนายโจทก์มุ่งประสงค์จะอ้างเป็นพยานคือนางสุกัญญาซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้แทนโจทก์นั่นเอง ศาลจึงมีอำนาจรับฟังคำเบิกความของนางสุกัญญาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๘ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๕ มีคำพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๑,๐๐๐ บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000928.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546