คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2547 ฉบับเต็ม

#112736
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 171/2547 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ จ่าสิบเอกองอาจ พุ่มพฤกษ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 212, มาตรา 225 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง (เดิม) พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 จำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม) , 66 วรรคสอง (เดิม) ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต จำเลยที่ 1 เป็นข้าราชการ ซึ่ง พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 บัญญัติให้ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แต่เมื่อบทบัญญัติของกฎหมายมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจวางโทษเป็นสามเท่าได้อีก ทั้งไม่อาจนำมาตรา 10 แห่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมาปรับด้วยได้ จำเลยที่ 1 คงมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง (เดิม) , 66 วรรคสอง (เดิม) เท่านั้น คงวางโทษจำเลยที่ 1 ได้เพียงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วางโทษจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย 50 ปี และที่ศาลล่างทั้งสองวางโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ในความผิดดังกล่าวมีกำหนด 45 ปี นั้น ไม่ต้องตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง (เดิม) โดยลงโทษต่ำกว่าอัตราโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ จึงไม่อาจแก้ไขกำหนดโทษให้เป็นไปตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ เพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยทั้งสอง ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบด้วยมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๖ , ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๘๓ , ๙๑ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓ , ๑๐ , ๑๒ ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางและเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์ จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๖๖ วรรคหนึ่ง และจำเลยที่ ๑ ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐? จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคสอง (เดิม) (ที่ถูกมาตรา ๑๕ วรรคสอง (เดิม) ด้วย)? จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดโรงเรียนการบินทหารบก จังหวัดลพบุรี ร่วมกับจำเลยที่ ๒ มีเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๑ จำนวน ๗,๐๐๐ เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง (เดิม) , ๖๖ วรรคสอง (เดิม) ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต จำเลยที่ ๑ เป็นข้าราชการทหาร ซึ่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ บัญญัติให้ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แต่เมื่อบทบัญญัติของกฎหมายมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจวางโทษเป็นสามเท่าตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติดังกล่าวได้อีก ทั้งไม่อาจนำมาตรา ๑๐ แห่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมาปรับด้วยได้ จำเลยที่ ๑ คงมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง (เดิม) , ๖๖ วรรคสอง (เดิม) เท่านั้น ซึ่งคงวางโทษจำเลยที่ ๑ ได้เพียงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วางโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มีกำหนด ๕๐ ปี และศาลล่างทั้งสองวางโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานดังกล่าว มีกำหนด ๔๕ ปี นั้น ไม่ต้องตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคสอง (เดิม) โดยลงโทษต่ำกว่าอัตราโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ จึงไม่อาจแก้ไขกำหนดโทษให้เป็นไปตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ เพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยทั้งสอง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕? พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (เดิม) วรรคสอง (เดิม) , ๖๖ วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) วรรคสอง (เดิม) ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ลงโทษจำเลยที่ ๒ จำคุก ๑๕ ปี สำหรับจำเลยที่ ๑ ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ จึงวางโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก ๔๕ ปี ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้แก่จำเลยทั้งสองกึ่งหนึ่ง ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒๒ ปี ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๗ ปี ๖ เดือน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ รวมกับโทษในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้มีกำหนด ๔๗ ปี ๖ เดือน และสำหรับจำเลยที่ ๒ รวมโทษจำคุก ๒๒ ปี ๖ เดือน ในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้มีกำหนด ๒๙ ปี ๑๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑. (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-วิชัย วิวิตเสวี-สำรวจ อุดมทวี) ศาลจังหวัดสระบุรี - นางอัจฉรา นาถะภักติ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112736
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสระบุรี",
        "judge": "นางอัจฉรา นาถะภักติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082042484"
    }
}
date
2547
deka_no
171/2547
deka_running_no
171
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "สำรวจ อุดมทวี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 212",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 66 วรรคสอง (เดิม)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 10"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "จ่าสิบเอกองอาจ พุ่มพฤกษ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ , ๗ , ๘ , ๑๕ , ๖๖ , ๑๐๒ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒ , ๓๓ , ๘๓ , ๙๑ พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓ , ๑๐ , ๑๒ ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางและเมทแอมเฟตามีนของกลางที่เหลือจากการตรวจพิสูจน์

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง , ๖๖ วรรคหนึ่ง และจำเลยที่ ๑ ยังมีความผิดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐?

จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคสอง (เดิม) (ที่ถูกมาตรา ๑๕ วรรคสอง (เดิม) ด้วย)?

จำเลยที่ ๑ ฎีกา

ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า ในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนั้น โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดโรงเรียนการบินทหารบก จังหวัดลพบุรี ร่วมกับจำเลยที่ ๒ มีเมทแอมเฟตามีน ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ ๑ จำนวน ๗,๐๐๐ เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง (เดิม) , ๖๖ วรรคสอง (เดิม) ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต จำเลยที่ ๑ เป็นข้าราชการทหาร ซึ่งพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ บัญญัติให้ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แต่เมื่อบทบัญญัติของกฎหมายมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจวางโทษเป็นสามเท่าตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติดังกล่าวได้อีก ทั้งไม่อาจนำมาตรา ๑๐ แห่งบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวมาปรับด้วยได้ จำเลยที่ ๑ คงมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคสอง (เดิม) , ๖๖ วรรคสอง (เดิม) เท่านั้น ซึ่งคงวางโทษจำเลยที่ ๑ ได้เพียงจำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิต การที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ วางโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย มีกำหนด ๕๐ ปี และศาลล่างทั้งสองวางโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ในความผิดฐานดังกล่าว มีกำหนด ๔๕ ปี นั้น ไม่ต้องตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖๖ วรรคสอง (เดิม) โดยลงโทษต่ำกว่าอัตราโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ แต่โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกาในปัญหานี้ จึงไม่อาจแก้ไขกำหนดโทษให้เป็นไปตามบทกฎหมายดังกล่าวได้ เพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยทั้งสอง ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๒ ประกอบด้วยมาตรา ๒๒๕?

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง (เดิม) วรรคสอง (เดิม) , ๖๖ วรรคหนึ่ง (ที่แก้ไขใหม่) วรรคสอง (เดิม) ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ลงโทษจำเลยที่ ๒ จำคุก ๑๕ ปี สำหรับจำเลยที่ ๑ ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๑๐ จึงวางโทษจำเลยที่ ๑ ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน จำคุก ๔๕ ปี ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้แก่จำเลยทั้งสองกึ่งหนึ่ง ในความผิดฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๒๒ ปี ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๗ ปี ๖ เดือน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ รวมกับโทษในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย คงจำคุกจำเลยที่ ๑ ไว้มีกำหนด ๔๗ ปี ๖ เดือน และสำหรับจำเลยที่ ๒ รวมโทษจำคุก ๒๒ ปี ๖ เดือน ในความผิดฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๒ ไว้มีกำหนด ๒๙ ปี ๑๒ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ๑.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000918.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2547