คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3285/2545 ฉบับเต็ม

#112742
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3285/2545 ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) โจทก์ บริษัทไนท์สปอตโปรดั๊กชั่นส์ จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542 มาตรา 14, มาตรา 19, มาตรา 14 การที่โจทก์มิได้ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำพยานให้จำเลยก่อนวันนัดพิจารณาคดีตามคำสั่งศาลล้มละลายกลาง ถือว่ามิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดคดีล้มละลาย ข้อ 14 วรรคสอง ย่อมทำให้โจทก์มิได้รับประโยชน์ในกระบวนพิจารณาส่วนนี้ ศาลล้มละลายกลางชอบที่จะไม่ยอมรับบันทึกถ้อยคำพยานโจทก์นั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแทนการซักถามพยานโจทก์ และต้องดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยตามที่นัดไว้ต่อไป ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย จำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การ และจำเลยที่ ๑ ขาดนัดพิจารณา ในวันนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง และให้รับบันทึก ถ้อยคำแทนการซักถามพยานโจทก์ที่โจทก์ยื่นต่อศาลล่วงเลยระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้วันนัดพร้อมไว้เป็นพยานหลักฐานในคดี ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๓ โดยให้ศาลชั้นต้นกำหนดนัดนั่งพิจารณาใหม่ และดำเนินการต่อไปจนเสร็จการพิจารณาแล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า? คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า การที่โจทก์ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นให้เสนอบันทึกถ้อยคำของพยานแทนการซักถามพยาน แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑๔ วรรคสอง กล่าวคือ โจทก์มิได้ยื่นบันทึกถ้อยคำของพยานต่อศาลและส่งสำเนาให้แก่ คู่ความอีกฝ่ายภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่รับบันทึกถ้อยคำนั้นเป็นพยานหลักฐาน จะต้องถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมานำสืบหรือไม่ คดีได้ความว่าศาลชั้นต้นนัดพร้อมเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินคดีตามข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑๒ เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๓ โจทก์ได้ขออนุญาตใช้บันทึกถ้อยคำแทนการสืบพยานบุคคลลำดับที่ ๓ ถึงที่ ๕ ตามบัญชีระบุพยานโจทก์ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๓ ศาลชั้นต้นอนุญาตโดยให้โจทก์ยื่นบันทึกถ้อยคำของพยานต่อศาลพร้อมทั้งให้ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำนั้นให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันนัดพิจารณาไม่น้อยกว่า ๗ วัน และนัดสืบพยานโจทก์กับพยานจำเลยทั้งสองในวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๓ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา แต่ปรากฏว่าโจทก์ยื่นบันทึกถ้อยคำของนายธีรรัช วิวัฒนวงศ์ และนายสมศักดิ์ ทะวงษ์ ต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๓ และ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำดังกล่าวให้แก่จำเลยทั้งสองตามคำสั่งศาล แต่ในวันนัดพิจารณาโจทก์มีพยานบุคคลมาศาลคือนายธีรรัชและนายสมศักดิ์ เห็นว่า การที่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑๔ วรรคสอง และคำสั่งศาลชั้นต้นในเรื่องการยื่นบันทึกถ้อยคำของพยานบุคคลต่อศาลพร้อมทั้งส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำนั้นให้จำเลยทั้งสองก่อนวันนัดพิจารณาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ย่อมทำให้โจทก์มิได้รับประโยชน์ในกระบวนพิจารณา ส่วนนี้ โดยศาลชั้นต้นชอบที่จะไม่ยอมรับบันทึกถ้อยคำของพยานโจทก์นั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแทนการซักถามพยานโจทก์ เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมมีผลให้ศาลชั้นต้นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยต้องสืบพยานโจทก์และ จำเลยทั้งสองในวันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยตามที่นัดไว้ซึ่งโจทก์ได้นำพยานบุคคล คือ นายธีรรัชและ นายสมศักดิ์มาศาลด้วยแล้ว กรณีจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานมาศาล ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน-วัฒนชัย โชติชูตระกูล) ศาลล้มละลายกลาง - นายสิงหะ สัตยธรรม ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธินันท์ เสียมสกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112742
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายสิงหะ สัตยธรรม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุทธินันท์ เสียมสกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053359"
    }
}
date
2545
deka_no
3285/2545
deka_running_no
3285
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน",
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 14",
            "ม. 19"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทไนท์สปอตโปรดั๊กชั่นส์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้ล้มละลาย

จำเลยทั้งสองไม่ยื่นคำให้การ และจำเลยที่ ๑ ขาดนัดพิจารณา

ในวันนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง และให้รับบันทึก ถ้อยคำแทนการซักถามพยานโจทก์ที่โจทก์ยื่นต่อศาลล่วงเลยระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้วันนัดพร้อมไว้เป็นพยานหลักฐานในคดี

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๔

จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๓ โดยให้ศาลชั้นต้นกำหนดนัดนั่งพิจารณาใหม่ และดำเนินการต่อไปจนเสร็จการพิจารณาแล้วพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี

จำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า? คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ ๒ ว่า การที่โจทก์ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นให้เสนอบันทึกถ้อยคำของพยานแทนการซักถามพยาน แต่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑๔ วรรคสอง กล่าวคือ โจทก์มิได้ยื่นบันทึกถ้อยคำของพยานต่อศาลและส่งสำเนาให้แก่ คู่ความอีกฝ่ายภายในระยะเวลาที่ศาลกำหนด เมื่อศาลอุทธรณ์ไม่รับบันทึกถ้อยคำนั้นเป็นพยานหลักฐาน จะต้องถือว่าโจทก์ไม่มีพยานมานำสืบหรือไม่ คดีได้ความว่าศาลชั้นต้นนัดพร้อมเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินคดีตามข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑๒ เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๔๓ โจทก์ได้ขออนุญาตใช้บันทึกถ้อยคำแทนการสืบพยานบุคคลลำดับที่ ๓ ถึงที่ ๕ ตามบัญชีระบุพยานโจทก์ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๓ ศาลชั้นต้นอนุญาตโดยให้โจทก์ยื่นบันทึกถ้อยคำของพยานต่อศาลพร้อมทั้งให้ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำนั้นให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งก่อนวันนัดพิจารณาไม่น้อยกว่า ๗ วัน และนัดสืบพยานโจทก์กับพยานจำเลยทั้งสองในวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๔๓ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา แต่ปรากฏว่าโจทก์ยื่นบันทึกถ้อยคำของนายธีรรัช วิวัฒนวงศ์ และนายสมศักดิ์ ทะวงษ์ ต่อศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๔๓ และ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำดังกล่าวให้แก่จำเลยทั้งสองตามคำสั่งศาล แต่ในวันนัดพิจารณาโจทก์มีพยานบุคคลมาศาลคือนายธีรรัชและนายสมศักดิ์ เห็นว่า การที่โจทก์มิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑๔ วรรคสอง และคำสั่งศาลชั้นต้นในเรื่องการยื่นบันทึกถ้อยคำของพยานบุคคลต่อศาลพร้อมทั้งส่งสำเนาบันทึกถ้อยคำนั้นให้จำเลยทั้งสองก่อนวันนัดพิจารณาไม่น้อยกว่า ๗ วัน ย่อมทำให้โจทก์มิได้รับประโยชน์ในกระบวนพิจารณา ส่วนนี้ โดยศาลชั้นต้นชอบที่จะไม่ยอมรับบันทึกถ้อยคำของพยานโจทก์นั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแทนการซักถามพยานโจทก์ เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมมีผลให้ศาลชั้นต้นต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยต้องสืบพยานโจทก์และ จำเลยทั้งสองในวันนัดพิจารณาสืบพยานโจทก์และจำเลยตามที่นัดไว้ซึ่งโจทก์ได้นำพยานบุคคล คือ นายธีรรัชและ นายสมศักดิ์มาศาลด้วยแล้ว กรณีจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานมาศาล ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001013.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545