คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2545 ฉบับเต็ม

#112743
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 318/2545 พนักงานอัยการจังหวัดสุโขทัย โจทก์ นายประเทือง เอี่ยมสำอางค์ จำเลย ป.อ. มาตรา 91, มาตรา 283 วรรคสาม พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 มาตรา 3 จำเลยเป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งหญิง และเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี โดยใช้วิธีข่มขืนใจทั้งการใช้กำลังประทุษร้ายและข่มขืนใจด้วยประการอื่น เพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น และเป็นเจ้าของกิจการสถานค้าประเวณี ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าว เป็นความผิดที่อาศัยเจตนาต่างกัน มีองค์ประกอบความผิดที่ต่างกัน จึงเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันหาใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283, 286, 310, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคสาม, 91, 310 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 9 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 ความผิดฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี และความผิดฐานเป็นธุระจัดหา รับตัวเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานเป็นธุระจัดหารับตัวเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปี ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยว กักขัง ทำให้หญิงนั้นปราศจากเสรีภาพในร่างกายจำคุก 1 ปี และความผิดฐานให้ที่พักอาศัยคนต่างด้าว จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี จำคุก 6 เดือน อีกกรรมหนึ่ง รวมลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 11 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งหญิง และเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี โดยใช้วิธีข่มขืนใจทั้งการใช้กำลังประทุษร้ายและข่มขืนใจด้วยประการอื่นเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น และเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวเป็นความผิดที่อาศัยเจตนาต่างกัน มีองค์ประกอบความผิดที่ต่างกัน จึงเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน หาใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมาย หลายบทดังฎีกาจำเลยไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกข้อ พิพากษายืน (ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ-ประชา ประสงค์จรรยา-องอาจ โรจนสุพจน์) ศาลจังหวัดสุโขทัย - นางสาวนภาพร ลิ้มศิริชัยกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายอดิศักดิ์ ปัตรวลี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112743
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสุโขทัย",
        "judge": "นางสาวนภาพร ลิ้มศิริชัยกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายอดิศักดิ์ ปัตรวลี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082057874"
    }
}
date
2545
deka_no
318/2545
deka_running_no
318
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ",
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "องอาจ โรจนสุพจน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91",
            "ม. 283 วรรคสาม"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุโขทัย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประเทือง เอี่ยมสำอางค์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 9 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283, 286, 310, 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคสาม, 91, 310 วรรคหนึ่ง พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 9 พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามมาตรา 91 ความผิดฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี และความผิดฐานเป็นธุระจัดหา รับตัวเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานเป็นธุระจัดหารับตัวเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปี ความผิดฐานหน่วงเหนี่ยว กักขัง ทำให้หญิงนั้นปราศจากเสรีภาพในร่างกายจำคุก 1 ปี และความผิดฐานให้ที่พักอาศัยคนต่างด้าว จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี จำคุก 6 เดือน อีกกรรมหนึ่ง รวมลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 11 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยเป็นธุระจัดหาเพื่อการอนาจารซึ่งหญิง และเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี โดยใช้วิธีข่มขืนใจทั้งการใช้กำลังประทุษร้ายและข่มขืนใจด้วยประการอื่นเพื่อสำเร็จความใคร่ของผู้อื่น และเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี ความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวเป็นความผิดที่อาศัยเจตนาต่างกัน มีองค์ประกอบความผิดที่ต่างกัน จึงเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน หาใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมาย หลายบทดังฎีกาจำเลยไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นทุกข้อ

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001053.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545