คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6843/2546 ฉบับเต็ม

#112751
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6843/2546 นางสาวอำนวย อำพันธ์ โจทก์ ห้างหุ้นส่วน จำกัด จุลมาศ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 138, มาตรา 271 ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมว่า หากโจทก์ขายหรือโอนที่ดินพิพาทของโจทก์ให้ผู้อื่น โจทก์จะให้สินน้ำใจแก่จำเลย 1,700,000 บาท และจะแจ้งการขายหรือโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยทราบ ดังนั้นเมื่อที่ดินพิพาทถูกเวนคืนแม้จะเป็นไปโดยผลของกฎหมาย แต่โจทก์ก็ได้รับค่าทดแทนจากทางราชการ จึงถือว่าเป็นการโอนให้ผู้อื่นตามสัญญายอมดังกล่าว ซึ่งโจทก์ต้องชำระสินน้ำใจ 1,700,000 บาท แก่จำเลย เมื่อโจทก์ไม่ชำระ จึงเป็นการผิดสัญญา จำเลยมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองตกลงจะรื้อกำแพงคอนกรีตและขจัดสิ่งกีดขวางออกจากปลายสะพานข้ามคลองลาดกระบังตามฟ้องภายใน ๗ วัน นับแต่วันทำสัญญายอม หากจำเลยทั้งสองผิดนัดยอมให้บังคับคดีตามฟ้องข้อ ๒ หากโจทก์ขายหรือโอนที่ดินพิพาทให้ผู้อื่น โจทก์จะให้สินน้ำใจแก่จำเลยทั้งสองจำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท โดยโจทก์จะแจ้งการขายหรือโอนที่ดินให้จำเลยทั้งสองทราบ ข้อ ๓ โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงดังกล่าวโดยไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ อีก ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำขอว่า ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนให้กรมทางหลวงและโจทก์ได้รับค่าทดแทนแล้ว แต่ไม่นำเงินมาชำระให้จำเลยทั้งสอง ถือว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับให้โจทก์ชำระหนี้จำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนแม้เป็นโดยผลของกฎหมาย แต่ก็ถือได้ว่าที่ดินแปลงดังกล่าวถูกโอนเปลี่ยนมือจากโจทก์เป็นของทางราชการและการที่โจทก์ได้ค่าทดแทนจากทางราชการ ถือว่าเป็นกรณีที่โจทก์ได้ประโยชน์จากการโอนดังกล่าว จึงเป็นการโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อโจทก์ไม่ชำระเงินจำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำขอให้บังคับคดีของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกา พิเคราะห์ว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า กรณีที่ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเป็นการขายหรือโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายของคำว่า โอน หมายถึง ยอมมอบให้ ซึ่งย่อมหมายความรวมถึงการที่ต้องยอมมอบให้เนื่องจากการเวนคืนอันเป็นผลของกฎหมายด้วย เมื่อที่ดินของโจทก์ถูกโอนเปลี่ยนมือจากโจทก์เป็นของทางราชการ ทั้งโจทก์ก็ได้รับค่าทดแทนจากทางราชการ จึงเป็นการโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อโจทก์ไม่ชำระเงินจำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสองมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ พิพากษากลับ ให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี. (สมชัย เกษชุมพล-จำรูญ แสนภักดี-สุมิตร สุภาดุลย์) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายกิตติศักดิ์ สนธิเณร ศาลอุทธรณ์ - นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112751
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นายกิตติศักดิ์ สนธิเณร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายมนูพงศ์ รุจิกัณหะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043589"
    }
}
date
2546
deka_no
6843/2546
deka_running_no
6843
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "สุมิตร สุภาดุลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 138",
            "ม. 271"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวอำนวย อำพันธ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วน จำกัด จุลมาศ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองตกลงจะรื้อกำแพงคอนกรีตและขจัดสิ่งกีดขวางออกจากปลายสะพานข้ามคลองลาดกระบังตามฟ้องภายใน ๗ วัน นับแต่วันทำสัญญายอม หากจำเลยทั้งสองผิดนัดยอมให้บังคับคดีตามฟ้องข้อ ๒ หากโจทก์ขายหรือโอนที่ดินพิพาทให้ผู้อื่น โจทก์จะให้สินน้ำใจแก่จำเลยทั้งสองจำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท โดยโจทก์จะแจ้งการขายหรือโอนที่ดินให้จำเลยทั้งสองทราบ ข้อ ๓ โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงดังกล่าวโดยไม่ติดใจเรียกร้องใด ๆ อีก

ต่อมาจำเลยทั้งสองยื่นคำขอว่า ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนให้กรมทางหลวงและโจทก์ได้รับค่าทดแทนแล้ว แต่ไม่นำเงินมาชำระให้จำเลยทั้งสอง ถือว่าโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับให้โจทก์ชำระหนี้จำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนแม้เป็นโดยผลของกฎหมาย แต่ก็ถือได้ว่าที่ดินแปลงดังกล่าวถูกโอนเปลี่ยนมือจากโจทก์เป็นของทางราชการและการที่โจทก์ได้ค่าทดแทนจากทางราชการ ถือว่าเป็นกรณีที่โจทก์ได้ประโยชน์จากการโอนดังกล่าว จึงเป็นการโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อโจทก์ไม่ชำระเงินจำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำขอให้บังคับคดีของจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกา พิเคราะห์ว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า กรณีที่ที่ดินของโจทก์ถูกเวนคืนเป็นการขายหรือโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ เห็นว่า ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ความหมายของคำว่า โอน หมายถึง ยอมมอบให้ ซึ่งย่อมหมายความรวมถึงการที่ต้องยอมมอบให้เนื่องจากการเวนคืนอันเป็นผลของกฎหมายด้วย เมื่อที่ดินของโจทก์ถูกโอนเปลี่ยนมือจากโจทก์เป็นของทางราชการ ทั้งโจทก์ก็ได้รับค่าทดแทนจากทางราชการ จึงเป็นการโอนให้ผู้อื่นตามสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อโจทก์ไม่ชำระเงินจำนวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งสองมีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีได้

พิพากษากลับ ให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000928.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546