คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10206/2546 ฉบับเต็ม

#112761
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10206/2546 บริษัทสรีราภรณ์ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดคลอธเวิลด์ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1068, มาตรา 1080 จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ในช่วงเวลาระหว่างวันที่โจทก์รับจ้างตกแต่งร้านค้าให้จำเลยที่ 1 ตั้งแต่เดือนกันยายน 2538 จนถึงวันที่ทำการตกแต่งร้านค้าเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 และได้ลาออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2540 โจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2540 อยู่ในเวลาสองปีนับแต่วันที่จำเลยที่ 2 ออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าจ้างตามฟ้อง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1068 ประกอบมาตรา 1080 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๒๙๒,๐๘๒ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกินจำนวน ๔๐,๑๖๑ บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อประมาณต้นเดือนกันยายน ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ ได้ตกลงว่าจ้างโจทก์ตกแต่งร้านค้าของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ได้ชำระค่าจ้างบางส่วนให้แก่โจทก์ โดยสั่งจ่ายเช็คลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๙ คงค้างชำระอีกจำนวนหนึ่ง? ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่าขณะที่โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในการว่าจ้างโจทก์ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่า โจทก์มีหนังสือรับรองซึ่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครออกให้ ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๐ ระบุว่า จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๕ มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ก็เบิกความรับว่า ในปี ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ และได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อปลายเดือนธันวาคม ๒๕๔๐ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ในช่วงเวลาระหว่างวันที่โจทก์รับจ้างตกแต่งร้านค้าให้จำเลยที่ ๑ ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๓๘ จนถึงวันที่ทำการตกแต่งร้านค้าเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๘ โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ อยู่ในเวลาสองปีนับแต่วันที่จำเลยที่ ๒ ออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ดังนั้น จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ชำระเงินค่าจ้างตามฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๖๘ ประกอบมาตรา ๑๐๘๐ วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์. (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-ประดิษฐ์ ทรงฤกษ์) ศาลแพ่ง - นายครรชิต วงศ์ไทย ศาลอุทธรณ์ - นายสรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
112761
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายครรชิต วงศ์ไทย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043039"
    }
}
date
2546
deka_no
10206/2546
deka_running_no
10206
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "ประดิษฐ์ ทรงฤกษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1068",
            "ม. 1080"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสรีราภรณ์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดคลอธเวิลด์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๒๙๒,๐๘๒ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๓๙ เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกินจำนวน ๔๐,๑๖๑ บาท และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ ๔,๐๐๐ บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า เมื่อประมาณต้นเดือนกันยายน ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๑ ได้ตกลงว่าจ้างโจทก์ตกแต่งร้านค้าของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ ได้ชำระค่าจ้างบางส่วนให้แก่โจทก์ โดยสั่งจ่ายเช็คลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๙ คงค้างชำระอีกจำนวนหนึ่ง?

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ชำระค่าจ้างที่ค้างชำระตามฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่าขณะที่โจทก์ฟ้อง จำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในการว่าจ้างโจทก์ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่า โจทก์มีหนังสือรับรองซึ่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครออกให้ ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๐ ระบุว่า จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนนิติบุคคลเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๕ มีจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ก็เบิกความรับว่า ในปี ๒๕๓๘ จำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ และได้ลาออกจากตำแหน่งดังกล่าวเมื่อปลายเดือนธันวาคม ๒๕๔๐ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ในช่วงเวลาระหว่างวันที่โจทก์รับจ้างตกแต่งร้านค้าให้จำเลยที่ ๑ ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๓๘ จนถึงวันที่ทำการตกแต่งร้านค้าเสร็จเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๘ โจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ อยู่ในเวลาสองปีนับแต่วันที่จำเลยที่ ๒ ออกจากการเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ ๑ ดังนั้น จำเลยที่ ๒ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ ชำระเงินค่าจ้างตามฟ้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๖๘ ประกอบมาตรา ๑๐๘๐ วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินค่าจ้างพร้อมดอกเบี้ยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองทุกข้อฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา ๒,๐๐๐ บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000923.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546